News Logo
หน้าแรก
สว.สำรองยื่นฟ้องศาล คัดค้านมติ กกต. ‘คดีฮั้ว สว.’ ชี้พิจารณาไม่รอบด้าน

สว.สำรองยื่นฟ้องศาล คัดค้านมติ กกต. ‘คดีฮั้ว สว.’ ชี้พิจารณาไม่รอบด้าน

16 ก.ย. 2569 15:38
ผู้ชม 32 คน

กลุ่ม สว.สำรอง เดินหน้ายื่นคำร้องต่อศาลฎีกา คัดค้านคำวินิจฉัย กกต. 'คดีฮั้ว สว.' ชี้พิจารณาไม่รอบด้าน ยืนยันใช้สิทธิตามกรอบเวลา 3 วัน พร้อมย้ำหากคดีถึงที่สุด ยินดีรับตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ที่ศาลฎีกา กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อคัดค้านคำวินิจฉัยและมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีสั่งยกคำร้องข้อกล่าวหาที่ 1-3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการไม่ยื่นฟ้องกรรมการบริหารพรรคและนักการเมือง รวมถึงกรณีชี้แจงว่าการใช้โพยไม่เข้าข่ายความผิด

พล.ต.ท.คำรบ ระบุว่า สำหรับทั้ง 3 ข้อกล่าวหาที่ถูกยกคำร้องไปนั้น โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ 3 ซึ่ง กกต. ชี้แจงว่าการใช้โพยไม่ผิดนั้น ตนยืนยันได้ว่ามีขบวนการจัดทำขึ้นจริง โดยโพยฉบับแรกที่ตนพบถือเป็นโพยต้นฉบับที่ไม่มีการต่อเติมเสริมแต่ง จึงเป็นข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง แต่การที่ กกต. วินิจฉัยว่าเป็นเพียงความผิดส่วนบุคคล จึงสะท้อนให้เห็นว่า กกต. ไม่ได้พิจารณาวินิจฉัยตามพยานหลักฐานที่มีอยู่

ทั้งนี้ การยื่นฟ้องผู้ถูกร้อง 77 ราย กกต.วินิจฉัยในลักษณะของคดีอาญาเป็นหลัก แต่ยังมีความผิดตามมาตรา 62 ของ พรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่ระบุว่าเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า กกต.จะต้องยื่นคําร้องเพื่อเพิกถอนสิทธิการเลือกของผู้ที่ได้มาโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม 

S__5382320

-1-

พล.ต.ท.คำรบ ระบุด้วยว่า กกต. ไม่ได้พูดถึงมาตรา 62 ของ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่ระบุว่าหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ศาลจะต้องยื่นคำร้องเพื่อเพิกถอนสิทธิการเลือกของผู้ที่ได้มาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ดังนั้นจึงถือว่า กกต. ไม่ปฏิบัติไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องรวมทั้งไม่เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฎในสํานวน ซึ่งจึงถือว่า กกต. ได้ละเมิด ตามมาตรา 32 ของพรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา กําหนดไว้ว่า กกต. หรือเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ทําให้การเลือก สว. เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม หากละเลยหรือหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบถือว่ามีความผิด

ส่งผลให้ กลุ่ม สว.สํารอง จึงใช้สิทธิในการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน ตามมาตรา 44  โดยขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนคําวินิจฉัยที่ กกต. วินิจฉัยว่า ผู้เกี่ยวข้องที่ถูกกล่าวหาในข้อกล่าวที่ 1-3 ที่บอกว่าไม่ผิดขอให้เพิกถอนคําสั่งนี้ และขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยใหม่ และขอให้ไต่สวนว่าเมื่อมีการทุจริตเป็นรูปแบบหรือขบวนการที่ทําให้การเลือก สว. ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ต้องให้ กกต. ดําเนินการพิจารณา สว. 138 คน และส่งมาให้ศาลฎีกาใหม่

S__5382323

-2-

S__5382324

-3-

สำหรับประเด็นที่ กกต. ชุดใหญ่ มีความพยายามโยนความผิดให้อนุกรรมการชุด 36 ที่อ้างว่าพยานหลักฐานมาไม่ถึง กกต. ใหญ่ชุดใหญ่ จนทำให้ไม่มีพยานหลักฐานที่สามารถพิจารณาความผิดได้นั้น พล.ต.ท.คำรบระบุว่า ในฐานะผู้บริหารต้องไม่โทษหรือโยนความผิดให้ใครต้องมีการวินิจฉัยหรือพิจาณาให้รอบครอบ เมื่อผู้บริหารตัดสินใจหรือวินิจฉันแล้วต้องรับผิดชอบในส่วนที่วินิจฉัยด้วยตัวเอง

ส่วนกรณีหากคดีถึงที่สุดและศาลรับคําร้องสั่ง สว. 26 ราย หยุดปฏิบัติหน้าที่ กลุ่ม สว.สํารอง ยินดีรับตําแหน่งหรือไม่นั้น พล.ต.ท.คำรบ ระบุว่า แม้ผลจะออกมาอย่างไรก็น้อมรับเพราะที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้สังคมตะหนักถึงความไม่ชอบธรรมในการเลือกตั้ง สว. ครั้งที่ผ่านมา ดังนั้นทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายถ้าไม่ให้สละสิทธิ์ต้องรับตำแหน่ง

ทั้งนี้ กลุ่ม สว. สำรอง ได้อ่านแถลงการณ์ โดยมีสาระสำคัญระบุว่า ประเด็นสำคัญคือ ขอให้ศาลตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมด โดยชี้ว่า มาตรา 62 ใช้เกณฑ์ ‘มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า’ การเลือกอาจไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม ซึ่งไม่จำเป็นต้องถึงระดับพิสูจน์ความผิดทางอาญา และการตรวจสอบไม่ควรจำกัดเฉพาะหลักฐานการจ่ายเงิน แต่ควรรวมถึงพฤติการณ์และความเชื่อมโยงของเครือข่ายด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิด 4 ข้อครหาเขย่าตระกูล 'เลียงประสิทธิ์' ตั้งแต่คดีโกงสอบถึงฮั้ว สว.
เปิด 4 ข้อครหาเขย่าตระกูล 'เลียงประสิทธิ์' ตั้งแต่คดีโกงสอบถึงฮั้ว สว.