กมธ.ป.ป.ช.ลุยต่อโกงสอบบรรจุขรก.ท้องถิ่น ผู้เสียหายเผยจ่าย 2 ล้านให้นายหน้าที่ศรีสะเกษ แลกช่วย 5 คน แต่กลับวืด 'ดีเอสไอ' สอบจนท.ส่อมีเอี่ยวด้วย ขยายผลเครือข่ายนายหน้า ปปง.ตรวจเส้นเงิน 3 กลุ่มที่เกี่ยวข้อง พบจ่ายค่าสมัครสอบแทนกันเป็นกลุ่มผ่านแบงก์แห่งหนึ่ง
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ(กมธ.ป.ป.ช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยเชิญผู้เสียหาย ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดทำขอบเขตของงาน (TOR) ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาให้ข้อมูล
นายอาสพลธ์กล่าวว่า จากการพิจารณาพบว่า TOR การจัดสอบปี 2568 ได้เพิ่มเติมมาตรการป้องกันการทุจริตจากการจัดสอบครั้งก่อน อาทิ การกำหนดให้เก็บเอกสารหลักฐานไว้เป็นเวลา 1 ปี อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อบกพร่องในกระบวนการดำเนินงาน โดยเฉพาะการรับมอบและตรวจสอบข้อมูลในแฟลชไดรฟ์ ตลอดจนการตรวจสอบบัญชีรายชื่อและคะแนนผู้สอบผ่านก่อนเสนอให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องรับรอง ซึ่งอาจเป็นช่องว่างที่นำไปสู่การทุจริต
"นอกจากนี้ ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ได้จ่ายเงินกว่า 2 ล้านบาทให้แก่นายหน้าในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้บุคคล 5 รายสอบผ่าน แต่เมื่อประกาศผลกลับไม่ปรากฏรายชื่อ จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี พร้อมให้ข้อมูลว่าลักษณะดังกล่าวอาจเคยเกิดขึ้นในการจัดสอบครั้งก่อนและในหลายจังหวัด คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าควรตรวจสอบว่ามีการกระทำเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกับบุคคลใดบ้าง"นายอาสพลธ์กล่าว
นายอาสพลธ์กล่าวว่า ด้านสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง 3 กลุ่ม ได้แก่ รายชื่อที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งให้ตรวจสอบ รายชื่อ จำนวน 5,925 รายชื่อ จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และรายชื่อที่ได้รับจากคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพบข้อมูลการชำระค่าสมัครสอบแทนกันเป็นกลุ่มผ่านธนาคารแห่งหนึ่ง
"ส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีข่าวพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ของกรม 1 รายว่าอาจเกี่ยวข้องกับการรับเงินจากนายหน้าในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมขยายผลไปยังบุคคลอื่น หากพบการทุจริตหรือประพฤติมิชอบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด"นายอาสพลธ์กล่าว
นายอาสพลธ์กล่าวว่า ในสัปดาห์ถัดไป คณะกรรมาธิการฯ จะพิจารณากรณีสถาบันแห่งหนึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการเรียกรับเงิน และกรณีหน่วยงานสำคัญนำรถราชการไปใช้นอกเหนือจากภารกิจของทางราชการต่อไป




