"...ป.ป.ช. ระบุว่าพยานหลักฐานที่ตรวจสอบในปี 2564 มีความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานในเรื่องกล่าวหาปี 2568 ผู้เกี่ยวข้องมีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งประเด็นนี้ สำนักข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า ใน ดร.วิน ธนพชรโภคิน หรือวิน (นายอัศวิน โชติพนัง) ผู้ต้องหาคนสำคัญในการจัดสอบบรรจุพนักงานท้องถิ่น ปี 2568 เคยมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ซึ่งการสรรหาบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ปี 2564 ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน น่าสนใจว่า ดร.วิน เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การสรรหาบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ปี 2564 ด้วยหรือไม่..."
กรณีการสอบคัดเลือกข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นเพื่อดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 กำลังกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ จากการพบพยานหลักฐานใหม่เกี่ยวกับการแก้ไขคะแนนสอบของผู้เข้าสอบ
ข้อมูลที่สำนักงาน ป.ป.ช. เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ระบุว่า กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 กับพวก โดยถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ประเด็นสำคัญที่ทำให้เรื่องกลับมาอยู่ในความสนใจ คือ การขยายผลจากกรณีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 ซึ่งพบพยานหลักฐานเกี่ยวกับการแก้ไขคะแนนสอบในกระบวนการสรรหาผู้บริหารท้องถิ่นปี 2564 โดยมีข้อกล่าวหาว่าผู้เข้าสอบบางรายซึ่งเดิมสอบไม่ผ่าน ถูกปรับคะแนนให้เป็นผู้สอบผ่าน หรือมีการปรับคะแนนให้สูงขึ้น
ป.ป.ช. ระบุด้วยว่า พยานหลักฐานที่พบใหม่มีความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานในเรื่องกล่าวหาปี 2568 ขณะที่กรณีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก และเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสังคมและประชาชน รวมทั้งอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงมีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษต่อไป

ภาพประกอบรายงาน
แก๊งเดียวกัน! ป.ป.ช.รับไต่สวนทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 64 คดีพิเศษ
@ จุดเริ่มต้นจากการสอบเมื่อปี 2564
ต่อกรณีนี้ สำนักข่าว Next News ย้อนหลับไปดูข้อมูลเชิงลึก พบว่าเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2564 คณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นสายงานผู้บริหาร ซึ่งครอบคลุมข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พนักงานเทศบาล และพนักงานเมืองพัทยา จัดการสอบเพื่อสรรหาบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งสายงานผู้บริหาร
การดำเนินการสอบในครั้งนั้นมีการว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ให้รับผิดชอบการออกข้อสอบ จัดสอบ ตรวจข้อสอบ และประมวลผลคะแนน
ต่อมาเมื่อมีการประกาศผลสอบเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ผู้เข้าสอบบางส่วนได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของผลคะแนนและกระบวนการสอบ โดยมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อสอบและกระดาษคำตอบอย่างละเอียด
หนึ่งในข้อสังเกตที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือความแตกต่างของคะแนนสอบ โดยมีการระบุว่าผู้สอบบางรายได้คะแนนต่ำมาก ขณะที่เมื่อตรวจสอบคำตอบกลับพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการจับคู่ข้อคำถามกับคำตอบ รวมถึงข้อสังเกตว่าผู้ที่มีรายชื่อผ่านการสรรหาจำนวนมากได้รับข้อสอบชุดเดียวกันในสัดส่วนที่สูงผิดสังเกต
นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาข้อสอบบางส่วนที่ผู้เข้าสอบเห็นว่าไม่สอดคล้องกับสายงานบริหารที่สมัครสอบ
@ “ฌาปนกิจกบ” สัญลักษณ์การทวงถามความเป็นธรรม
กระแสข้อร้องเรียนทวีความสนใจมากขึ้นในช่วงต้นปี 2565 โดยเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2565 ผู้เข้าสอบคัดเลือกข้าราชการสายบริหาร อบจ. เทศบาล และเมืองพัทยา กว่า 100 คน ได้รวมตัวจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในชื่อ “ฌาปนกิจกบ” ที่กระทรวงมหาดไทยและทำเนียบรัฐบาล
กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนความไม่พอใจและเรียกร้องความเป็นธรรมจากกระบวนการสอบ พร้อมตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของการจัดสอบและการประกาศผล
ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2565 มีการสุ่มตรวจข้อสอบ ซึ่งผู้ร้องเรียนระบุว่าเอกสารที่นำมาตรวจสอบมีข้อสังเกตหลายประการ ทั้งเรื่องความแตกต่างของสีของกระดาษด้านใน ลักษณะการเย็บเข้าเล่ม และเครื่องหมายหรือร่องรอยบนกระดาษคำถาม
ผู้เข้าสอบบางรายที่ได้ตรวจเอกสารยังยืนยันว่ากระดาษคำถามที่นำมาให้ตรวจสอบไม่ตรงกับชุดที่ตนเองใช้ในการสอบจริง โดยมีเพียงหน้าปกที่ตรงกับชื่อผู้เข้าสอบ
ข้อสังเกตเหล่านี้จึงนำไปสู่ข้อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอายัดข้อสอบและกระดาษคำตอบฉบับจริง เพื่อป้องกันการทำลายเอกสารตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง ตลอดจนขอให้ตรวจสอบกระดาษคำตอบใหม่ และชะลอการใช้บัญชีผู้สอบผ่าน
แต่ข้อร้องเรียนเรื่องนี้ ก็เงียบหายไป
@ บัญชีผู้ผ่านการสรรหาเดินหน้าต่อ
ก่อนที่เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565 คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 คณะ ได้ออกประกาศบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร
ครอบคลุมทั้ง
ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
พนักงานเทศบาล
พนักงานเมืองพัทยา
ตำแหน่งที่อยู่ในบัญชีมีตั้งแต่ระดับผู้บริหารท้องถิ่น เช่น ปลัด อบจ. รองปลัด อบจ. ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล และปลัดเมืองพัทยา ไปจนถึงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการส่วน หัวหน้าฝ่าย ตลอดจนผู้บริหารสถานศึกษา
ต่อมามีการกำหนดให้ผู้ที่มีรายชื่อในบัญชีเรียกรายงานตัวในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ณ อาคารหอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ขณะที่กระบวนการสรรหาพนักงานเทศบาลสายงานผู้บริหารในจังหวัดสมุทรปราการ ช่วงปลายปี 2567 ก็เคยปรากฏข้อร้องเรียนการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการได้รับตำแหน่งสายงานผู้บริหารของเทศบาลด้วย โดยมีการกล่าวถึงราคาประมาณ 500,000–3,000,000 บาทต่อตำแหน่ง ตำแหน่งที่ถูกกล่าวถึงมีตั้งแต่ ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการสำนัก และตำแหน่งระดับบริหารอื่น ๆ โดยผู้ร้องเรียนอ้างว่าตำแหน่งที่สูงกว่าจะมีราคาสูงกว่า
ข้อผิดสังเกตเกี่ยวกับการสอบกรณีนี้ มีการกล่าวอ้างว่า มีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาภาคความเหมาะสมเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2567 และกำหนดสรรหาภาคความเหมาะสมวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 แต่ผู้ร้องเรียนอ้างว่าผู้สมัครบางรายทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะได้ลำดับใดและจะไปดำรงตำแหน่งที่เทศบาลใด รวมถึงบางรายอ้างว่าได้พบผู้บริหารเทศบาลที่จะไปรับตำแหน่งแล้ว ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างว่ามีบุคคลใกล้ชิดข้าราชการระดับสูงในจังหวัดเป็นผู้จัดสรรตำแหน่งและเรียกรับเงิน และตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีทั้งฝ่ายข้าราชการและนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ผลการร้องเรียนดังกล่าว ส่งผลทำให้การประกาศขึ้นบัญชีพนักงานท้องถิ่นถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบยังไม่ครบถ้วน แต่กรณีนี้ ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่า การสรรหาพนักงานเทศบาลสายงานผู้บริหารครั้งนี้ มีปัญหาเรื่องการทุจริตเรียกรับเงินเกิดขึ้นจริงหรือไม่ บุคคลใดบ้างที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนที่เรื่องจะเงียบหายไปเช่นกัน
@ จากข้อร้องเรียนเดิม สู่ “พยานหลักฐานใหม่”
อย่างไรก็ดี จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบข้างต้น หากโฟกัสข้อเท็จจริงถึงปัญหากระบวนการจัดสอบ ช่วงปี 2564 รวมถึง กระบวนการสรรหาพนักงานเทศบาลสายงานผู้บริหาร ช่วงปี 2567 และการจัดสอบบรรจุพนักงานท้องถิ่น ปี 2568 ที่กำลังเป็นปัญหาในปัจจุบัน จะพบประเด็นสำคัญดังนี้
1.กระบวนการจัดสอบ ปี 2564 กับ ปี 2568 มีข้อบ่งชี้เกี่ยวกับการแก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบตามข้อเรื่องเรียน คล้ายกัน กล่าวคือ มีลักษณะตั้งแต่การปรับคะแนนให้สูงขึ้น ไปจนถึงกรณีผู้ที่เดิมมีผลสอบไม่ผ่านถูกปรับคะแนนจนกลายเป็นผู้สอบผ่าน
2.การจัดสอบกระบวนการสรรหาพนักงานเทศบาลสายงานผู้บริหาร ช่วงปี 2567 และการจัดสอบบรรจุพนักงานท้องถิ่น ปี 2568 มีปัญหาเกี่ยวกับการเรียกรับเงิน เพื่อให้ได้รับการคัดเลือก
3.ป.ป.ช. ระบุว่าพยานหลักฐานที่ตรวจสอบในปี 2564 มีความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานในเรื่องกล่าวหาปี 2568 ผู้เกี่ยวข้องมีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งประเด็นนี้ สำนักข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า ใน ดร.วิน ธนพชรโภคิน หรือวิน (นายอัศวิน โชติพนัง) ผู้ต้องหาคนสำคัญในการจัดสอบบรรจุพนักงานท้องถิ่น ปี 2568 เคยมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในช่วงเดือนมกราคม 2564 ถึงปี 2567 ) ซึ่งการสรรหาบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ปี 2564 ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
น่าสนใจว่า ดร.วิน เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ การสรรหาบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ปี 2564 ด้วยหรือไม่

ดร.วิน ธนพชรโภคิน หรือวิน (นายอัศวิน โชติพนัง)
หากพยานหลักฐานสามารถยืนยันได้ว่า ความผิดปกติในการแก้ไขคะแนนสอบปี 2564 เชื่อมโยงกับกรณีปี 2568 จริง ขณะที่ตัวละครสำคัญที่เชื่อมโยงการจัดสอบทั้งสองช่วงเวลา ก็คือ นายวิน นั่นเอง
เรื่องนี้จะไม่ใช่เพียง “ปัญหาผลสอบ” ของคนบางกลุ่มอีกต่อไป
แต่จะกลายเป็นคำถามใหญ่เชิงระบบว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจาก “การทุจริตเฉพาะครั้ง” แต่เป็นปัญหาของ กระบวนการจัดสอบที่ถูกบิดเบือนอย่างเป็นระบบ และอาจดำเนินต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว วงเงินการเรียกรับผลประโยชน์อาจจะไม่ได้อยู่แค่หลักพันล้านบาท อาจจะสูงมากถึงระดับหมื่นล้านบาทขึ้นไปก็ได้
ดังนั้น การพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การประกาศชื่อผลจัดสอบใหม่หรือเอาผิดกับผู้ปฏิบัติการบางราย
แต่คือการรื้อเส้นทางทั้งหมดตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ไล่ตั้งแต่ข้อสอบ กระดาษคำตอบ ระบบประมวลผลคะแนน ผู้มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล การแก้ไขคะแนน รายชื่อผู้ได้รับประโยชน์ ไปจนถึงเส้นทางผลประโยชน์และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
ต้องรื้อออกมาทั้งระบบว่า ใครทำให้ระบบราชการท้องถิ่นถูกซื้อขาย และใครอยู่เบื้องหลังระบบนั้นมาตลอด
แต่คำถามสำคัญง่าย ๆ คือ รัฐบาลจะกล้าล้างระบบที่มีปัญหา และกล้าตามหาตัวผู้บงการที่แท้จริงจนถึงที่สุดหรือไม่
เพราะบางเรื่องบางราว ที่ผ่านมา ทำอะไรลงไปก็ดูเหมือนจะ "หยิกเล็บ เจ็บเนื้อ" "กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" หลายครั้งเช่นกัน
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




