News Logo
หน้าแรก
กก.สรรหาฯ มติเอกฉันท์ 'หมอสรณ' มีลักษณะต้องห้าม หลุดเก้าอี้ ปธ.กสทช.

กก.สรรหาฯ มติเอกฉันท์ 'หมอสรณ' มีลักษณะต้องห้าม หลุดเก้าอี้ ปธ.กสทช.

17 ก.ค. 2569 11:55
ผู้ชม 302 คน

กรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์ "หมอสรณ" มีลักษณะต้องห้าม ปธ.กสทช.แต่ไม่ได้ขาดคุณสมบัติ ถือว่าสละสิทธิเข้ารับการคัดเลือก หลุดเก้าอี้ประธาน กสทช.

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายวิษณุ วรัญญู จากศาลปกครองสูงสุด ซึ่งทำหน้าที่กรรมการสรรหาและเลขานุการคณะกรรมการสรรหา ได้แถลงข่าว "ข่าวการประชุมคณะกรรมการสรรหา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กรรมการ กสทช.) ฉบับที่ 13/2569 วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569" โดยสรุปว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 4 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่ง กรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน

เมื่อถามว่า คุณสมบัติเริ่มต้นของ นพ.สรณ เป็นอย่างไรบ้าง นายวิษณุตอบว่า ในตอนที่คณะกรรมการสรรหาดำเนินการคัดเลือกผู้สมัคร นพ.สรณ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการ กสทช. ได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามจากกรรมการสรรหามารอบหนึ่งแล้ว ซึ่งในตอนนั้น นพ.สรณมีคุณสมบัติครบถ้วน และก็ไม่มีลักษณะต้องห้าม คณะกรรมการสรรหาจึงได้คัดเลือกไป และนพ.สรณก็ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการ กสทช.

เมื่อถามว่า อะไรคือสาเหตุที่นำไปสู่การพิจารณาในครั้งนี้ นายวิษณุตอบว่า ต่อมาได้ปรากฏในภายหลัง เมื่อมีการร้องเรียนและคณะกรรมาธิการไอซีทีของวุฒิสภาได้ทำการตรวจสอบ จึงได้พบว่าหลังจากที่คณะกรรมการสรรหาได้คัดเลือกและวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งไปแล้ว มีปัญหาที่ทำให้ นพ.สรณเข้าข่ายมีการกระทำที่ หรือเป็น ลักษณะต้องห้าม

เมื่อถามว่า คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติอย่างไร และรายละเอียดของลักษณะต้องห้ามที่กล่าวถึงคืออะไร นายวิษณุตอบว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ซึ่งวันนี้มาประชุมกันครบทุกคน มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นพ.สรณประธานกรรมการ กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 4 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ตามที่ระบุในคำแถลงข่าว

ที่สำคัญคือการ มีลักษณะต้องห้าม นี้ ไม่ได้หมายถึงการ "ขาดคุณสมบัติ" โดยมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ซึ่งมาตราดังกล่าวระบุว่าต้องไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ โดยจากข้อเท็จจริงที่เข้ามาสู่การพิจารณาของคณะกรรมการฯ ถือได้ว่า นพ.สรณได้เป็นลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐในช่วงหลังจากการได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ กสทช.

เมื่อถามว่า การที่ มีลักษณะต้องห้าม นี้ มีผลทางกฎหมายอย่างไร นายวิษณุตอบว่า เมื่อเข้าข่ายกรณีตามมาตรา 8 (2) ดังกล่าวแล้ว ตามกฎหมายถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมฯ โดยมีผลย้อนไปตั้งแต่วันแรกที่กฎหมายถือว่า นพ.สรณสละสิทธิเข้ารับการคัดเลือก

เมื่อถามว่า ขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร นายวิษณุตอบว่า ทางฝ่ายเลขาธิการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะรับเรื่องนี้จากช่องทางที่ได้รับมา และจะส่งเรื่องกลับไปทางช่องทางนั้น ส่วนการกระทำที่ได้เกิดขึ้นในช่วงระหว่างที่ นพ.สรณ ดำรงตำแหน่งนั้น เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำไปพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป

สำนักข่าว Next News รายงานว่าสำหรับรายนาม คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.ที่มาประชุมในวันนี้มีด้วยกัน 7 คนได้แก่ นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล จากศาลฎีกา ทำหน้าที่ประธานกรรมการสรรหา, นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต จากผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นรองประธาน, นายนภดล เทพพิทักษ์ จากศาลรัฐธรรมนูญ, นายณรงค์ รัฐอมฤต จาก ป.ป.ช., นางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ จากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ในฐานะผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และนายวิษณุ วรัญญู จากศาลปกครองสูงสุด ซึ่งทำหน้าที่กรรมการสรรหาและเลขานุการ

สำหรับกฎหมายมาตรา 4(2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 ระบุว่า บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย โดยเฉพาะการห้ามเป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำในหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น

ขณะที่มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2564 ระบุว่า ผู้ที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบเลือกเป็นกรรมการ กสทช. แล้ว แต่ปรากฏว่าบุคคลนั้นยังมีคุณสมบัติขัดต่อกฎหมาย หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 บุคคลนั้นจะต้องแสดงหลักฐานต่อประธานวุฒิสภาว่าได้ลาออกจากตำแหน่งที่เป็นข้อห้ามดังกล่าวแล้วภายใน 15 วัน นับแต่วันที่วุฒิสภามีมติเลือก หากพ้นกำหนดเวลา 15 วันไปแล้วยังไม่สามารถแสดงหลักฐานการลาออกได้ กฎหมายกำหนดให้ถือว่าบุคคลนั้นสละสิทธิเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ทันที

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาคุณสมบัติ 'หมอสรณ'



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฉากชีวิต-เกมอำนาจ ‘นพ.สรณ’ ปธ.กสทช. 4 รัฐบาล ก่อนพ้นเก้าอี้
ฉากชีวิต-เกมอำนาจ ‘นพ.สรณ’ ปธ.กสทช. 4 รัฐบาล ก่อนพ้นเก้าอี้