เผยข้อมูลเบื้องลึก! หลักฐานใหม่สัญญากู้ยืมเงิน 9 แสน 'เนวิน' คดีรับค่ารักษาพยาบาล 'ณัฏฐ์ชนน' ป.ป.ช.เคยตีตกไปแล้ว เนื่องจากช่วงไต่สวนคดีไม่ได้อ้างถึงหลักฐานชี้นนี้ เร่งสอบปากคำพยาน 2 รายเดิมให้จบ รอเคาะมติเป็นทางการร้องขอความเป็นธรรมฟังขึ้นหรือไม่ หรือยืนยันมติชี้มูลความผิดตามเดิม
จากกรณีปรากฏข่าว นายศิริโชค โสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับความล่าช้า ในการสอบสวนคดีกล่าวหา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหารับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด เนื่องจากยอมให้บุคคลภายนอกชำระค่ารักษาพยาบาลแทนให้แก่ตนเอง เป็นจำนวนเงิน 1,335,778 บาท ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 2 ปี แต่คดียังไม่มีความคืบหน้าในการยื่นฟ้องต่อศาล
โดยนายศิริโชค ระบุว่าเป็นคดีที่ควรสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2567 แต่กลับถูกนำกลับมาพิจารณาใหม่ภายหลังการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขณะที่ในช่วงแรกของการตรวจสอบ นายณัฏฐ์ชนนชี้แจงว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินของตนเอง แต่ภายหลังจากที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ได้ยื่นหนังสือขอทบทวนมติเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2567 พร้อมนำสัญญากู้ยืมเงินลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 มาอ้างว่าเงินจำนวน 900,000 บาท เป็นเงินที่กู้ยืมจากนายเนวิน ชิดชอบ
นายศิริโชค ยังตั้งคำถามว่า หากเป็นเงินกู้จริง เหตุใดจึงไม่มีการชี้แจงในลักษณะดังกล่าวตั้งแต่ต้น และเหตุใดคำอธิบายเกี่ยวกับที่มาของเงินจึงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนของ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด รวมถึงสอบปากคำเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและผู้เกี่ยวข้องกับการชำระค่ารักษาพยาบาล เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงของเงินจำนวนดังกล่าวกับสัญญากู้ยืม

ภาพประกอบข่าว
ล่าสุด แหล่งข่าวจาก สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า หลังจากที่นายศิริโชค ยื่นฟ้อง นายสุทธิ กลีบสัตบุตร พนักงานไต่สวนผู้เชี่ยวชาญ (ผู้อำนวยการกลุ่มไต่สวน 2) สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะเจ้าของสำนวนคดีนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เป็นจำเลยที่ 1 และนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักที่รับผิดชอบสำนวนดังกล่าวโดยตรง ตามคำสั่ง ป.ป.ช. ที่ 223/2568, 18/2569 และ 66/2569 และในฐานะเสียงข้างน้อยในมติวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ที่ต้องการให้คดีตก เป็นจำเลยที่ 2 ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 จังหวัดสระบุรี
นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้สั่งให้มีการนำเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติม 2 ราย ในคดีนี้ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 เข้ามาพิจารณา
ต่อมาในช่วงสัปดาห์ก่อน ปรากฏว่า นายสุทธิ กลีบสัตบุตร ได้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา โดยนำเสนอสัญญาเงินกู้ ซึ่ง นายณัฏฐ์ชนน กู้ยืมเงินนายเนวิน ชิดชอบ จำนวน 900,000 บาท ต่อที่ประชุม โดยเสนอให้สอบปากคำนายเนวิน เพิ่มเติม เพราะนายณัฏฐ์ชนน อ้างว่านำเงินกู้ดังกล่าวมาใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล
แต่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างมากเห็นว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2567 เคยมีการนำเสนอเอกสารชิ้นนี้ ในการร้องขอความเป็นธรรมให้ที่ประชุมพิจารณาไปแล้ว แต่ที่ประชุมเห็นว่าระหว่างการไต่สวนนายณัฏฐ์ชนน ไม่ได้อ้างถึงหลักฐานเงินกู้ดังกล่าว ดังนั้น ที่ประชุมจึงไม่ยอมรับพยานหลักฐานชิ้นนี้ และให้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมเพียงสองปาก
“ ในการประชุมครั้งล่าสุดนายสุทธิ ผู้อำนวยการกลุ่ม ยังคงเสนอหลักฐานชิ้นเดิมกลับเข้ามาอีก ที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่จึงมีมติไม่รับหลักฐานชิ้นนี้และให้รีบสรุปผลการสอบปากคำพยานสองปาก ที่ให้สอบเพิ่มเติมมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 สรุปนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเร็ว เพื่อพิจารณาว่าการอุทธรณ์ ร้องขอความเป็นธรรมของนายณัฏฐ์ชนน ฟังขึ้นหรือไม่ หรือจะยืนยันมติชี้มูลความผิด" แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวกล่าวว่า ถ้าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติยืนยัน การชี้มูลความผิดก็ต้องดำเนินดำเนินการตามขั้นตอน คือ ความผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงก็ให้ส่งฟ้องต่อศาลฎีกา ส่วนการรับทรัพย์สินเกิน 3000 บาท ต้องส่งอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อฟ้องร้องคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
สำหรับสัญญากู้ยืมเงิน จำนวน 9 แสนบาท ระหว่าง นายเนวิน และ นายณัฏฐ์ชนน ที่ นายศิริโชค นำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะนั้น สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวในพรรคภูมิใจไทย ว่าเป็นสัญญาจริง
จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ที่บ้านในตำบลอีสาน อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ของนายเนวิน ชิดชอบ ระบุว่า นายณัฏฐ์ชนน จะนำเงินเดือน สส.มาชำระคืนให้ทุกเดือน โดยจะชำระให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ไม่มีการคิดดอกเบี้ย หากผิดสัญญายินยอมให้ฟ้องร้องศาลบังคับคดี และยอมชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เสียหายไป
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
'ณัฏฐ์ชนน' ภูมิใจไทย โดนชี้มูลรับค่ารักษา 1.3 ล. เข้าวินสส.เขต 7 สงขลา
ศิริโชค เตรียมฟ้อง ป.ป.ช. ยื้อคดีณัฏฐชนน์ เทียบ 44 ก้าวไกล 2 ด.จบ
ป.ป.ช.ดองคดี'ณัฏฐชนน์'? สั่งสอบพยานเพิ่ม 2 ปาก 17 เดือน ไม่เสร็จ?
เลขาฯ ป.ป.ช.รับคดี 'ณัฏฐชนน์' มีสอบพยานเพิ่ม เกือบ 19 ด. ยังไม่เสร็จ
'ศิริโชค' ลุยฟ้อง 'สุชาติ-พวก' ปมปล่อยคดี 'ณัฏฐ์ชนน' ล่าช้าเกือบ 2 ปี




