News Logo
หน้าแรก
ถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี! 'เอกราช' ฝ่าฝืนจริยธรรม คดีโกงเงินสหกรณ์ครู

ถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี! 'เอกราช' ฝ่าฝืนจริยธรรม คดีโกงเงินสหกรณ์ครู

26 พ.ค. 2569 18:45
ผู้ชม 65 คน

ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา คดี 'เอกราช ช่างเหลา' ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณียักยอกเงินสหกรณ์ครูขอนแก่น 400 ล้าน-สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง-เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง มีกำหนด 10 ปี

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ศาลฎีกา อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ คมจ.1/2568 ระหว่าง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ร้อง นายเอกราช ช่างเหลา ผู้คัดค้าน กรณีฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ศาลพิพากษาว่า ผู้คัดค้านฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ข้อ12 ข้อ17 ประกอบข้อ 3ว.2 และข้อ 27ว.2 ให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี

ทั้งนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้คัดค้านซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยเมื่อประมาณปี 2554 ถึงปี 2556 ผู้คัดค้านกับพวกอาศัยโอกาสที่ตนดำรงตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ร่วมกันยักยอกเงินของสหกรณ์แต่ต่อมามีการคืนเงินบางส่วนคงเหลือส่วนที่ยังไม่ได้คืน 405,015,719.18 บาท และเพื่อเป็นการปกปิดอำพรางการกระทำความผิดของตน ช่วงระหว่างปี 2554 ถึงปี 2562

ผู้คัดค้านกับพวกร่วมกันปลอมสมุดบัญชีเงินฝากประจำของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เพื่อเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี และเพื่อให้สหกรณ์และผู้แทนหรือสมาชิกหลงเชื่อว่าสหกรณ์มียอดเงินคงเหลือตามที่ระบุในสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าวจริง ทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งต่อสมาชิกสหกรณ์ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก และเสถียรภาพความมั่นคงทางการเงินของสหกรณ์ ถือได้ว่าเป็นความผิดในตัวเองทั้งทางอาญาและจริยธรรม และเป็นการไม่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 30 มิถุนายน 2568

ศาลฎีกาพิเคราะห์คำร้องแล้วมีคำสั่งให้รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหยุดปฏิบัติหน้าที่ (8 ก.ค. 2568) จนกว่าจะมีคำพิพากษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 มาตรา 87 และระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ข้อ 12 วรรคสอง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายเอกราช ช่างเหลา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ถูกดำเนินคดียักยอกทรัพย์สินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ปัจจุบันศาลตัดสินความผิดและให้ใช้ทยอยคืนเงินทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยคืน และคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีการทุจริตยักยอกเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ในวันที่ 9 ก.ค. 2568 ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รับทราบคำสั่งศาลฎีกา มีคำสั่งให้นายเอกราษฏฐ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. จนกว่าจะมีคำพิพากษา จากกรณีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายค้านรุมถาม ป.ป.ช. ปมคดี 'ศักดิ์สยาม'ซุกหุ้น-ข้องใจใครสั่งไม่ไต่สวน
ฝ่ายค้านรุมถาม ป.ป.ช. ปมคดี 'ศักดิ์สยาม'ซุกหุ้น-ข้องใจใครสั่งไม่ไต่สวน