"...ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 มีพฤติการณ์กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ประกอบกับผู้คัดค้านดังกล่าวยังคงมีอำนาจหน้าที่อื่นต้องปฏิบัติในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ....จึงมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ..."
หมายเหตุ สำนักข่าว Next News : กรณีเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ศาลฎีกา นัดฟังคำสั่งคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นฟ้องอดีต 44 สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (สส.) พรรคก้าวไกล ฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า ศาลฎีกา มีคำสั่งประทับรับฟ้อง แต่ไม่สั่งให้ สส.พรรคประชาชน จำนวน 10 ราย หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ป.ป.ช.ยื่นคำร้องต่อศาล แต่ห้ามกระทำพฤติการณ์ตามคำร้องอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนศาลจะมีคำสั่งอื่น

ภาพประกอบรายงาน
10 สส.พรรคปชน. รอด! ศาลฎีกา รับฟ้องคดี 112 ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
ต่อไปนี้ เป็นสรุปความเห็นของ ศาลฎีกา ที่มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีนี้ แต่ไม่สั่งให้ สส.พรรคประชาชน จำนวน 10 ราย หยุดปฏิบัติหน้าที่
**************
วันนี้ (24 เมษายน 2569) เวลา 10.30 นาฬิกา ศาลฎีกาได้มีคำสั่งคดีหมายเลขดำ ที่ คมจ 1/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง กับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ 1 กับพวกรวม 44 คน ผู้คัดค้าน เรื่อง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2566 ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผล บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยอาศัยสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
แต่บทบัญญัติดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการลดทอนสถานะความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง และการเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ อันเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 6
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งถึงข้อบกพร่องดังกล่าวให้ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ทราบแล้ว
แต่ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ยังคงยืนยันที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง
การกระทำของผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฐานไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขต และเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน และฐานกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 17 ประกอบข้อ 33 วรรคสอง และข้อ 27 ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 9 เมษายน 2569
ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ให้ส่งสำเนาคำร้องพร้อมเอกสารประกอบให้ผู้คัดค้านทั้งสี่สิบสี่ หากจะคัดค้านให้ยื่นคำคัดค้านภายใน 14 วัน
ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 มีพฤติการณ์กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย
ประกอบกับผู้คัดค้านดังกล่าวยังคงมีอำนาจหน้าที่อื่นต้องปฏิบัติในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พฤติการณ์แห่งคดีจึงยังไม่สมควรให้ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 วรรคสาม
ประกอบมาตรา 81 และระเบียบประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ข้อ 12 วรรคสอง
จึงมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
โดยห้ามผู้คัดค้านดังกล่าวกระทำซ้ำ หรือกระทำการใด ๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้น ศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
ให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งศาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
นัดพิจารณาครั้งแรก ในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 9.30 นาฬิกา ทั้งสองนัด
****************
สำหรับรายชื่ออดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ทั้งหมด แบ่งกลุ่มอดีต สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวม 25 คน ประกอบด้วย
-นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
-น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล
-นายนิติพล ผิวเหมาะ
-นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
-นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์
-นายณัฐวุฒิ บัวประทุม
-นายวรภพ วิริยะโรจน์
-นายคำพอง เทพาคำ
-นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์
-นายองค์การ ชัยบุตร
-นายมานพ คีรีภูวดล
-นายวาโย อัศวรุ่งเรือง
-น.ส.วรรณวิภา ไม้สน
-นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร
-นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
-นายรังสิมันต์ โรม
-นายสุรวาท ทองบุ
-นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
-นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร
-นายธีรัจชัย พันธุมาศ
-น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน
-นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์
-นายจรัส คุ้มไข่น้ำ
-นายศักดินัย นุ่มหนู
-นายวุฒินันท์ บุญชู
อีก 11 ราย ไม่ได้เป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาชน ประกอบด้วย
-นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
-นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี
-น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา
-นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์
-นายทองแดง เบ็ญจะปัก
-พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์
-นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์
-พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ
-นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์
-นายทวีศักดิ์ ทักษิณ
-นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล
ส่วนที่เหลือ 8 ราย เป็นกลุ่มที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ประกอบด้วย
-นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
-น.ส.เบญจา แสงจันทร์
-นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
-น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์
-นายสุเทพ อู่อ้น
-นายอภิชาติ ศิริสุนทร
-นายปดิพัทธ์ สันติภาดา
-นายสมชาย ฝั่งชลจิตร
****************
หากมีข้อมูลเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอต่อไป

ข่าวศาลฎีกา

ข่าวศาลฎีกา




