News Logo
หน้าแรก
2 เพจต้านโกงชี้วิกฤตศรัทธา ป.ป.ช. จากนาฬิกาบิ๊กป้อม สู่ 'ศักดิ์สยาม'

2 เพจต้านโกงชี้วิกฤตศรัทธา ป.ป.ช. จากนาฬิกาบิ๊กป้อม สู่ 'ศักดิ์สยาม'

24 เม.ย. 2569 13:25
ผู้ชม 80 คน

2 เพจต้านโกงออกโรงวิจารณ์ ป.ป.ช.ยับ หลังตีตกคดี ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ ซุกหุ้น เทียบกรณี นาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บทเรียนที่ไม่เคยสำนึก รวมคดีใหญ่อีกหลายเรื่อง 'ปลูกปาล์มน้ำมัน - สินบนเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์-เหมืองทองคำข้ามชาติ' ชี้บรรทัดฐานบิดเบี้ยวดุลยพินิจที่นำไปสู่วิกฤต - เสนอ 7 ทางออกกู้ศรัทธาองค์กร

สำนักข่าว Next News รายงานว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่คำชี้แจงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีตีตกคดี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ว่า ไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

เนื่องจาก

1.ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน และข้อเท็จจริงดังกล่าวที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยและมีมติเป็นข้อเท็จจริงคนละประเด็นกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเกี่ยวกับความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยภายหลังจากที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว

2.ยังตรวจสอบไม่พบว่า นายศักดิ์สยาม ได้มีการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น แต่อย่างใด พยานหลักฐานจึงไม่มีมูลให้รับฟังว่า การกระทำของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แทรกแซง หรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 เพจ Strong Act ซึ่งเป็นเพจที่นำเสนอข้อมูลการทุจริตในสังคมไทย ได้เผยความเห็นเชิงเปรียบเทียบมติ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตีตกคำร้องกรณีการซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กับ กรณีนาฬิกายืมเพื่อของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่คณะกรรมการป.ป.ช. มีมติตีตกคำร้อง ไปก่อนหน้านี้ เหมือนกัน

ระบุว่า จาก "นาฬิกายืมเพื่อน" สู่ "ศักดิ์สยาม" ไม่เจตนาซุกหุ้น: บทเรียนที่ ป.ป.ช. ไม่เคยสำนึก

เมื่อ ​"บรรทัดฐาน" กลายเป็นคำถามที่สังคมไทยส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพูดถึงการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

​ล่าสุดกับมติเสียงข้างมากที่สั่งตีตกคำร้องกรณีคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยระบุว่า “ไม่มีเจตนา” ปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยไปก่อนหน้านี้จนทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีก็ตาม

​ย้อนรอยความทรงจำที่เจ็บปวด: ​จากเหตุการณ์ "นาฬิกายืมเพื่อน" เมื่อตรรกะเรื่องการหยิบยืมของใช้ส่วนตัวถูกนำมาใช้ฟอกตัวนักการเมืองระดับสูงจนรอดพ้นความผิด

มาวันนี้ "การโอนหุ้น" ที่ดูลึกลับซับซ้อนกลับถูกสรุปง่ายๆ ว่าไม่มีเจตนา

ดุลยพินิจที่นำไปสู่วิกฤตศรัทธา

1. ​ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ:

ในขณะที่ศาล รธน. มองว่าพฤติการณ์ชัดเจนว่ายังคงเป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริง แต่อีกองค์กรกลับมองว่าไม่มีเจตนาซุกซ่อน

2. ​ทำลายความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบ:

เมื่อ "เจตนา" กลายเป็นไม้ตายที่ใช้ช่วยคนบางกลุ่มให้พ้นผิดได้เสมอ ป.ป.ช. กำลังทำให้สังคมรู้สึกว่า กฎหมายมีไว้ใช้กับ "ปลาซิวปลาสร้อย" เท่านั้น

3. ​บทเรียนที่ไม่เคยถูกเรียนรู้:

ที่ผ่านมา ป.ป.ช. มักถูกวิจารณ์เรื่องความเป็นอิสระและความล่าช้า แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือการสร้าง "มาตรฐานใหม่" ทีนำไปสู่การลดทอนประสิทธิภาพการตรวจสอบทุจริตในอนาคต

​ป.ป.ช. ควรเป็นที่พึ่งหรือเป็นที่พัก?

​หากองค์กรที่ต้องทำหน้าที่เป็น "ผู้ตรวจสอบ" กลับทำหน้าที่ได้เพียงแค่ "ตรวจดู" หรือร้ายกว่านั้นคือการเปิดประตูให้หัวขโมยเดินเข้าออกได้สะดวกโดยอ้างว่ามองไม่เห็นเจตนา แล้วเราจะเหลือความหวังอะไรในการสร้างสังคมที่โปร่งใส?

​บทเรียนจากกรณีเหล่านี้มันคือการตอกย้ำว่า

"ตราบใดที่ ป.ป.ช. ยังไม่สำนึกในหน้าที่และอำนาจที่เป็นความหวังของประชาชน และยังคงวางบรรทัดฐานที่บิดเบี้ยว การทุจริตในไทยก็จะยังคงเป็นเนื้อร้ายที่ไม่มีวันรักษาหาย"

อินโฟกราฟิก (1)

อินโฟกราฟิก (1)

ขณะที่ เพจชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย ซึ่งเป็นเพจที่นำเสนอข้อมูลการทุจริตในสังคมไทย ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ป.ป.ช. อีกแห่งหนึ่ง ได้เผยแพร่ข้อมูลอินโฟกราฟิกตั้งคำถามต่อบทบาท ป.ป.ช. ภายหลังหลายคดีทุจริตขนาดใหญ่ถูกมองว่า “เงียบหาย” หรือ “จบแบบไม่มีคนผิด” ส่งผลให้สังคมตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพ ความล่าช้า และความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระด้านปราบปรามการทุจริต

เนื้อหาในอินโฟฯ ตัวอย่างคดีสำคัญหลายกรณีที่ถูกตีตกไป อาทิ คดีปลูกปาล์มน้ำมัน คดีสินบนเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ และคดีสินบนเหมืองทองคำข้ามชาติ รวมถึงคดียื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ของ นายศักดิ์สยาม ซึ่งเป็นกรณีล่าสุดด้วย

พร้อมตั้งคำถามว่า ปัญหาของประเทศอยู่ที่ “คนโกง” หรือ “คนปราบโกง” กันแน่

ทั้งนี้ เพจฯ ยังได้เสนอ “7 ทางออก ปลดล็อก ป.ป.ช.” เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน ได้แก่

  1. แยกฝ่ายสอบสวนออกจากฝ่ายตัดสิน

  2. กำหนดกรอบเวลาทำคดีให้ชัดเจน

  3. เปิดเผยข้อมูลคดีให้ประชาชนตรวจสอบ

  4. ตรวจสอบเส้นทางการเงินจริงจัง

  5. โปร่งใสตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกกรรมการ

  6. หากไม่ทำคดีต้องมีผู้รับผิดชอบ

  7. วัดผลด้วยมาตรฐานสากล

พร้อมสะท้อนเสียงเรียกร้องจากสังคมที่ต้องการเห็นการปฏิรูปหน่วยงานปราบปรามทุจริตให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยชี้ว่าหากระบบยังอ่อนแอ ผู้ทุจริตจะยิ่งได้เปรียบ ขณะที่ผู้รับผลกระทบสุดท้ายคือประชาชนทั้งประเทศ

อินโฟกราฟิก (2)

อินโฟกราฟิก (2)

อ่าน/ดูเรื่องประกอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
เพจต้านโกง
ป.ป.ช.
ตีตกคดีศักดิ์สยาม



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'BCPG'ซื้อคลังน้ำมันกลุ่ม‘เสี่ยตือคอสโม’จ่ายสด8.9 พันล. วันสิ้นปี
'BCPG'ซื้อคลังน้ำมันกลุ่ม‘เสี่ยตือคอสโม’จ่ายสด8.9 พันล. วันสิ้นปี