News Logo
หน้าแรก
วิบากกรรมคุก 2 คดีรวด 'วศินชัย' อดีตนายกเทศฯแม่ฮ้อยเงิน ทุจริตเงินหลวง

วิบากกรรมคุก 2 คดีรวด 'วศินชัย' อดีตนายกเทศฯแม่ฮ้อยเงิน ทุจริตเงินหลวง

5 ก.ย. 2569 08:20
ผู้ชม 92 คน

"...นี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับว่า เงินหลวงไม่ใช่เงินส่วนตัว อำนาจหน้าที่ไม่ใช่สิทธิส่วนบุคคล และการตัดสินใจทุกครั้งต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและประโยชน์ของประชาชน จากเก้าอี้นายกเทศมนตรี สู่สถานะจำเลย..."

จากเก้าอี้นายกเทศมนตรีตำบลแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ สู่จำเลยในคดีทุจริต 2 คดี

ฉากชีวิตของ 'วศินชัย เตชะ’ ณ วันนี้ ดูเหมือนต้องเผชิญบทลงโทษทางอาญาจากพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินหลวงและการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการปฏิบัติหน้าที่ นายกเทศมนตรีตำบลแม่ฮ้อยเงิน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายวศินชัย เตชะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และพวก คือ นางกิตอนงค์ สุดาเดช หรือทองพฤกษ์ เบิกเงินโครงการเสริมพลังเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองสู่สังคมน่าอยู่ ตำบลแม่ฮ้อยเงิน และโครงการพัฒนาขีดความสามารถด้านการพัฒนาระบบข้อมูลตำบลแบบมีส่วนร่วม ของเทศบาลตำบลแม่ฮ้อยเงิน ไปเป็นประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต และจัดทำเอกสารหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงินเป็นเท็จ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญา และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 จากเดิม พิพากษาลงโทษจำคุก นายวศินชัย เตชะ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 17 ปี นางกิตอนงค์ สุดาเดช หรือทองพฤกษ์ จำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี และปรับ 40,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี 6 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท แต่โทษจำคุกจำเลยที่ 2 ให้รอการลงโทษไว้ในกำหนด 1 ปี

แก้เป็น ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 รวมทุกกระทงความผิด มีกำหนด 4 ปี 24 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ในฐานข้อมูลคดีทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า คดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ชซ. มีมติชี้มูลความผิดนายวศินชัย เตชะ และ นางกิตอนงค์ สุดาเดช หรือทองพฤกษ์ เป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 147 , 157 ,162 (1) (4) , 264 และมาตรา 268 และ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172

เบื้องต้นในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่ฏีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

คดีนี้นับเป็นแรกที่สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการนำเงินและทรัพยากรของท้องถิ่นไปใช้โดยมิชอบ เพราะเงินที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้บริหารท้องถิ่นไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัว หากแต่เป็นงบประมาณที่จัดสรรไว้เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่

แก้โทษ! เหลือคุก 4 ปี 24 ด. อดีตนายกเทศฯ แม่ฮ้อยเงิน ทุจริตเงินหลวง

อีกคดี ‘จ้างเหมามิชอบ’ จำคุก 138 เดือน

แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงคดีเดียว

นายวศินชัย ยังถูกดำเนินคดีอีกกรณีหนึ่งจากพฤติการณ์ ดำเนินการจ้างเหมาบริการโดยมิชอบ โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2567

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 มีคำพิพากษาว่า นายวศินชัยมีความผิด โดยศาลพิจารณาว่าการกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงลงโทษเป็นรายกระทง รวม 23 กระทง

ศาลกำหนดโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพและเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกกระทงละ 6 เดือน รวมทั้งสิ้น 138 เดือน

ที่สำคัญ ศาลพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีและรายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว เห็นว่า ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษ

กล่าวอีกนัยหนึ่ง คดีนี้แม้จำเลยจะรับสารภาพ แต่การรับสารภาพไม่ได้ทำให้พ้นจากความรับผิด และไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการรอการลงโทษโดยอัตโนมัติ เพราะศาลยังต้องพิจารณาถึงลักษณะและพฤติการณ์ของการกระทำความผิดประกอบด้วย

สั่งจำคุก 136 ด.! อดีตนายกเทศฯ แม่ฮ้อยเงิน สารภาพจ้างเหมาบริการมิชอบ

2 คดี สะท้อน ‘เส้นทางวิบากกรรม’ ของผู้บริหารท้องถิ่น

เมื่อพิจารณาทั้งสองคดีประกอบกัน จะเห็นภาพเส้นทางวิบากกรรมทางคดีอย่างชัดเจน

คดีแรก เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินโครงการไปเป็นประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต และการจัดทำเอกสารประกอบการเบิกจ่ายเป็นเท็จ โดนคุก 4 ปี 24 เดือน

คดีที่สอง เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่ดำเนินการจ้างเหมาบริการโดยมิชอบ จนนำไปสู่การถูกลงโทษในความผิดหลายกรรม รวม 23 กระทง โดนคุก 138 เดือน

แม้ ป.ป.ช. จะยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดพฤติการณ์การกระทำความผิดที่ชัดเจน แต่ทั้งสองคดีมีจุดร่วมสำคัญ คือ ตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นมาพร้อมอำนาจและความรับผิดชอบต่อเงินภาษีของประชาชน การอนุมัติ การเบิกจ่าย การจัดซื้อจัดจ้าง หรือการลงนามในเอกสารราชการแต่ละครั้ง ล้วนมีผลทางกฎหมายตามมาได้

กรณีของนายวศินชัยจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า เมื่อกระบวนการตรวจสอบของรัฐเดินหน้า ตั้งแต่การไต่สวนของ ป.ป.ช. การฟ้องคดีของอัยการ ไปจนถึงการพิจารณาของศาล การกระทำที่เกิดขึ้นในช่วงดำรงตำแหน่งไม่ได้จบลงพร้อมกับการพ้นจากตำแหน่ง

แต่กลายเป็น “วิบากกรรมทางคดี” ที่ติดตามผู้ดำรงตำแหน่งไปอีกยาวนาน โดยเฉพาะบทลงโทษจำคุก ผู้กระทำความผิด

และนี่คือบทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับว่า เงินหลวงไม่ใช่เงินส่วนตัว อำนาจหน้าที่ไม่ใช่สิทธิส่วนบุคคล และการตัดสินใจทุกครั้งต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและประโยชน์ของประชาชน

จากเก้าอี้นายกเทศมนตรี สู่สถานะจำเลย และคำพิพากษาจำคุกใน 2 คดี ของ นายวศินชัย จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนราคาแพงของการทุจริตเงินแผ่นดิน และเป็นบทเรียนที่ผู้มีอำนาจบริหารงบประมาณท้องถิ่นไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด

อ่านข่าวผลคดีทุจริตเจ้าหน้าที่รัฐรายอื่น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
วศินชัย เตชะ
นายกเทศมนตรีตำบลแม่ฮ้อยเงิน เชียงใหม่
ทุจริตเงินหลวง
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนข้าราชการไทย (22) 30 กันยายน 'วันมหาวิปโยค' กรรมการตรวจรับ
บทเรียนข้าราชการไทย (22) 30 กันยายน 'วันมหาวิปโยค' กรรมการตรวจรับ