News Logo
หน้าแรก
เปิดเต็ม! ผลคดีคุก 18  ปี อดีตนายก อบต.พิกุลออก เบิกค่างานมิชอบ

เปิดเต็ม! ผลคดีคุก 18 ปี อดีตนายก อบต.พิกุลออก เบิกค่างานมิชอบ

3 ก.ย. 2569 08:27
ผู้ชม 68 คน

เปิดเต็มๆ ผลคดีคุก 18 ปี 'เอกกฤต โชคนำตระกูล' อดีตนายก อบต.พิกุลออก อ.บ้านนา นครนายก คดีเบิกค่าก่อสร้างโครงการขยายเขตไฟฟ้าโรงสูบน้ำ-เบิกค่าใช้จ่ายระบบสูบส่งอาคารโรงสูบน้ำ ทั้งที่ผู้รับจ้างยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 2 สั่งลงโทษผิด 3 กระทง ไม่รอลงอาญา พวกหลายคนมีโทษด้วย

สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 มีคำพิพากษาตัดสินคดีกล่าวหา นายเอกกฤต โชคนำตระกูล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พิกุลออก อ.บ้านนา จ.นครนายก (ปัจจุบันเป็นเทศบาลตำบลพิกุลออก) กับพวก เบิกจ่ายเงินค่าก่อสร้างโครงการขยายเขตไฟฟ้าโรงสูบน้ำ หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 11 โครงการขยายเขตไฟฟ้าโรงสูบน้ำ หมู่ที่ 6 และโครงการค่าใช้จ่ายระบบสูบส่งอาคารโรงสูบน้ำ หมู่ที่ 6 ทั้งที่ผู้รับจ้างยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทางอาญา และส่งสำนวนเอกสารหลักฐานให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย

โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 มีคำพิพากษาว่า นายเอกกฤต โชคนำตระกูล จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 157 (เดิม) เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 6 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 18 ปี กรณีไม่มีเหตุมีควรรอการลงโทษ

สำหรับคดีนี้ นอกจาก นายเอกกฤต แล้ว ยังมีพวกอีกหลายรายที่ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกด้วย

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

คุก18 ปี! 'เอกกฤต' อดีตนายก อบต.พิกุลออก เบิกค่างานให้ผู้รับจ้างมิชอบ

ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดผลคดีฉบับเต็ม ที่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลคดีทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.

ชื่อคดีกล่าวหา นายเอกกฤต โชคนำตระกูล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พิกุลออก อ.บ้านนา จ.นครนายก (ปัจจุบันเป็นเทศบาลตำบลพิกุลออก) กับพวก เบิกจ่ายเงินค่าก่อสร้างโครงการขยายเขตไฟฟ้าโรงสูบน้ำ หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 11 โครงการขยายเขตไฟฟ้าโรงสูบน้ำ หมู่ที่ 6 และโครงการค่าใช้จ่ายระบบสูบส่งอาคารโรงสูบน้ำ หมู่ที่ 6 ทั้งที่ผู้รับจ้างยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามสัญญา คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157

มีจำเลย 8 ราย นายเอกกฤต โชคนำตระกูล เป็นจำเลยที่ 1 นายสันทัด จานทอง จำเลยที่ 2 นายจำลอง มัยญะกิต จำเลยที่ 3 นายเดชา พุ่มพวง จำเลยที่ 4 นางสาวอภิวรรณ รัมพณีนิล จำเลยที่ 5 นายบัว ศรีมุกข์ จำเลยที่ 6 นายนำ คุณชม จำเลยที่ 7 และ นายเสถียร จุลทรัพย์ จำเลยที่ 8

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 มีคำพิพากษาดังนี้

1.นายเอกกฤต โชคนำตระกูล จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 157 (เดิม) นายจำลอง มัยญะกิต จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 นายเดชา พุ่มพวง จำเลยที่ 4 และนางสาวอภิวรรณ รัมพณีนิล จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม)

นายบัว ศรีมุกข์ จำเลยที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 นายนำ คุณชม จำเลยที่ 7 และ นายเสถียร จุลทรัพย์ จำเลยที่ 8 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 86

2.การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

จำคุกกระทงละ 6 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 18 ปี

3.การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 และการกระทำแต่ละกระทงตามฟ้องข้อ 3.3 และ 4.3 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 12 ปี

4.จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้จำคุกคนละ 2 ปี

5.จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 4 ปี

6.การกระทำของจำเลยที่ 7 และที่ 8 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

จำคุกคนละ 4 ปี และปรับคนละ 20,000 บาท

7.คำให้การในชั้นไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ของจำเลยที่ 3 และที่ 6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้คนละ 1 ใน 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 9 ปี และจำคุกจำเลยที่ 6 มีกำหนด 3 ปี

8.จำเลยที่ 7 และที่ 8 ให้การรับสารภาพ และคำให้การในชั้นไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 7 และที่ 8 คนละ 2 ปี และปรับคนละ 10,000 บาท พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 7 นำเงินค่าเสียหายมาวางศาลเต็มจำนวนความเสียหาย และจำเลยที่ 8 มีอาการป่วยเจ็บช่วยเหลือตนเองได้น้อยต้องมีญาติช่วยดูแล หากได้รับโทษจำคุกจะมีความยากลำบากในการดำรงชีวิต ประกอบกับพฤติการณ์ในการกระทำความผิดในส่วนของจำเลยที่ 7 และที่ 8 ไม่ร้ายแรงนักจึงให้รอการลงโทษจำคุกจาเลยที่ 7 และที่ 8 ไว้คนละ 3 ปี

9.ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 3 ถึงที่ 6 กรณีไม่มีเหตุมีควรรอการลงโทษ

สำหรับจำเลยที่ 2 ไม่ได้มีการระบุถึงในคำพิพากษา

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


อย่างไรก็ดี สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า คดีนี้ ยังไม่สิ้นสุด จำเลยยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นอุทธรณ์ได้อีก

หากมีความคืบหน้าผลคดีเพิ่มเติม จะนำมาเสนอต่อไป

อ่านข่าวในหมวดเดียวกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
เอกกฤต โชคนำตระกูล
อบต.พิกุลออก อ.บ้านนา นครนายก
เบิกค่างานให้ผู้รับจ้างมิชอบ
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่อ‘นอมินี’7บริษัทนครพนม แอบใช้ที่อยู่ชาวบ้านตั้งบริษัท จ่อเอาผิด
ส่อ‘นอมินี’7บริษัทนครพนม แอบใช้ที่อยู่ชาวบ้านตั้งบริษัท จ่อเอาผิด