News Logo
หน้าแรก
ส่อ‘นอมินี’7บริษัทนครพนม แอบใช้ที่อยู่ชาวบ้านตั้งบริษัท จ่อเอาผิด

ส่อ‘นอมินี’7บริษัทนครพนม แอบใช้ที่อยู่ชาวบ้านตั้งบริษัท จ่อเอาผิด

3 ก.ย. 2569 09:22
ผู้ชม 20 คน

พาณิชย์จังหวัดนครพนมตรวจ 7 บริษัทเข้าข่าย ‘นอมินี’ในจังหวัดนครพนม แอบใช้ที่อยู่ประชาชนเป็นที่ตั้งบริษัท โดยเจ้าบ้านไม่รู้ตัว พบช่วงจดทะเบียนผู้ถือหุ้นต่างชาติ 14 คนไม่ได้เข้ามาไทย เรียกกรรมการ-ผู้ถือหุ้น-ผู้ยื่นคำขอ และพยานชี้แจงภายใน 15 วัน หากเป็นข้อมูลเท็จ จะเพิกถอนการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลและเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง

 สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม พร้อมนายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อำเภอนาแก และอำเภอวังยาง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตั้งของบริษัทที่มีกรรมการหรือผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ จำนวน 7 บริษัท ในจังหวัดนครพนม หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่า อาจมีการนำที่อยู่ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยของประชาชนไปใช้แอบอ้างเป็นสถานที่ตั้งในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต

 “จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตั้งทั้ง 7 บริษัท พบว่า เป็นบ้านพักอาศัยของชาวบ้าน และไม่ปรากฏสภาพการประกอบธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด โดยเจ้าบ้านแจ้งว่าตนเองไม่ทราบว่าถูกนำที่อยู่ไปจดทะเบียนเป็นที่ตั้งบริษัทของคนต่างชาติ และตนเองไม่ได้รู้จักกับคนต่างชาติที่เป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้นของบริษัท รวมถึงไม่รู้จักกับผู้ยื่นคำขอจัดตั้งบริษัท และพยานชาวไทยแต่อย่างใด ตลอดจนไม่ได้ยินยอมให้นำที่อยู่ของตนเองไปเป็นที่ตั้งของบริษัทด้วย ทั้งนี้ เจ้าบ้านได้เดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว”นายพูนพงษ์กล่าว

 นายพูนพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้นายทะเบียนได้ดำเนินการระบุข้อความข้อควรทราบในหน้าหนังสือรับรองของทั้ง 7 บริษัท ว่า “นิติบุคคลไม่มีสำนักงานแห่งใหญ่ ณ ที่ตั้งตามที่ได้จดทะเบียนไว้” เพื่อเตือนประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ใช้ความระมัดระวังในการติดต่อทำธุรกรรมกับบริษัทดังกล่าว รวมถึงได้ประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนมเพื่อตรวจสอบการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยของกรรมการและผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติทั้ง 7 บริษัท จำนวน 14 ราย โดยพบว่า ช่วงระยะเวลาในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยแต่อย่างใด

 “อย่างไรก็ตาม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนมได้มีหนังสือถึงกรรมการ ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ ผู้รับรองลายมือชื่อคนไทย (ผู้ทำคำขอจดทะเบียน/ผู้ทำบัญชี) รวมถึงพยานในคำขอจดทะเบียน ให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนดจะดำเนินการทางกฎหมายในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ เมื่อรวบรวมข้อเท็จจริงครบถ้วน พร้อมสามารถยืนยันได้ว่าผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งให้ข้อมูลอันเป็นเท็จต่อนายทะเบียน นายทะเบียนผู้รับจดทะเบียนจะเป็นผู้ดำเนินการเพิกถอนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 7 บริษัท โดยออกเป็นคำสั่งทางปกครอง และร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ด้วยเหตุไม่มีการประชุมจัดตั้งบริษัทขึ้นจริง ไม่ได้มีการลงลายมือชื่อในราชอาณาจักร และปลอมแปลงเอกสารทางราชการต่อไป โดยมีโทษปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 268

 นายพูนพงษ์กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์ฯ ยังจัดทำแบบประชาสัมพันธ์วิธีการตรวจสอบการแอบอ้างการนำที่ตั้งบ้านไปจดทะเบียนเป็นที่ตั้งสำนักงานด้วยตนเอง เพื่อป้องกันการถูกแอบอ้าง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีหนังสือถึงนายอำเภอทุกอำเภอ ขอให้แจ้งกำนันและผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงต่อไป

 “สำหรับประชาชนที่ต้องการตรวจสอบว่าที่อยู่ของตนถูกนำไปใช้จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือไม่ สามารถตรวจสอบได้ที่ เว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th เลือกหัวข้อ Hot Service จากนั้นเลือกหัวข้อ ‘ตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ของนิติบุคคล’ หากพบว่าถูกแอบอ้างให้รีบดำเนินการแจ้งความและยื่นคำร้องมายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือแจ้งมาทางอีเมล [email protected] พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบ เช่น 1) สำเนาทะเบียนบ้าน (เจ้าบ้าน) /สำเนาโฉนดที่ดิน (เจ้าของกรรมสิทธิ์) 2) สำเนาบัตรประชาชน 3) สัญญาเช่า และหนังสือยกเลิกสัญญาเช่า (ถ้ามี) 4) แผนที่ และ 5) ผู้ประสานงาน/หมายเลขโทรศัพท์/ที่อยู่ในการติดต่อ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยกรมฯ จะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป”นายพูนพงษ์กล่าว

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดรายงานโกงสอบปี 68 (2) :Timelineเกือบ 4 ปี  ถึงวันบุกค้น บ.จ่าพิชิต
เปิดรายงานโกงสอบปี 68 (2) :Timelineเกือบ 4 ปี ถึงวันบุกค้น บ.จ่าพิชิต