"...จำเลยที่ 1 แม้จำเลยไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจากการไต่สวนว่า มีการใช้อำนาจในตำแหน่งในการแสวงหาประโยชน์มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่นจากการจัดซื้อเสาไฟฟ้ากินรี ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ..."
กรณี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีกล่าวหา นายทรงชัย นกขมิ้น เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ กับพวก ในการจัดทำโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้ารูปประติมากรรมกินรี ช่วงปี 2556 และมีการนำงบประมาณมาปรับปรุงการดำเนินงานโครงการฯ ช่วงปี 2562 โดยไม่เหมาะสมนั้น
สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า คดีนี้ ศาลฯ มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก นายทรงชัย นกขมิ้น เป็นเวลา 5 ปี และให้นับโทษต่อคดีเดิมด้วย โดยคดีนี้ มีจำเลยจำนวน 10 ราย นอกจาก นายทรงชัย ที่ถูกศาลฯ พิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี แล้ว นางสาววาสนา อุ่นรอด ผู้อำนวยการกองคลัง รักษาราชการแทน ปลัดอบต.ราชาเทวะ ยังถูกตัดสินลงโทษจำคุก 5 ปี ด้วย ส่วนจำเลยรายอื่น ศาลฯ มีคำพิพากษายกฟ้อง

ภาพประกอบรายงาน
คดีสอง! 'ทรงชัย' อดีตนายก อบต.ราชาเทวะ โดนคุก 5 ปี ซื้อเสาไฟกินรีปี 56
ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดผลคำพิพากษาคดีนี้ ของ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันล่าสุด
คดีนี้ มีจำเลย 10 ราย ได้แก่
-นายทรงชัย นกขมิ้น จำเลยที่ 1
-นางสาววาสนา อุ่นรอด จำเลยที่ 2
-นางหทัยพัชร ช่วงชู จำเลยที่ 3
-นายณธัชพงศ์ ศรีแก้ว จำเลยที่ 4
-บริษัทบางกอกไฟถนน จำกัด จำเลยที่ 5
-นางชรินรัตน์ อัญชุลีประดิษฐ์ จำเลยที่ 6
-บริษัทสุราษฎร์แสงทอง จำกัด จำเลยที่ 7
-นางสาวโสภิดา แซ่เตีย จำเลยที่ 8
-ห้างหุ้นส่วนจำกัด พิชญารวมช่าง จำเลยที่ 9
-นายญาณเดช หวังบรรจงพูน จำเลยที่ 10
พฤติการณ์ในการกระทำความผิด
ในคำพิพากษาระบุข้อเท็จจริงพฤติการณ์ในการกระทำความผิดไว้ดังนี้
คดีนี้ โจทก์ คือ อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องคดีแทน ป.ป.ช. มีอำนาจฟ้องคดี
พฤติการณ์ในคดี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2554 จำเลยที่ 1 มีหนังสือขออนุญาตแขวงการทางสมุทรปราการ เพื่อติดตั้งเสาไฟฟ้าบนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 3256 (ถนนกิ่งแก้ว) โดยจะรื้อถอนเสาไฟฟ้าของเดิมออกและติดตั้งใหม่แทนจุดติดตั้งเดิม
วันที่ 29 สิงหาคม 2554 ผู้อำนวยการแขวงการทางสมุทรปราการ มีหนังสือแจ้งว่า ผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินไม่อนุญาตให้ติดตั้งเสาไฟฟ้าพร้อมประติมากรรมรูปกินรี เนื่องจากไม่เป็นไปตามแบบมาตรฐานของกรมทางหลวง
วันที่ 12 มิถุนายน 2555 จำเลยที่ 1 มีหนังสือขออนุญาตแขวงการทางสมุทรปราการ เพื่อติดตั้งเสาไฟฟ้าอีกครั้ง
วันที่ 18 กรกฎาคม 2555 แขวงการทางสมุทรปราการกับ อบต.ราชาเทวะ จัดประชุมร่วมกัน โดยแขวงการทางสมุทรปราการอนุญาตให้ อบต.ราชาเทวะ เข้าไปดูแลรักษาความสะอาด ความสวยงาม ความเป็นระเบียบและความปลอดภัยในเขตทางหลวงแผ่นดิน เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานทำความสะอาด บำรุงรักษา ระบบระบายน้ำ งานปรับปรุงภูมิทัศน์
โดยมีข้อกำหนดว่า อบต.ราชาเทวะ ต้องแจ้งแขวงการทางสมุทรปราการทราบล่วงหน้าก่อนการดำเนินการ พร้อมส่งแบบรูปรายละเอียดให้พิจารณาเห็นชอบก่อน
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2555 ผู้อำนวยการแขวงการทางสมุทรปราการ แจ้งไปยังจำเลยที่ 1 ว่า ไม่ขัดข้องในการดำเนินการติดตั้งเสาไฟฟ้า แต่ความส่องสว่างและความปลอดภัยต้องเป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวง
ต่อมา อบต.ราชาเทวะ ได้จัดประกวดราคาจัดซื้อติดตั้งเสาไฟฟ้ากินรี แต่แขวงทางหลวงสมุทรปราการแจ้งให้ อบต.ชะลอการติดตั้งจนกว่าจะส่งมอบแบบมาตรฐานให้แขวงทางหลวงพิจารณาเห็นชอบก่อน
แต่ อบต.ราชาเทวะ ไม่ได้ส่งมอบแบบรูป และไม่ชะลอการติดตั้งเสาไฟฟ้า ขณะที่ในการประกวดราคา มีเอกชนที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับงานเสาไฟฟ้ากินรีเข้าร่วม ขณะที่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีลักษณะการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน กำหนดราคากลางไม่ถูกต้อง ต่อมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบ พบว่ามีบางจุดไม่มีสายดิน งานมีปัญหา
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559 จังหวัดสมุทรปราการ มีมติให้ อบต.ราชาเทวะ รื้อถอนเสาไฟฟ้ากินรีออกจากทางหลวงแผ่นดินทั้งหมด เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการติดตั้ง และให้แขวงทางหลวงสมุทรปราการดำเนินการติดตั้งเสาไฟฟ้าตามมาตรฐานกรมทางหลวงทดแทน
ขณะที่โครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้ากินรี ถูกตรวจพบปัญหาการกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องไว้ 1 ปี ทั้งที่ตามมติ ครม.กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 2 ปี ทำให้ไม่สามารถให้ผู้ขายรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่องภายในระยะเวลา 2 ปี ส่งผลให้เกิดความเสียหายกับ อบต.ราชาเทวะ
เบื้องต้น จำเลยทั้ง 10 ให้การปฏิเสธ
ศาลพิจารณาเอกสารหลักฐาน คำให้การพยานแล้ว มีคำวินิจฉัยดังนี้
จำเลยที่ 1 แม้จำเลยไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจากการไต่สวนว่า มีการใช้อำนาจในตำแหน่งในการแสวงหาประโยชน์มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่นจากการจัดซื้อเสาไฟฟ้ากินรี
ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ
แต่อย่างไรก็ตาม การที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่นายก อบต. ซึ่งมีอำนาจลงนามในสัญญาซื้อขาย ในฐานะคู่สัญญา และดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับสัญญาซื้อขาย โดยปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้อนุมัติให้จัดซื้อและเบิกจ่ายเงิน ทั้งที่ปรากฏว่าการจัดซื้อเสาไฟฟ้ากินรียังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการติดตั้งจากกรมทางหลวง
แม้จำเลยจะนำสืบอ้างว่า แขวงการทางสมุทรปราการไม่ขัดข้องในการติดตั้งเสาไฟฟ้า แต่แม้จะไม่ขัดข้อง ก็ต้องดำเนินการตามบันทึกข้อตกลง โดยจะต้องจัดส่งแบบรูปแบบรายละเอียดของงานที่จะดำเนินการให้แขวงการทางสมุทรปราการพิจารณาเห็นชอบก่อน ดังนั้น ในการติดตั้งเสาไฟฟ้ากินรี จึงยังไม่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการได้
ทั้งยังปรากฏว่า จังหวัดสมุทรปราการมีการประชุมผู้เกี่ยวข้องแล้วลงมติให้ อบต.ราชาเทวะ รื้อถอนเสาไฟฟ้า เนื่องจากไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ มีการตกลงให้ผู้ขายรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา 1 ปี ไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2537 จึงถือได้ว่าการจัดซื้อจัดจ้างเสาไฟฟ้า เป็นการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรี ที่มุ่งหมายเกี่ยวกับการควบคุม ดูแล หรือการใช้เงิน การกระทำจึงเป็นการประพฤติมิชอบ ที่เป็นการทุจริตในภาครัฐ
ส่วนจำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลัง มีหน้าที่เกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย วางแผน ควบคุม มอบหมาย ตรวจสอบ ประเมินผล และรับผิดชอบการบริหารงานการคลัง และเป็นผู้เสนอให้จำเลยที่ 1 พิจารณาการดำเนินงานจัดจ้างเสาไฟฟ้า ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการติดตั้งจากกรมทางหลวงซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ การกระทำของจำเลยที่ 2 ถือว่าปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่มุ่งหมายเกี่ยวกับการใช้เงิน จึงเป็นการประพฤติมิชอบที่เป็นการทุจริตในภาครัฐ
ส่วนจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่ามีพฤติการณ์หรือมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงอย่างหนึ่งอย่างใดว่าได้ร่วมกระทำผิดด้วย
ส่วนจำเลยที่ 5 ถึง 10 ไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนด้วยเช่นกัน
@ ผลคำพิพากษา
พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 5 ปี ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 คดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 53/2568 ของศาลนี้
ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 190/2566 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 103/2567 ของศาลนี้ และนับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 53/2558 ของศาลนี้
เนื่องจากคดีดังกล่าวศาลพิพากษายกฟ้อง จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ข้อหาอื่นและคำขออื่นให้ยก
กับให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ถึงจำเลยที่ 10
สำหรับคดีจัดทำโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้ารูปประติมากรรมกินรี ช่วงปี 2556 โดยไม่เหมาะสมด้วย ข้างต้น นับเป็นคดีที่สองที่นายทรงชัย ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก
ต่อจากคดีแรกในช่วงเดือนมิถุนายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก นายทรงชัย เป็นเวลา 4 ปี และปรับ 200,000 บาท ในคดีทุจริตโครงการจัดซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) พร้อมติดตั้ง เมื่อปี 2557 และกำหนดราคากลางสูงกว่าความเป็นจริง
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด นายทรงชัย นกขมิ้น และพวก ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลสูงได้อีก
อ่านประกอบ :
อสส. สั่งฟ้องคดีเสาไฟกินรี 809 ล. 'ทรงชัย-พวก' รายงานตัวสู้ครบทุกคน
เปิดครบ 14 ราย อสส. สั่งฟ้องคดีเสาไฟกินรี 809 ล. 'ทรงชัย-หลาน' โดนคู่
คดีแรก 'ทรงชัย' โดนคุก 4 ปี - ล่าสุด พวก 4 คนรอด อสส.สั่งไม่อุทธรณ์
เฉลยข่าวสตง.แพร่บทเรียนทุจริตซื้อกล้อง CCTV คดีแรก'ทรงชัย'โดนคุก 4 ปี




