ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'อัษฎาวุธ อุ่นเรือน' อดีตสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอโนนสังที่ 6 เรียกรับเงินแลกกับการไม่จับกุมดำเนินคดีโดยมิชอบ ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 4 พิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี รับสารภาพ ลดเหลือ 2 ปี 6 เดือน พฤติการณ์คดีร้ายแรง ไม่รอลงอาญา
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายอัษฎาวุธ อุ่นเรือน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอโนนสังที่ 6 เรียกรับเงินเพื่อแลกกับการไม่จับกุมดำเนินคดีโดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172, 173 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่โทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
จำคุก 5 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ในระหว่างพิจารณาคดี จำเลยวางเงินจำนวน 30,000 บาท เพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ นาง ก. ผู้เสียหาย เป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดนับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78
คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบข้อเท็จจริงที่ได้ความตามรายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว เห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุสมควรในอันที่จะรอการลงโทษ
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




