News Logo
หน้าแรก
สื่อไร้พรมแดนจี้ไทยหยุดส่งตัว นักข่าวเปิดโปงทุจริตพรรคคอมฯจีน กลับ ปท.

สื่อไร้พรมแดนจี้ไทยหยุดส่งตัว นักข่าวเปิดโปงทุจริตพรรคคอมฯจีน กลับ ปท.

16 ก.ค. 2569 06:59
ผู้ชม 24 คน

องค์กรสื่อไร้พรมแดน-NGO สิทธิฯสเปนจี้ไทย ยุติส่งตัวนักข่าวสืบสวนเปิดโปงทุจริตพรรคคอมมิวนิสต์จีนกลับประเทศ พร้อมอนุญาตให้ลี้ภัยไปประเทศที่สาม หวั่นหากเจ้าตัวถูกส่งตัวกลับไปแล้วเสี่ยงถูกทรมาน-บังคับให้สูญหาย

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders - RSF) และองค์กรเซฟการ์ด ดีเฟนเดอร์ส (Safeguard Defenders) ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ประเทศสเปน ได้ออกมาเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้ทางการไทยยุติการส่งตัวนายไป๋ จ้าวตง (Bai Zhaodong) นักข่าวจีนชื่อดังที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศไทย กลับไปยังประเทศจีน โดยชี้ว่าการส่งตัวเขากลับไปอาจนำไปสู่ความเสี่ยงร้ายแรง อย่างเช่น การบังคับให้หายสาบสูญ การควบคุมตัวโดยพลการ การทรมาน และการปฏิบัติที่โหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมอื่นๆ อันเนื่องมาจากการรายงานข่าวเปิดโปงการทุจริตในระดับสูงสุดของรัฐบาลจีน

จากข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งข่าวท้องถิ่น ทั้งสององค์กรยืนยันว่า นายไป๋ จ้าวตง ซึ่งถูกกักตัวอยู่ที่ศูนย์กักกันคนเข้าเมืองสวนพลู กรุงเทพมหานคร กำลังเผชิญความเสี่ยงในการถูกส่งตัวกลับประเทศจีน ภายใต้แรงกดดันจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

แถลงการณ์แสดงความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะมีกำหนดเดินทางเยือนจีนระหว่างวันที่ 16 ถึง 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 นายไป๋ จ้าวตง ได้หลบหนีออกจากประเทศจีนเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 หลังจากนั้นในเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 เขาถูกออกหมายจับโดยสำนักความมั่นคงสาธารณะเมืองอวี้หลิน ด้วยข้อหาที่ถูกกล่าวหาอย่างเป็นเท็จว่า "กรรโชกทรัพย์"

ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2569 นายไป๋ถูกควบคุมตัวในประเทศไทย และทางการไทยได้ขัดขวางไม่ให้เขาย้ายไปยังประเทศที่สามที่ปลอดภัย และห้ามเขาเดินทางออกนอกประเทศ หากถูกส่งตัวกลับ นักข่าวผู้นี้จะตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างร้ายแรงและคาดการณ์ได้ว่าเขาจะต้องถูกข่มเหงทางการเมือง ถูบควบคุมตัวโดยพลการ ถูกบังคับให้หายสาบสูญ ถูกทรมาน และถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงอื่นๆ

นายไป๋ จ้าวตง มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักข่าวเชิงสืบสวนในประเทศจีนมานานกว่า 25 ปี โดยล่าสุดทำงานให้กับนิตยสารปักกิ่ง ไคจิง (Beijing Caijing Magazine) ที่มีชื่อเสียง ผลงานของเขาได้เปิดโปงเครือข่ายการทุจริตและการฉ้อโกงทางการเงินขนาดใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายอื่นๆ การสืบสวนดังกล่าวพัวพันถึงทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ระดับสูงภายในพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP)

"เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยอนุญาตให้นักข่าวไป๋ จ้าวตง สามารถย้ายไปยังประเทศที่เขาเลือกได้ และขอให้งดเว้นการปฏิบัติตามคำขอใดๆ จากรัฐบาลจีน รัฐบาลไทยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ชัดเจนต่อมาตรฐานสิทธิมนุษยชนที่กำหนดไว้ มิฉะนั้นอาจเสี่ยงต่อความเสียหายร้ายแรงต่อชื่อเสียงในระดับโลก" นางอเล็กซานดรา บีลากาวสกา (Aleksandra Bielakowska) ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกขององค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน กล่าว

นางบีลากาวสกากล่าวเสริมว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนมีชื่อเสียงในด้านการข่มเหงนักข่าวอย่างเป็นระบบ และยังคงเป็นประเทศที่คุมขังนักข่าวมากที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีนักข่าว 120 คนถูกควบคุมตัวอยู่ หากนายไป๋ถูกส่งตัวกลับไปยังจีน เขาจะไม่เพียงเผชิญกับการข่มเหงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงร้ายแรงต่อความปลอดภัยส่วนบุคคลของเขาด้วย

เนื่องจากผลงานข่าวและข้อมูลที่นายไป๋ค้นพบ ซึ่งมีบุคคลระดับสูงที่เกี่ยวข้อง ผลงานของเขาจึงถูกทางการมองว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง หลังจากการตีพิมพ์ นายไป๋ได้ถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ถูกข่มขู่ และได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับภูมิภาคและส่วนกลาง ข้อมูลจากอาร์เอสเอฟระบุว่าตลอดอาชีพการงาน นายไป๋ จ้าวตง เคยถูกทางการจีนตอบโต้และข่มเหงจากการรายงานข่าวเชิงสืบสวนเกี่ยวกับการทุจริตและการฉ้อโกงทางการเงินในมณฑลส่านซี รวมถึงการถูกตั้งข้อหาทางอาญา ถูกสอบสวน และถูกควบคุมตัวถึงหกครั้ง

รายงานล่าสุดของอาร์เอสเอฟเกี่ยวกับการใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติกับนักข่าวแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลจีนมักใช้ข้อหาที่คลุมเครือ เช่น "การจารกรรม," "การบ่อนทำลาย" หรือ "การสร้างความวุ่นวายและยั่วยุ" เพื่อตั้งข้อหาแก่นักข่าว โดยมีนักข่าว 120 คนถูกจำคุกในจีน ซึ่งเป็นเรือนจำที่ใหญ่ที่สุดสำหรับนักข่าวในโลกตามข้อมูลของอาร์เอสเอฟ นักข่าวเหล่านี้มักถูกนำไปควบคุมตัวในระบบการเฝ้าระวังที่อยู่อาศัยในสถานที่ที่กำหนด (Residential Surveillance at a Designated Location - RSDL) ซึ่งเป็นระบบการกักขังเดี่ยวล่วงหน้าเป็นเวลาสูงสุดหกเดือนในศูนย์กักกันลับ ซึ่งถูกกำหนดซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยกระบวนการสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติระบุว่าเป็นระบบของการบังคับให้หายสาบสูญ การควบคุมตัวโดยพลการ และการทรมาน

นางลอรา ฮาร์ธ (Laura Harth) ผู้อำนวยการโครงการจีนในโลกของเซฟการ์ด ดีเฟนเดอร์ส กล่าวว่า "ทางการไทยต้องต้านทานแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อกักตัวและส่งบุคคลที่ถูกทางการจีนต้องการตัวด้วยเหตุผลทางการเมืองกลับคืนไป และต้องยึดมั่นในพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศที่ห้ามการทรมาน การประเมินสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่เป็นอิสระหลายครั้งและศาลในประเทศประชาธิปไตยได้รายงานอย่างสม่ำเสมอถึง 'สถานการณ์ความรุนแรงโดยทั่วไป' ในระบบยุติธรรมและการควบคุมตัวของจีน รวมถึงการใช้การบังคับให้หายสาบสูญ การทรมาน และการบังคับสารภาพเพื่อรักษาระดับการตัดสินลงโทษที่ 99.9%"

นางฮาร์ธยังเน้นย้ำว่า หลังจากมีการส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับไปยังจีนเมื่อปีที่แล้ว ประชาคมระหว่างประเทศต้องชัดเจนกับสิ่งที่กำลังเป็นเดิมพันไม่เพียงแต่ความเป็นอยู่ที่ดีของนายไป๋และคนอื่นๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์ระหว่างประเทศของประเทศไทยด้วย

ที่มา https://www.businesstoday.com.my/2026/07/15/rsf-safeguard-defenders-call-on-thai-government-refrain-from-deporting-chinese-journalist-bai-zhaodong/

แท็กที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลจีน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดสัญญา 'วรศิษฎ์' ให้ บ.พ่อกู้ 20 ล. ไร้ดอกเบี้ย-ไม่มีกำหนดคืน
เปิดสัญญา 'วรศิษฎ์' ให้ บ.พ่อกู้ 20 ล. ไร้ดอกเบี้ย-ไม่มีกำหนดคืน