อสส.มีคำสั่งไม่อุทธรณ์คดี อดีตพนง.ธ.ก.ส. ยโสธร ยักยอกเงินลูกค้า หลังโดนโทษจำคุก 174 ปี 522 เดือน ติดจริง 50 รอลงอาญา 5 ปี ชี้ชดใช้ครบ-ไม่เสียหายในวงกว้าง
สำนักข่าว Next News รายงานว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา นางสาวกอบกุล แสวงผล อดีตพนักงานการเงินระดับ 7 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเมืองเลิง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร เบิกถอนเงินจากบัญชีลูกค้าไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดย คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญา ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาว่า นางสาวกอบกุล แสวงผล จำเลย มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 8 จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง รวม 87 กระทง เป็นจำคุก 174 ปี 522 เดือน และปรับ 435,000 บาท แต่ตามกฎหมายให้จำคุกได้สูงสุด 50 ปี
อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจ เห็นควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี จึงรอการลงโทษจำคุกไว้ 5 ปี พร้อมคุมความประพฤติและให้ทำงานบริการสังคม
ภายหลัง คณะกรรมการ ป.ป.ช.ประชุมเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 มีมติไม่เห็นพ้องกรณีอัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา โดยเห็นควรอุทธรณ์ในประเด็นการรอการลงโทษจำคุก
ล่าสุด แหล่งข่าวยืนยันกับสำนักข่าว Next News ว่า อสส.ยังคงยืนยันความเห็นเดิมว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่รอการลงโทษจำคุกเหมาะสมแก่พฤติการณ์แล้ว จึงมีคำสั่งไม่อุทธรณ์
อสส.ให้เหตุผลว่า แม้จำเลยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ก่อความเสียหายและกระทบความเชื่อมั่นต่อระบบธนาคาร แต่ผู้เสียหายบางรายเป็นเครือญาติ ไม่เกิดความเสียหายในวงกว้าง อีกทั้งจำเลยได้ชดใช้เงินครบถ้วนจนผู้เสียหายพอใจและบางรายไม่ติดใจเอาความแล้ว
นอกจากนี้ จำเลยถูกไล่ออกจากงาน ไม่มีประวัติกระทำผิดอาญามาก่อน มีที่อยู่และอาชีพสุจริตเป็นหลักแหล่ง รวมทั้งรับสารภาพและสำนึกผิด ศาลจึงใช้ดุลพินิจรอการลงโทษ 5 ปี พร้อมกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติ รายงานตัว 12 ครั้ง ทำกิจกรรมต่อต้านทุจริตและบริการสังคม 48 ชั่วโมง โดยเห็นว่าการให้โอกาสแก้ไขฟื้นฟูตนเองจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่าการจำคุก จึงไม่มีเหตุให้อุทธรณ์คำพิพากษาเดิม

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




