News Logo
หน้าแรก
อดีตนายก อบต.ในเมือง โดนคุก10 ปี คดีทุจริต หลังเจอยึดทรัพย์ 73 ล.

อดีตนายก อบต.ในเมือง โดนคุก10 ปี คดีทุจริต หลังเจอยึดทรัพย์ 73 ล.

15 พ.ค. 2569 09:58
ผู้ชม 288 คน

ป.ป.ช. เผยแพร่ผลคดีกล่าวหา 'บรรเจิด สอพิมาย' อดีตนายก อบต.ในเมือง อำเภอพิมาย นครราชสีมา เข้ามีส่วนได้เสียโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ปี 59 ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาลงโทษจำคุก 10 ปี พวกโดนคนละ 6 ปี 8 เดือน เอกชนปรับ 53,333.32 บาท ไม่รอลงอาญา - เผยเจอยึดทรัพย์ คดีร่ำรวยผิดปกติไปแล้ว 73 ล้าน

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายบรรเจิด สอพิมาย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เข้าไปมีส่วนได้เสียในโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านวังกลาง หมู่ที่ 10 ประจำปีงบประมาณ 2559 ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 , 157 , 152 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 91 พ.ร.ป. พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 มาตรา 123/1 (พ.ร.ป. พ.ศ. 2561 มาตรา 126 (1) ประกอบมาตรา 168 มาตรา 172) ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 มาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาดังนี้

-นายบรรเจิด สอพิมาย จำเลยที่ 1 , นางอร่าม พงษ์พิมาย จำเลยที่ 2 , หจก. วังหินก่อสร้าง จำเลยที่ 3 , นายสมหวัง โชคค้า จำเลยที่ 4 และนางรัติวงษ์ สอพิมาย จำเลยที่ 5 มีความผิดตามกฎหมาย เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ ตาม ป.อ. มาตรา 151

ลงโทษจำคุก จำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี รวม 10 ปี

ลงโทษ จำคุก จำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมคนละ 6 ปี 8 เดือน

ลงโทษ จำเลยที่ 3 ปรับกระทงละ 26,666.66 บาท รวม 53,333.32 บาท

-ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ต่อจากโทษจำคุกคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 48/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 227/2568

กรณีจำเลยที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29

อย่างไรก็ดี คดีนี้ ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

สำหรับนายบรรเจิด สอพิมาย ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติรวมมูลค่า 73,062,271.36 บาท ของนายบรรเจิด สอพิมาย และผู้เกี่ยวข้อง ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4 ประกอบมาตรา 83 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 ประกอบมาตรา 125

หลังจาก ในช่วงเดือนตุลาคม 2565 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 7 เสียง ว่า นายบรรเจิด สอพิมาย ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมา โดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่รวมมูลค่า 73,062,271.36 บาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงนามในคำสั่งให้ นายบรรเจิด พ้นตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา จากกรณีถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติเป็นทางการด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
อดีตนายก อบต.ในเมือง
คดีทุจริตก่อสร้างถนน
บรรเจิด สอพิมาย
ป.ป.ช.
ศาลอาญาคดีทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผ่างบการเงิน PONDONNEWS ปีเดียวรวย 33 ล. เขาทำได้อย่างไร?
ผ่างบการเงิน PONDONNEWS ปีเดียวรวย 33 ล. เขาทำได้อย่างไร?