ขมวดปมเงินให้กู้ บ.ครอบครัว 20 ล. ‘วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์’ รมช.มหาดไทย แจ้งบัญชีทรัพย์สินป.ป.ช. ปี 68 เหลือเงินฝาก 2 แสนเศษ - ไม่พบรายการหนี้สินก้อนโตในงบการเงินบริษัท – ทยอยโอน 6 ครั้ง ทำสัญญา 10 พ.ค. ก่อนเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 เพียง 4-10 วัน ของจริง หรือ ตีเก๊ ?
สืบเนื่องนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ (โกแพ) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2568 นายวรศิษฎ์ นางขวัญชนก ไพรพนาพงศ์ คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 49,035,984 บาท หนี้สินทั้งสิ้น 5,466,596 บาท นายวรศิษฎ์แจ้งว่ามีเงินให้กู้ยืม 1 รายการ แก่ บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของครอบครัว (มีนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดานายวรศิษฎ์เป็นกรรมการและถือหุ้นใหญ่) จำนวน 20 ล้านบาท เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566
ทว่าจากการตรวจสอบงบการเงินบริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด ตามที่บริษัทฯนำส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รอบปีบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค.2566 ซึ่งเป็นรอบปีที่มีการกู้ยืมเงิน ระบุมีหนี้สิน 3.94 แสนบาท งบการเงินปีต่อมา 31 ธ.ค.2567 และ 31 ธ.ค.2568 ระบุ มีหนี้สิน 4.30 แสนบาท และ 3.78 แสนบาท ตามลำดับ ไม่พบรายการหนี้สินจำนวน 20 ล้านบาทแต่อย่างใด

กรณีดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่า มีการกู้ยืมเงินกันจริงหรือไม่ ?
หากกู้ยืมกันจริง เหตุใดไม่ปรากฏ ‘หนี้สิน’ในงบการเงินของบริษัท ?
ก่อนชี้ทางหนึ่งทางใด รวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาดังนี้
1.สถานะทางด้านทรัพย์สินของนายวรศิษฎ์ผู้ให้กู้ (เจ้าหนี้)
นายวรศิษฎ์ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯ กรณีพ้นตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) วันที่ 12 ธ.ค. 2568 นายวรศิษฎ์ นางขวัญชนก ไพรพนาพงศ์ คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 49,035,984 บาท หนี้สินทั้งสิ้น 5,466,596 บาท
เฉพาะนายวรศิษฎ์ ทรัพย์สิน 32,411,929 บาท ในจำนวนนี้เป็นเงินสด 500,000 บาท เงินฝาก 232,205.78 บาท หนี้สิน 4,259,010 บาท ประกอบด้วย เงินเบิกเกินบัญชี 27,313 บาท และเงินกู้จากธนาคาร 4,231,696 บาท
นางขวัญชนก มีทรัพย์สิน 16,613,133 บาท ในจำนวนนี้เป็นเงินสด 100,000 บาท เงินฝาก 1,372,320.49 บาท หนี้สิน 1,234,899 บาท ประกอบด้วย เงินเบิกเกินบัญชี 12,154 บาท เงินกู้จากธนาคาร 1,222,745 บาท
ไม่มีข้อมูล จำนวนเงินฝากของนายวรศิษฎ์ปี 2565 ก่อนหน้าปล่อยกู้ 20 ล้านเดือน พ.ค.2566
เห็นได้ว่า ในช่วงปี 2568 ประมาณ 2 ปีหลังให้กู้ยืม 20 ล้าน นายวรศิษฎ์มีเงินสดและเงินฝาก รวมประมาณ 7 แสนบาท แสดงว่านายวรศิษฎ์ให้บริษัทฯกู้ยืม 20 ล้าน จนเหลือเงินในบัญชีเงินฝากเพียง 2 แสนเศษ ?
@ ก่อน-หลังปล่อยกู้ บริษัทมีกำไรต่อเนื่อง สะสมกว่า 652 ล.
2.สถานะทางบัญชีของกิจการ บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา จำกัด (ลูกหนี้)
ก่อนกู้ยืมเงิน งบการเงินรอบปีบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค.2565 บริษัทฯนำส่งนายทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า วันที่ 30 พ.ค.2566 (นำส่งหลังทำสัญญากู้ยืมนายวรศิษฎ์ 20 ล้านประมาณ 20 วัน)
งบกำไรขาดทุน รายได้รวม 292,704,950.35 บาท กำไรสุทธิ 8,039,551.85 บาท
งบดุล สินทรัพย์รวม 712,998,131.92 บาท (รวมเงินให้กู้ยืมและเงินลงทุนระยะยาว 580 ล้านบาท) หนี้สิน 825,484.88 บาท กำไรสะสม 652,172,647.04 บาท

เอกสารงบการเงิน

เอกสารงบการเงิน

เอกสารงบการเงิน
งบการเงินรอบปี 2564 งบกำไรขาดทุน รายได้ 473,169,317.68 บาท กำไรสุทธิ 18,426,328.90 บาท รอบปี 2563 รายได้ 511,112,054.56 บาท กำไรสุทธิ 19,997,443.84 บาท
เห็นได้ว่า บริษัทฯมีผลประกอบการ กำไรสุทธิต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะปี 2565 รายได้รวม 292.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 8 ล้านบาท กำไรสะสม 652.1 ล้านบาท
งบการเงินรอบปีบัญชีสิ้นสุด 31 ธ.ค.2566 (ปีที่กู้ยืม) งบกำไรขาดทุน รายได้รวม 242,281,504.24 บาท กำไรสุทธิ 1,472,428.13 บาท งบดุล สินทรัพย์ 714,039,229.79 บาท (เงินให้กู้ยืมระยะยาว 597 ล้านบาท - บริษัทฯลงหมายเหตุประกอบงบการเงินว่า เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างฯ ไม่ได้มีหลักประกันและจะชำระคืนเมื่อทวงถาม ห้างฯคิดดอกเบี้ยระหว่างกัน ร้อยละ 0.75) หนี้สิน 394,154.62 บาท กำไรสะสม 653,645,075.17 บาท
เห็นได้ว่า ปีที่มีการกู้ยืมเงิน บริษัทฯมีรายได้ 242.2 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1.4 ล้านบาท กำไรสะสม 653.6 ล้านบาท มีเงินให้กู้ยืมระยะยาวจำนวน 597 ล้านบาท
มีความจำเป็นต้องกู้ยืม 20 ล้านจากนายวรศิษฎ์ ?
@ทยอยโอน 6 ครั้ง 3 วัน
3.รายละเอียดของการกู้ยืมเงิน 20 ล้านบาท
นายวรศิษฎ์โอนเงินเข้าบัญชี เงินฝาก บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา ธนาคาร กรุงไทย จำกัด สาขา ละงู จำนวน 3 วัน รวม 6 ครั้ง ได้แก่
วันที่ 3/5/2566 ( 3 พ.ค.2566) จำนวนเงิน 5,000,000 บาท เข้าบัญชี (ปิดข้อมูล) ชื่อบัญชี บริษัท เกียรติเจริญชัยการโยธา ธนาคาร กรุงไทย จำกัด สาขา ละงู
วันที่ 8/5/2566 ( 8 พ.ค.2566) : ครั้งที่ 1 จำนวนเงิน 2,000,000 บาท ครั้งที่ 2 จำนวนเงิน 1,400,000 บาท ครั้งที่ 3 จำนวนเงิน 5,000,000 บาท เข้าบัญชี (ปิดข้อมูล) ชื่อบัญชี เกียรติเจริญชัยการโยธา ธนาคาร กรุงไทย จำกัด สาขา ละงู
วันที่ 10/5/2566 ( 10 พ.ค.2566): ครั้งที่ 1 จำนวนเงิน 5,000,000 บาท ครั้งที่ 2 จำนวนเงิน 1,600,000 บาท เกียรติเจริญชัยการโยธา ธนาคาร กรุงไทย จำกัด สาขา ละงู
@บังเอิญ ก่อนเลือกตั้ง 4 -10 วัน
เห็นได้ว่า การกู้ยืมดังกล่าว นายวรศิษฎ์ไม่ได้โอนเงินครั้งเดียว แต่เป็นลักษณะการทยอยโอนเข้าบัญชี และตัวเลขการโอนเงิน มียอดหลักแสนด้วย 2 ครั้ง ได้แก่ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2566 ครั้งที่ 2 จำนวนเงิน 1,400,000 บาท และ วันที่ 10 พ.ค.2566 ครั้งที่ 2 จำนวนเงิน 1,600,000 บาท
เป็นเรื่องปกติหรือไม่ ? ไม่มีข้อมูลเหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น
อย่างไรก็ตามน่าสังเกตอีกว่า ช่วงเวลาการให้กู้ยืม 20 ล้านบาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทฯ วันที่ 3 พ.ค., 8 พ.ค และ 10 พ.ค. 2566 ทำสัญญาเมื่อวันที่ 10 พ.ค.2566 เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เพียง 4-10 วัน อย่างบังเอิญ
ทั้งหมดเป็นเงื่อนปมกรณีเงินให้กู้ยืม 20 ล้านของนายวรศิษฎ์ รัฐมนตรีช่วยกว่าการกระทรวงมหาดไทย แก่บริษัทคนในครอบครัว นำไปสู่ข้อสงสัยว่า กู้ยืมกันจริง หรือ ธุรกรรมอำพราง/ทางผ่านของเงินเท่านั้น ?
ยังไม่มีข้อสรุปในข้อเท็จจริง หากมีข้อมูลเพิ่ม หรือคำชี้แจง จะรายงานต่อไป
เรื่องเกี่ยวข้อง
เปิดธุรกิจรับเหมา‘พิพัฒน์’จ.สตูล หุ้นส่วน‘สมเกียรติ’พ่อรมช.มหาดไทย
ขุดพบ ‘วรศิษฎ์’รมช.มหาดไทย ร่วมหุ้นรับเหมาพ่อด้วยก่อนโอน 28 เม.ย.
เปิดหมด 43 โครงการ 472.3 ล.! บ.พ่อรมช.มหาดไทย กวาดงานรัฐ 30 เม.ย.
ทรัพย์สิน 49 ล้าน 'วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์' มท.4-เงินให้กู้ยืม 20 ล.
เปิดสัญญา 'วรศิษฎ์' ให้ บ.พ่อกู้ 20 ล. ไร้ดอกเบี้ย-ไม่มีกำหนดคืน
ขุดงบการเงิน บ.เกียรติเจริญชัยฯพ่อ‘วรศิษฎ์’รมช.มท. ไม่พบหนี้ 20 ล.




