'บก.ลายจุด' ปฏิเสธข้อสงสัยที่ว่ามูลนิธิกระจกเงารับทุนเกษตรรายใหญ่เพื่อให้ทีมอาสมัครใช้ดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ แจงใช้เงินบริจาค 5 หมื่นบาท/เดือน จนขณะนี้ใช้ไปแล้วร่วม 2 ล้านบาท
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือในนาม 'บก.ลายจุด' ในฐานะผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งปัจจุบันนำทีมอาสาสมัครปฏิบัติการดับไฟป่าอยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 11 เมษายน เนื้อหาระบุว่า ได้แต่ส่ายหัว มิตรสหายจำนวนหนึ่งเริ่มสงสัยว่า เป็นอาสาดับไฟป่ารับทุนจากทุนเกษตรรายใหญ่เพื่อมาทำลายภาพลักษณ์ของชาวบ้านจะได้เบี่ยงเบนควันจากข้าวโพด
แน่นอนว่าการจัดทีมดับไฟป่าใช้งบประมาณพอสมควร ค่าใช้จ่ายต่อวันประมาณ 5 หมื่นบาท และปีนี้ใช้เงินไปแล้ว 2 ล้านกว่าบาท แต่งบประมาณเหล่านี้ได้มาจากการบริจาคของประชาชนรายย่อยทั่วไป ส่วนใหญบริจาคหลักร้อย ไม่มีผู้บริจาครายใหญ่แบบที่เริ่มมีคนกล่าวหา
"ผมไม่รับทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนในลักษณะการเขียนโครงการ เอาจริงๆ ผมเลิกเขียนโครงการขอทุนแบบที่ NGOs ทั่วไปทำมา 10 ปีแล้ว จะมีเหลือบางกิจกรรมที่เล็กมากๆ ด้วยเหตุผลบางประการซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการศึกษาสำหรับเด็กชายขอบ
"ตอนที่พวกเราไปเป็นอาสาตอนน้ำท่วม CPF เคยบริจาคเนื้อสัตว์และไข่สำหรับอาสาสมัคร โดยการบริจาคนั้นไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆ และหากเทียบเป็นตัวเงินกับงบประมาณที่ใช้จริงๆ น่าจะอยู่ไม่เกิน 1-2% และผมไม่เคยคิดว่าการบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมจะเท่ากับมีบุญคุณหรืออิทธิพลต่อการทำงานเรื่องไฟป่าของพวกเรา"
นายสมบัติ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นตัวเองยังสนับสนุนเรื่อง พ.ร.บ.อากาศสะอาดอย่างเปิดเผย สู้สุดใจซึ่งกฎหมายฉบับนี้หากมีการประกาศใช้จะกระทบต่อบริษัทเกษตรอุตสาหกรรมอย่างมากมายมหาศาล แต่มิตรสหายมองไม่เห็น แต่เชื่อว่ตนเองมเคลื่อนไหวเรื่องไฟป่าเพราะรับการสนับสนุนจากทุนการเกษตร
"โอ้....ถ้าผมต้องการทุน ผมไปเขียนโครงการขอทุนดับไฟป่าได้มากกว่านี้มากครับ ผมยืนยันว่าไม่ได้รับทุนสนับสนุนเรื่องไฟป่าจากทุนเกษตรอุตสาหกรรมตามที่กล่าวหา มโน ใส่ร้าย คิดไปเอง คือไม่รู้จะเรียกว่าอะไร ผมผ่านช่วงเวลาที่แหล่งทุนเทมูลนิธิกระจกเงาหมดหน้าตักตั้งแต่สมัยผมเป็นเสื้อแดง ทั้งๆ ที่งานของมูลนิธิไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของผมเลย และผมไม่เคยกลับไปคิดเรื่องขอทุนจากแหล่งทุนไหนอีก
"ผมเป็นอิสระต่อแหล่งทุน ทุนเอกชน รัฐบาล หรือแม้แต่ผู้บริจาครายย่อยทั้งหลาย เราเชื่อว่าการสนับสนุนเกิดจากความเชื่อถือว่า สิ่งที่พวกเราทำนั้นถูกต้อง และผู้บริจาคอยากเห็นสิ่งนี้ จึงร่วมกันผลักดันพวกเรา แต่ถ้าเราเชื่อสิ่งที่ขัดแย้งต่อผู้บริจาคเขาจะเลิกสนับสนุน แต่หากเรายังเชื่อว่า เราทำสิ่งที่ถูกต้อง เราจะทำต่อไปแม้จะเสียผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งไปก็ตาม" ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกระจกเงา ระบุ
ก่อนหน้านี้นายสมบัติ เคยให้สัมภาษณ์ The Cloud ว่า มูลนิธิฯ ก่อตั้งเมื่อปี 2534 ปัจจุบันมีรถมาบริจาคสิ่งของปีละไม่ต่ำกว่า 1 แสนคัน โดยสิ่งของจำนวนหนึ่งจะนำไปขาย ทำให้มีรายได้เดือนละ 7 ล้านบาทและนำเงินไปช่วยเหลือผู้คนต่อ
ล่าสุดมูลนิธิกระจกเงาได้โพสต์ระดมทุนจัดหารองเท้า งสตั๊ดดอยง คู่ละ 100 บาท เพื่อสนับสนุนทีมดับไฟป่าที่มีทั้งชาวบ้านในพื้นที่ และอาสาของมูลนิธิกระจกเงา เนื่องจากใน จ.เชียงใหม่ ถูกไฟป่าฝุ่นควันล้อมไว้ทุกพื้นที่ โดยทุกวันอาสาสมัครจะออกลาดตระเวนเดินเท้า เข้าไปในพื้นที่เขาสูงชันเป็นแนวหน้าสู้กับควันและไฟ การขึ้นเขาลักษณะนี้จำเป็นต้องมีรองเท้าเพื่อเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัว ช่วยการทรงตัว ลดอุบัติเหตุ และเซฟแรง โดยมีการระบุเลขบัญชีบริจาค ผ่านโครงการภัยพิบัติ ธนาคารไทยพาณิชย์ของมูลนิธิฯ




