บริษัทเครือ ปตท. ทั้ง ‘ไทยออยล์-จีซี-ไออาร์พีซี’ ประสานเสียงยันไม่มีตุนน้ำมัน-ประวิงเวลาขาย พร้อมร่วมมือภาครัฐตรวจสอบเต็มที่
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมว่าจากกรณีที่พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนดคีพิเศษ(ดีเอสไอ) พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ กันแถลงข่าวผลการตรวจสอบกรณีน้ำมันขาดแคลนรุนแรงในช่วงสงครามตะวันออกกลาง และจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 รวมถึงโรงกลั่นด้วยนั้น
ทางบริษัทต่างๆ ในกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เผยแพร่เอกสารข่าวว่า ไทยออยล์ชี้แจงกรณีผลการตรวจสอบน้ำมันขาดแคลนรุนแรงที่สถานบริการน้ำมัน ในช่วงสงครามตะวันออกกลาง โดยระบุว่า ตามที่หน่วยงานภาครัฐได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับมาตรการตรวจสอบการจัดสรรและการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงสถานการณ์วิกฤตที่ผ่านมา บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ประกอบกิจการโรงกลั่นน้ำมันของประเทศ ขอเรียนว่า บริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการเข้าตรวจสอบ การส่งมอบข้อมูล เอกสาร และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบกระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ ขอยืนยันว่า การดำเนินงานของโรงกลั่นมีระบบควบคุม ตรวจสอบ และบันทึกข้อมูลด้านการผลิต การจัดเก็บ และการส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และอยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด
โดยในช่วงสถานการณ์วิกฤตที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังคงดำเนินการผลิตและส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานของประเทศ และช่วยรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับประชาชนและภาคเศรษฐกิจ โดยยึดมั่นในพันธกิจการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศเป็นสำคัญสูงสุด
บริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับกระทรวงพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่ากระบวนการตรวจสอบของภาครัฐจะดำเนินไปตามข้อเท็จจริง ด้วยความเป็นธรรม และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน
ขณะที่บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ระบุว่า ขอเรียนชี้แจงกรณีที่ภาครัฐมีการตรวจสอบเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงสถานการณ์วิกฤตที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ในฐานะผู้ประกอบกิจการโรงกลั่นน้ำมันของประเทศ ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการให้ข้อมูล เอกสาร และข้อมูลเชิงสถิติ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
บริษัทฯ ขอยืนยันว่า กระบวนการดำเนินงานของโรงกลั่นอยู่ภายใต้ระบบควบคุม ตรวจสอบ และบันทึกข้อมูลการรับเข้า–จ่ายออกน้ำมันตามมาตรฐานสากล สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส โดยในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงดำเนินการผลิตและส่งมอบน้ำมันเชื้อเพลิงจากคลังอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศในช่วงเวลานั้น
บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน พร้อมให้ความร่วมมือกับกระทรวงพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจน และสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมและประชาชนต่อไป
ส่วนบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี ทำหนังสือชี้แจงว่า ตามที่ภาครัฐได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับสรุปผลการตรวจสอบกรณีน้ำมันขาดแคลนอย่างรุนแรงที่สถานีบริการน้ำมันในช่วงวิกฤตตะวันออกกลางที่ผ่านมานั้น บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ขอเรียนชี้แจงว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นขายน้ำมันสำเร็จรูปที่หน้าโรงกลั่นเท่านั้น โดยไม่มีสถานีบริการน้ำมัน และไม่มีระบบขนส่งในซัพพลายเชน โดยบริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ในการเข้าตรวจสอบ ให้ข้อมูล ปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐ รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ทั้งนี้ ในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง บริษัทฯ ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
บริษัทฯ ขอเน้นย้ำว่า การดำเนินงานของโรงกลั่นมีระบบการควบคุม ตรวจสอบ และบันทึกข้อมูลการเข้า-ออกของน้ำมันตามมาตรฐานอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมัน บริษัทฯ ได้ดำเนินการกลั่นและส่งมอบน้ำมันออกจากโรงกลั่นตามแผนการขายและส่งมอบอย่างครบถ้วน และได้เปิดเผยข้อมูลให้แก่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการเกี่ยวกับใบกำกับการขนส่งน้ำมันให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เชื่อมั่นว่า บริษัทฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุน หรือ การประวิงการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงใด ๆ ทั้งสิ้น
บริษัทฯ ขอยืนยันอีกครั้งว่า ได้ดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล และพร้อมที่จะประสานงานและให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ทางภาครัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคมต่อไป




