"อนุทิน" ย้ำพรรคภูมิใจไทยไร้เอี่ยว "ฮั้ว สว." เดินหน้าฟ้อง "ยิ่งชีพ ไอลอว์" แจงเป็นเรื่องส่วนตัวปมโผล่โรงแรมพูลแมน ยืนยันไม่มีนัยยะแอบแฝงไปนัดพบใคร หลังโดยครหาไปนัดพบ สว. แจงคืบหน้าโกงสอบท้องถิ่น ย้ายไปแล้วหลายตำแหน่ง
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในหลายประเด็น หลังจากประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น โดยในประเด็นเรื่องการฮั้วเลือกตั้ง สว. นายอนุทินกล่าวว่าประเด็นการฮั้วการเลือกตั้ง สว. ที่ถูกกล่าวหา โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการฮั้วการเลือกตั้ง สว. ตนในฐานะหัวหน้าพรรคได้เคยออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังสมาชิกพรรคทุกคนว่าห้ามข้องเกี่ยวใดๆ กับการเลือกตั้ง สว. เพราะไม่มีประโยชน์ใดๆ จะเกิดขึ้น ซึ่งหนังสือนั้นยังคงอยู่และเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กลับไม่เคยได้รับการเผยแพร่จากสื่อมวลชน ตนเน้นย้ำว่าควรพิจารณาข้อมูลที่แท้จริง ไม่ใช่ไปฟังคนอื่นมาแล้วนำมาเป็นเรื่องเป็นราว
ในส่วนของข้อสงสัยที่ตนเดินทางไปโรงแรมพูลแมนในวันที่ผู้สมัคร สว. ไปรวมตัวกันนั้น นายอนุทินชี้แจงว่า ตนไปโรงแรมดังกล่าวเป็นเรื่องปกติมานานแล้ว ทั้งไปรับประทานอาหาร ไปสปา ซึ่งเป็นกิจวัตรที่ทำมาตั้งแต่ก่อนเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ ตนระบุว่าไม่ได้มีการนัดหมายหรือทราบล่วงหน้าว่าผู้สมัคร สว. จะมารวมตัวกัน และการที่พบเจอผู้คนมากมายในโรงแรม รวมถึงมีคนเข้ามาขอถ่ายรูป ก็เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของตน ซึ่งตนให้ถ่ายรูปกับทุกคน พร้อมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตามที่ถูกกล่าวหา และเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่มีนัยยะแอบแฝง ส่วนกรณีที่ตนจะดำเนินคดีกับผู้ที่มากล่าวหาว่าตนเกี่ยวข้องกับเรื่องฮั้ว สว. ซึ่งมีข่าวว่าเป็นนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มไอลอว์ (iLaw) นั้น นายอนุทินยืนยันว่าเป็นการใช้สิทธิ์ปกป้องตนเองตามกฎหมาย ซึ่งมีกระบวนการและช่วงเวลาที่ต้องให้ทนายความรวบรวมข้อมูลประกอบคำฟ้อง และไม่สามารถบังคับให้ตนไปฟ้องในวันนี้หรือวันนั้นได้
นายอนุทินยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น โดยระบุว่ามีการดำเนินการไปแล้วหลายขั้นตอน ได้แก่ การย้ายผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปประจำสำนักงานปลัดกระทรวง การตั้งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งพบความไม่ตรงกันระหว่างใบประกาศผลกับใบคะแนนสอบของบุคคลเดียวกัน การตั้งสอบวินัยร้ายแรงกับผู้ที่คาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง และการตั้งนายปกร นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีขึ้นมากำกับดูแลการทุจริตครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังมีการให้ความร่วมมือกับ ปปช. และตำรวจในการติดตามออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาจำนวนหลายราย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดได้รับการประกันตัว และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ก็ได้มีมติยกเลิกการประกาศผลการสอบแล้ว และกำลังจะมีการออกหมายเรียกหรือหมายจับผู้ที่จากการสอบสวนพบทั้งเส้นเงิน การกระทำ และการติดต่อเชื่อมโยง
เมื่อถูกถามว่าการดำเนินการดังกล่าวเพียงพอหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าใน กสถ. มีทั้งคนในกรม ตัวแทนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปเป็นไปตามที่ตนเคยท้วงติงไว้ แสดงว่าเซนส์ของตนถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของ กสถ. เป็นดุลพินิจของกรรมการเองไม่เกี่ยวข้องกับตน พร้อมย้ำว่าทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง และคณะกรรมการชุดของนายปกร นิลประพันธ์ ที่ประกอบด้วยรัฐมนตรียุติธรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการ ปปง. เลขาธิการ ปปท. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเลขาธิการกฤษฎีกา จะไม่มีทางปล่อยให้ผู้กระทำผิดหลุดรอดไปได้ ข้อมูลทั้งหลายเชื่อมโยงกันหมด




