"ชัชชาติ" อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม กทม. คลองหลักดีขึ้น เร่งดันน้ำคลองประเวศฯ ออก คาดถนนหลักแห้ง 2-3 วัน ชุมชนใช้เวลา 7 วัน พร้อมเร่งเยียวยา จัดส่งอาหาร 6-7 หมื่นครัวเรือน ชี้ต้องวางแผนโครงสร้างพื้นฐานรับมือฝนหนักระยะยาว
สำนักข่าว Next News เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 12.50 น. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มดีขึ้นแล้ว โดยเฉพาะที่คลองแสนแสบและคลองเปรมประชากรที่ระดับน้ำลดลง ซึ่งจะช่วยดึงน้ำจากพื้นที่คลองจั่นและบางกะปิได้ อย่างไรก็ตาม คลองประเวศบุรีรมย์ยังคงเป็นจุดที่ยากที่สุดในการระบายน้ำ เนื่องจากต้องดึงน้ำจากเขตลาดกระบังมายังพระโขนง และมีเส้นทางคดเคี้ยว ในที่ประชุมจึงได้มีการสั่งการให้หน่วยงานสนับสนุน เช่น กรมชลประทานและทหารเรือ นำเครื่องผลักดันน้ำมาช่วยเร่งการระบายน้ำจากคลองประเวศฯ ให้เร็วขึ้น
ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า แม้เครื่องสูบน้ำทุกตัวจะเดินหน้าเต็มที่ สามารถระบายน้ำได้ประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เนื่องจากปริมาณน้ำในพื้นที่ยังมีค่อนข้างมาก การดึงน้ำจากคลองและค่อยๆ ระบายออกจากพื้นที่ชุมชนจึงต้องใช้เวลา คาดว่าคลองหลักจะใช้เวลาประมาณ 2 วันในการลดระดับน้ำลง ส่วนถนนสายหลักจะดีขึ้นภายใน 2-3 วัน แต่สำหรับชุมชนที่น้ำท่วมขังอาจต้องใช้เวลาถึง 7 วัน เพราะน้ำที่เข้าท่วมมักเกิดจากการข้ามคันดินเข้ามา ไม่ใช่การไหลตามระบบระบายน้ำปกติ จึงต้องใช้ปั๊มดูดน้ำออก
สำหรับบึงหนองบอน นายชัชชาติชี้แจงว่า ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตรจากความจุทั้งหมด 5 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่การนำน้ำจากคลองประเวศฯ เข้าสู่บึงยังไม่สะดวกเท่าที่ควร เนื่องจากโครงการอุโมงค์เชื่อมต่อที่รัฐบาลอนุมัติยังอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้าง ปัจจุบันบึงหนองบอนจึงช่วยระบายน้ำหลักๆ ในพื้นที่ถนนเฉลิมพระเกียรติเป็นหลัก
ด้านการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ขณะนี้ทุกเขตกำลังรวบรวมข้อมูลผู้ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งในด้านผู้ป่วยติดเตียงและอาหาร คาดว่ามีประชาชนประมาณ 60,000-70,000 คนที่ต้องการอาหาร ซึ่งทุกเขตต้องรับผิดชอบและกระจายความช่วยเหลือ อาจมีขลุกขลักบ้างในช่วงแรกเพราะจำนวนผู้เดือดร้อนเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์เริ่มเข้าที่แล้ว นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งกองบัญชาการในแต่ละเขต และได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนในการจัดตั้งศูนย์จัดทำอาหารให้ผู้ประสบภัย
ในส่วนของหลักเกณฑ์การเยียวยา ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ยังไม่มีมาตรการพิเศษเพิ่มเติม กทม. จะใช้หลักเกณฑ์ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กำหนด ซึ่งอิงจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยจะช่วยให้ประชาชนสามารถรวบรวมหลักฐานความเสียหายได้
เมื่อถูกถามถึงโอกาสที่น้ำจะท่วมอีกครั้ง นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากน้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากฝนตกหนักและแช่นานถึง 300 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงมาก จึงเป็นสิ่งที่ กทม. ต้องวางแผนรับมือระยะยาว โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานระบบระบายน้ำ เช่น อุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มเติม ซึ่งเปรียบเสมือนทางด่วนของน้ำ รัฐบาลเองก็มีโครงการร่วมกับ กทม. หลายโครงการ หากอุโมงค์ที่คลองจั่นสร้างเสร็จ จะช่วยลดผลกระทบในพื้นที่บางกะปิได้อย่างมาก แต่โครงการเหล่านี้ล้วนต้องใช้เวลาในการก่อสร้าง
นายชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า การพยากรณ์อากาศปัจจุบันไม่พบหย่อมความกดอากาศต่ำที่จะทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องเหมือนที่ผ่านมา มีเพียงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่นำฝนมาบ้างเล็กน้อย จึงต้องเตรียมรับมือให้ดีที่สุด




