News Logo
หน้าแรก
รมช.มท. ชี้แฟลตคลองจั่น วิกฤตท่วมสูง-กทม. เร่งระบาย ช่วยเหลือ ปชช.

รมช.มท. ชี้แฟลตคลองจั่น วิกฤตท่วมสูง-กทม. เร่งระบาย ช่วยเหลือ ปชช.

28 ก.ย. 2569 10:12
ผู้ชม 28 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

รมช.มหาดไทย ชี้ "แฟลตคลองจั่น" ยังน่าห่วง น้ำท่วมสูง สั่งเร่งส่งอาหาร-สุขาเคลื่อนที่ สู่พื้นที่ประสบภัย กทม. ระดมเครื่องสูบ เร่งคลายสถานการณ์ เตือน "หน้าเดอะมอลล์บางกะปิ-แยกบางกะปิ" น้ำยังท่วมหนัก รถเล็กห้ามผ่าน ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำภารกิจดูแลประชาชนที่ติดค้างเป็นสิ่งสำคัญ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้พื้นที่ที่ยังน่าเป็นห่วงเป็นพิเศษคือ แฟลตการเคหะคลองจั่น ร่มเกล้า และลาดกระบัง ซึ่งมีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก 

นายวรศิษฎ์ย้ำว่าต้องเร่งจัดสรรเรื่องอาหารการกินเข้าไปในพื้นที่ โดยมีการกระจายครัวสนามไปยังจุดที่มีการร้องขอให้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังจะมีการจัดรถสุขาจากท้องถิ่นทั่วประเทศ หากพื้นที่ใดยังขาดเหลือสามารถประสานเข้ามาได้ โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตต้องเร่งดำเนินการประสานงานในทุกเรื่องที่ขาด 

เมื่อถูกถามถึงการทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายวรศิษฎ์ยืนยันว่ายังคงทำงานร่วมกันอยู่ แต่เนื่องจากพื้นที่มีความหลากหลายและกระจายตัวมาก หากผู้อำนวยการเขตยังขาดเหลือเรื่องใด ขอให้รีบแจ้งเข้ามา  สำหรับสถานการณ์โดยรวม นายวรศิษฎ์คาดการณ์ว่า วันนี้ภาพรวมเริ่มดีขึ้นแล้ว และหากฝนเป็นไปตามพยากรณ์อากาศ ไม่มีตกลงมาเพิ่ม ปริมาณน้ำจะลดลงไปมาก 

สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดและผลกระทบ ในเวลา 07.30 น. สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว (สน.ลาดพร้าว) ได้อัปเดตสถานการณ์น้ำเช้าวันเดียวกันว่า บริเวณหน้าเดอะมอลล์บางกะปิ และภายในแฟลตคลองจั่น ระดับน้ำยังคงท่วมสูง โดยเฉพาะหน้าเดอะมอลล์บางกะปิมีปริมาณน้ำท่วมสูงบนผิวการจราจร รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงเส้นทาง  และ  ขณะที่สี่แยกบางกะปิก็ยังมีน้ำท่วมขังสูง รถขนาดเล็กห้ามผ่าน เนื่องจากอาจเกิดอันตรายและรถดับกลางทางได้  อย่างไรก็ตาม ที่แยกลาดพร้าว 101 ระดับน้ำลดลงจนเสมอฟุตบาทแล้ว ขอให้ผู้ใช้เส้นทางขับขี่ด้วยความระมัดระวังและลดความเร็ว 

ภารกิจเร่งด่วนของ กทม.:เมื่อเวลา 08.00 น. ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รายงานว่าสถานการณ์ฝนในกรุงเทพฯ เริ่มผ่อนคลายลง หลังหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนออกจากพื้นที่ ทำให้ฝนไม่รุนแรงเท่าช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่ยังมีฝนจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นระยะ โดยเมื่อคืนมีฝนตกในพื้นที่ฝั่งตะวันออก เช่น หนองจอก ลาดกระบัง และมีนบุรี ทำให้มีน้ำเติมเข้าไปในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติระบุว่า ภารกิจสำคัญขณะนี้คือการเร่งลดระดับน้ำในคลองสายหลัก เช่น คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองลาดพร้าว ซึ่งหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น แต่คลองเหล่านี้ยังคงมีระดับน้ำสูงเนื่องจากต้องรองรับน้ำจากพื้นที่กว้างและจากพื้นที่ต่อเนื่องนอกกรุงเทพฯ จึงต้องเดินเครื่องสูบน้ำและบริหารประตูระบายน้ำอย่างเต็มกำลัง 

นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเสริมว่า สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี กทม. ยังคงเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มช่องทางการระบาย ขณะที่คลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์จะเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ด้วยเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์สนับสนุนเพิ่มเติม 

ด้านการเดินทาง หลายเส้นทางเริ่มดีขึ้น โดยถนนเพชรบุรีบางช่วงสามารถเปิดการสัญจรได้แล้ว และถนนวิภาวดีรังสิตสามารถเดินทางได้มากขึ้น แต่ยังมีบางจุดที่ต้องระมัดระวัง กทม. ขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง 

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและสิ่งของที่ต้องการ: นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ตั้งแต่เริ่มสถานการณ์ มีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งระดับน้อยและมากประมาณ 329,000 ครัวเรือน หรือราว 700,000 คน โดยเฉพาะในเขตลาดกระบัง (30,000-40,000 คน) เขตบางกะปิ (ประมาณ 20,000 คน) และเขตคันนายาว (30,000-40,000 คน) นอกจากนี้ เขตสะพานสูง สวนหลวง และหลักสี่ (ประมาณ 10,000 คน) ก็ยังมีประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมและชุมชนริมคลองได้รับผลกระทบ 

ภารกิจสำคัญที่สุดนอกจากการเร่งระบายน้ำแล้ว คือการดูแลประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม หรือไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้  ปัจจุบัน กทม. ได้นำผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่ต้องได้รับการดูแลออกจากพื้นที่ไปยังโรงพยาบาลในสังกัดแล้วประมาณ 1,500 คน พร้อมจัดทีมติดตามข้อมูลจากโซเชียลมีเดียควบคู่กับช่องทางรับแจ้งเหตุ  ประชาชนที่มีผู้ป่วยฉุกเฉินหรือผู้ป่วยติดเตียงสามารถติดต่อสายด่วน 1669 หรือแจ้งขอความช่วยเหลือทั่วไปผ่านสายด่วน 1555 ของกรุงเทพมหานครได้ 

สำหรับประชาชนและภาคเอกชนที่ประสงค์จะร่วมสนับสนุนผู้ประสบภัย ขณะนี้ กทม. ยังมีความต้องการถุงยังชีพ อาหารพร้อมรับประทาน น้ำดื่ม รถยกสูง เรือท้องแบนขนาดเล็กที่สามารถเข้าตรอกซอกซอยได้ และรถครัวสนาม โดยสามารถประสานเพื่อจัดสรรสิ่งของไปยังพื้นที่ที่ต้องการเร่งด่วนได้ที่ โทร. 02 248 5115 หรือสายด่วน 1555 

รองผู้ว่าฯ ทวิดากล่าวเสริมว่า บ่ายวันนี้ กทม. จะร่วมกับหน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดทำแนวทางและขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือและการเยียวยาให้ประชาชนสามารถดำเนินการได้ง่ายที่สุด  ผู้ว่าฯ ชัชชาติยืนยันว่าทุกหน่วยงานยังคงปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ทั้งการสูบและผลักดันน้ำ การแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดค้าง โดยคาดว่าระดับน้ำในคลองจะเริ่มลดลงต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้สามารถระบายน้ำจากถนนและชุมชนออกได้ตามลำดับ หากมีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือ ขอให้แจ้งเข้ามา เจ้าหน้าที่จะเร่งเข้าไปดูแลให้เร็วที่สุด 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
น้ำท่วมกรุงเทพ

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด-ไทยเลือกตั้งโดยลับแบบมีเงื่อนไข
ฉบับเต็ม! คำวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด-ไทยเลือกตั้งโดยลับแบบมีเงื่อนไข