"...การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การลงคะแนนเลือกตัวแทนเท่านั้น แต่คือการร่วมตัดสินใจอนาคตของระบบสวัสดิการ การรักษาพยาบาล และความมั่นคงหลังเกษียณของตนเอง จึงขอเชิญชวนผู้ประกันตนและนายจ้างที่มีสิทธิร่วมตรวจสอบรายชื่อ เตรียมเอกสารให้พร้อม และออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อให้ประกันสังคมมีตัวแทนไปทำหน้าที่ให้ตรงตามความต้องการของตนเอง..."
การเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) มีกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00–16.00 น.
'บอร์ดประกันสังคม' ประกอบด้วย ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล 7 คน ฝ่ายนายจ้าง 7 คน ฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน รวมกันเป็น 21 คน ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า 'ไตรภาคี' โดยตัวแทนฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างมาจากการเลือกตั้ง ส่วนตัวแทนฝ่ายรัฐบาลมาจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง มีหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารกองทุนประกันสังคม
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นตัวแทนฝ่ายผู้ประกันตน (ลูกจ้าง) จำนวน 102 คน และผู้สมัครตัวแทนฝ่ายนายจ้าง จำนวน 78 คน
@ เช็กรายชื่อผู้สมัครฝ่ายลูกจ้าง-นายจ้าง
-สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครและหมายเลขได้ที่ บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ปี 2569
-สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครและหมายเลขได้ที่ บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ปี 2569
@ ทีมผู้สมัครฝ่ายลูกจ้าง
สำหรับผู้สมัครฝ่ายลูกจ้างที่มีจำนวน 102 คน นั้น ในจำนวนผู้สมัครข้างต้นมีผู้สมัครที่ลงสมัครเป็นแบบทีม เนื่องด้วยผู้ประกันตน 1 คน สามารถเลือกตัวแทนฝ่ายลูกจ้างได้ 7 คน
ผู้สื่อข่าว Next News สืบค้นข้อมูลพบว่ามีผู้สมัครฝ่ายลูกจ้างที่เป็นทีมที่มีนโยบายน่าสนใจ มีจำนวน 4 ทีม โดยแต่ละทีมมีนโยบายที่น่าสนใจ ดังนี้
1.ทีมประกันสังคมก้าวหน้า

ประกันสังคมก้าวหน้า
สำหรับทีมประกันสังคมก้าวหน้า ส่งผู้สมัครบอร์ดประกันสังคมทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง ฝ่ายนายจ้างมีหมายเลข 62-68 ส่วนฝ่ายลูกจ้างมีผู้สมัครหมายเลข 38, 41-44, 46-47 สำหรับนโยบายของทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีทั้งหมด 77 นโยบายแบ่งโครงสร้างนโยบายออกเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านบริหาร (42 นโยบาย) และ ด้านสวัสดิการ (35 นโยบาย) พร้อมกำหนดกรอบเวลาชัดเจนในการขับเคลื่อนให้สำเร็จภายใน 2 ปี
1. หมวดปฏิรูปการบริหารและธรรมาภิบาล (42 นโยบาย) เช่น กำหนดกรอบค่าบริหารจัดการสำนักงานไม่เกิน 3% ของรายรับ (ลดลงจากเดิมที่ตั้งไว้ไม่เกิน 10%) โดยตั้งเป้าลดค่าบริหารลงปีละ 1,000 ล้านบาท ให้เหลือไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ดและอนุกรรมการทุกชุด พร้อมเปิดเผยมติและบันทึกการประชุมต่อสาธารณะ ยกเลิกการซื้อที่ดินสร้างสำนักงานใหม่ โดยปรับเป็นการเช่าพื้นที่ใจกลางเมือง หรือนิคมอุตสาหกรรมแทน
2. หมวดการยกระดับสวัสดิการผู้ประกันตน (35 นโยบาย) เช่น กรณีลาออกจากงาน ได้รับเงินทดแทนเพิ่มเป็น 60% ของค่าจ้าง นานสูงสุด 90 วัน/ปี ยกเลิกระบบสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าคลอดบุตร การฟอกไต และโรคร้ายแรง เพิ่มสิทธิทำฟัน ขูดหินปูนฟรีปีละ 2 ครั้ง โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
2.ทีมประกันสังคมชัดเจน

ประกันสังคมชัดเจน
มีผู้สมัครหมายเลข 4-9 และ 22 นำเสนอ 7 นโยบายหลัก ได้แก่
1.ปฏิรูประบบประกันสังคม โปร่งใส เป็นธรรม เป็นของผู้ประกันตน เช่น สร้างความเป็นอิสระจากอำนาจทางการเมือง โดยคณะกรรมการประกันสังคมต้องมาจากการเลือกตั้ง และเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมต้องผ่านกระบวนการสรรหาโดยคณะกรรมการ
2.ปฏิรูประบบบำนาญ สร้างความมั่นคงหลังเกษียณ เช่น ปรับเพิ่มเงินบำนาญตามอัตราเงินเฟ้อ เพื่อรักษากำลังซื้อและคุณภาพชีวิตของผู้รับบำนาญ
3.จัดตั้งโรงพยาบาลของสำนักงานประกันสังคม เช่น จัดตั้งโรงพยาบาลประกันสังคมเพื่อผู้ประกันตนโดยเฉพาะ รองรับการวินิจฉัย การรักษาโรค และความพิการจากการทำงานอย่างครบวงจร
4.สร้างโอกาส สร้างอนาคตให้ผู้ประกันตน เช่น จัดตั้งโครงการสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพสำหรับผู้ประกันตน เช่น ค้าขายออนไลน์ เทคโนโลยีดิจิทัล งานช่าง อาชีพอิสระ และธุรกิจขนาดเล็ก
5.ยกระดับสิทธิแม่ เด็ก และคนพิการ เช่น ฝากครรภ์และคลอดบุตรแบบไม่ต้องสำรองจ่าย ภายในวงเงิน 20,000 บาท ยกระดับศักยภาพผู้ประกันตนพิการให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง
6.ประกันสังคมอัจฉริยะ เช่น ติดตามการใช้สิทธิและการพิจารณาคำร้องผ่านมือถือได้แบบเรียลไทม์
7.ปฏิรูปการจ่ายเงินสมทบของภาครัฐ เช่น รัฐบาลต้องร่วมจ่ายเงินสมทบในอัตรา 5% เทียบเท่ากับนายจ้างและผู้ประกันตน เพื่อสร้างความเป็นธรรม เสริมความมั่นคง และความยั่งยืนให้กับระบบประกันสังคมในระยะยาว
3.ทีมเคลียร์ประกันสังคม

เคลียร์ประกันสังคม
มีผู้สมัครหมายเลข 15, 17-20, 23-24 ประกาศนโยบาย “พลิกโฉมประกันสังคม สู่หลักประกันชีวิตที่ดีกว่า” โดยเสนอให้ปฏิรูประบบประกันสังคมครั้งใหญ่ เพื่อให้ดูแลผู้ประกันตนได้ตลอดเส้นทางชีวิต ตั้งแต่ “เกิด-เจ็บ-แก่-ตาย”
ด้าน "เกิด": โรงพยาบาลตั้งเบิกตรงค่าคลอดบุตรผ่านเลขบัตรประชาชน 13 หลักโดยไม่ต้องสำรองจ่าย และขยายเงินสงเคราะห์บุตรจาก 6 ปี เป็น 12–15 ปี ในอัตรา 1,000 บาท/คน/เดือน
ด้าน "เจ็บ": เพิ่มวงเงินรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) เป็น 20,000 บาท มีบัตร SSO Smart Care เข้ารักษาฉุกเฉินนอกสิทธิ์โดยไม่ต้องสำรองจ่าย และจัดตั้งศูนย์ดูแลเฉพาะทาง เช่น ศูนย์จิตเวช และศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย/ติดเตียง
ด้าน "แก่": นโยบาย "ชราภาพตั้งหลัก" เปิดให้ผู้ประกันตนกู้เงินสะสมชราภาพของตนเองมาใช้ล่วงหน้าได้สูงสุด 50% ในอัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ปรับสูตรบำนาญ "Care Up" เลือกใช้สูตรที่ให้ผลประโยชน์สูงสุด และคุ้มครองสิทธิผู้ประกันตน ม.39 อย่างต่อเนื่อง
ด้าน "ตาย" & นวัตกรรม: เคลมสิทธิตามพินัยกรรมผ่านแอป SSO Plus ผลักดัน "หวยประกันสังคม" (นำกำไรจากการลงทุนมาจัดสรรเป็นเงินรางวัลโดยเงินต้นอยู่ครบ 100%) จัดตั้งคลินิกฮอร์โมนปลอดภัยสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ และขยายความคุ้มครองหลังออกจากงานเป็น 1 ปี
4.ทีมพลังผู้ประกันตน (Social Security Insured Alliance: SSIA)

พลังผู้ประกันตน
มีผู้สมัครหมายเลข 10-14, 21, 59 ประกาศนโยบายภายใต้ 3 พลังสำคัญ
-โปร่งใส เปิดข้อมูลกองทุน ตรวจสอบได้ทุกบาท
-คุ้มครองจริง เข้าถึงสิทธิรักษาและสวัสดิการอย่างเท่าเทียม
-กองทุนยั่งยืน บริหารมืออาชีพ มั่นคงถึงคนรุ่นต่อไป
ระบบสุขภาพ: ชูนโยบายบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกโรงพยาบาลลดเงื่อนไขและการสำรองจ่าย เบิกค่ายาใหม่ ยาจำเป็น และโรคเกิดใหม่ได้ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และสนับสนุนการตั้งโรงพยาบาลประกันสังคม
แม่และเด็ก: เพิ่มค่าคลอดบุตรเป็น 36,000 บาท (จากเดิม 15,000 บาท) ขยายเงินสงเคราะห์บุตรจากอายุ 6 ปี เป็น 12 ปี และเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรเป็น 1,200 บาท/เดือน (จากเดิม 800 บาท)
ม.39 / ม.40 & การเงิน: คุ้มครองผู้ประกันตน ม.39 ต่อเนื่องหลังสิ้นสุด ม.33 โดยคงสิทธิบำนาญ เจ็บป่วย ตาย และทุพพลภาพ ปรับ ม.40 เหลือช่องทางเดียวพร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์ 5 กรณี และเสนอจัดตั้งธนาคารแรงงาน เพื่อปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำลดหนี้นอกระบบ
@ วิธีเลือกตั้งบอร์ดสปส.
สำหรับวิธีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม เปิดเผยขั้นตอนการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ดังนี้
1.ตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นายจ้างและผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สถานที่เลือกตั้ง ได้จากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th และยังสามารถตรวจสอบผ่าน e-Service (นายจ้าง) และ e-Self Service (ผู้ประกันตน) รวมถึงแอปพลิเคชัน SSO Plus และ LINE OA หรือติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ
2.สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เดินทางไปใช้สิทธิ ณ ที่เลือกตั้ง ต้องแสดงหลักฐานเพื่อยืนยันตัวตนต่อกรรมการประจำที่เลือกตั้ง อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ หรือบัตรประจำตัวที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ รวมถึงสามารถใช้หลักฐานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชัน "ภาครัฐ" เช่น บัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ (ThaID) ใบขับขี่ดิจิทัล (DLT) หรือบัตรคนพิการอิเล็กทรอนิกส์
3.รับบัตรเลือกตั้ง โดย ‘บัตรสีฟ้า’ ใช้สำหรับเลือกผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และ ‘บัตรสีชมพู’ ใช้สำหรับเลือกผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ให้ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาที่ต้นขั้วบัตร ก่อนเข้าคูหาเพื่อทำเครื่องหมายลงคะแนน
4.เข้าคูหาลงคะแนน การลงคะแนนให้เขียน หมายเลขอารบิก ของผู้สมัครลง ในช่องลงคะแนน โดย 1 ช่องสามารถเขียนได้ 1 หมายเลข และเลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 7 หมายเลข ทั้งนี้ ต้องระมัดระวังไม่ให้มีการทำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์อื่นใดนอกจากเขียนหมายเลขอารบิกเท่านั้น เนื่องจากอาจทำให้บัตรเลือกตั้งเป็นบัตรเสียได้ หากไม่ประสงค์ลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใด สามารถทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน”
5.พับบัตรเลือกตั้งและนำไปหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในครั้งนี้ เป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการกำหนดทิศทางสวัสดิการและการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นกองทุนสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและครอบคลุมคุณภาพชีวิตของแรงงานรวมถึงผู้ประกอบการหลายสิบล้านคน การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การลงคะแนนเลือกตัวแทนเท่านั้น แต่คือการร่วมตัดสินใจอนาคตของระบบสวัสดิการ การรักษาพยาบาล และความมั่นคงหลังเกษียณของตนเอง จึงขอเชิญชวนผู้ประกันตนและนายจ้างที่มีสิทธิร่วมตรวจสอบรายชื่อ เตรียมเอกสารให้พร้อม และออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อให้ประกันสังคมมีตัวแทนไปทำหน้าที่ให้ตรงตามความต้องการของตนเอง




