News Logo
หน้าแรก
'สุรเกียรติ์' ชี้ไทยต้องเป็นกลาง อย่าไร้จุดยืน รับมือความผันผวนโลก

'สุรเกียรติ์' ชี้ไทยต้องเป็นกลาง อย่าไร้จุดยืน รับมือความผันผวนโลก

28 ก.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 10 คน

"สุรเกียรติ์" ชี้สถานการณ์โลกผันผวนรุนแรง เหตุมหาอำนาจแข่งดุเดือด อิหร่านพลิกเกมทำฝ่ายตะวันตกปั่นป่วน ส่งผลราคาสินค้าคาดเดาไม่ได้ เตือนไทยอย่าเป็นกลางแบบไร้จุดยืน แนะต้องทำตัวเป็นคนเชื่อมสัมพันธ์ที่ไว้ใจได้

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บรรยายปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดหลักสูตร ผู้บริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารมวลชนระดับสูงด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บยสส.) รุ่นที่ 5 จัดโดย สถาบันอิศรา โดยบรรยายในประเด็นเรื่อง การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ (สหรัฐฯ-จีน), บทบาทของอิหร่านในตะวันออกกลาง และจุดยืนของประเทศไทย โดยกล่าวว่า โลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและซับซ้อน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพและอนาคตของประเทศไทย

การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ (สหรัฐฯ-จีน): โลกที่เปลี่ยนระเบียบเศรษฐกิจและการลงทุน

นายสุรเกียรติ์ชี้ว่า ระเบียบโลกทางเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะจากการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน หากใครยังเชื่อว่าโลกจะกลับไปสู่ระเบียบเศรษฐกิจแบบเดิม ถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง การค้าโลกที่เคยอิงระบบพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลกได้ถูกทำลายลง สหรัฐฯ มักใช้กฎหมายภายในและนโยบายของตนเองในการขึ้นภาษีหรือตอบโต้ทางการค้า ซึ่งจีนก็ตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน ทำให้ระบบการค้าโลกที่สร้างมาหลายสิบปีถูกบิดเบือนไปอย่างสิ้นเชิง

ระบบการเงินระหว่างประเทศก็กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เกิดสิ่งที่เรียกว่า "De-dollarization" หรือการลดบทบาทของเงินดอลลาร์ลง หลังเหตุการณ์ที่รัสเซียและอิหร่านถูกอายัดทรัพย์สิน ทั้งทองคำและเงินฝากในสหรัฐฯ รวมถึงการถูกตัดออกจากระบบ Swift ทำให้หลายประเทศเริ่มมองหาสกุลเงินทางเลือก รัสเซียเริ่มซื้อพลังงานจากจีนด้วยเงินหยวน ขณะที่จีนและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ซื้อและผู้ขายพลังงานรายใหญ่ของโลก ก็ตกลงซื้อขายพลังงานเป็นเงินหยวนเช่นกัน จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับ "Petro-dollar" ตอนนี้มีศัพท์ใหม่คือ "Petro-yuan" ที่เงินหยวนกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่าน ผู้คนเริ่มหันไปหาทองคำมากขึ้นจนทองคำที่เคยเป็นสินทรัพย์มั่นคงกลายเป็น "Trading currency" ที่ราคาผันผวนรายวัน สะท้อนว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การค้าอาจกลับไปพึ่งพาสินค้าโภคภัณฑ์ (commodity trading) นายสุรเกียรติ์กล่าวว่า อเมริกาย่อมไม่พอใจกับการลดบทบาทของดอลลาร์ ซึ่งเห็นได้จากการที่สหรัฐฯ ดำเนินการกดดันประเทศที่พยายามลดการใช้เงินดอลลาร์ เช่น เวเนซุเอลา โดยส่งกองกำลังเข้าจับกุมประธานาธิบดีและนำขึ้นศาลที่นิวยอร์ก การกระทำเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติถูกละเลยโดยมหาอำนาจ

ด้านการลงทุน สหรัฐฯ และจีนกำลังแยกส่วน (decoupling) การลงทุนออกจากกันอย่างชัดเจน บริษัทเทคโนโลยีของจีนถูกบังคับให้ออกจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก สินค้าที่ผลิตในจีนหากจะส่งไปยังสหรัฐฯ ก็ถูกกีดกัน บริษัทเทคโนโลยีอเมริกันอย่าง Nvidia ก็ถูกห้ามส่งชิปไปยังจีน แม้จะเคยมีข้อตกลงแลกเปลี่ยนกับแร่ธาตุหายาก (rare earth) จากจีน แต่สหรัฐฯ ก็ยกเลิกข้อตกลงภายหลังด้วยข้ออ้างด้านความมั่นคง จีนตอบโต้ด้วยการไม่ส่งแร่ธาตุหายากให้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลิตยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ ด้วยเหตุนี้ การลงทุนและเทคโนโลยีจึงกลายเป็นสมรภูมิรบระหว่างสองมหาอำนาจ

อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังยังตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมของสหรัฐฯ ซึ่งย้อนไปในสมัยภายใต้รัฐบาลนายโจ ไบเดน ซึ่งดูเหมือนจะพยายามทำให้จีนและรัสเซียแตกแยกกัน แต่กลับทำให้ทั้งสองประเทศกระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และมาถึงปัจจุบัน อเมริกาดูเหมือนจะสร้างศัตรูเพิ่มขึ้นจากนโยบายที่แข็งกร้าว เช่น การตำหนิติเตียนสเปนและอังกฤษในเวทีองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ที่เริ่มร้าวฉานในกลุ่มพันธมิตรยุโรป ทำให้ NATO เริ่มแตกแยกจากความไม่พอใจของสมาชิกยุโรปต่อการถูกกดดันให้เพิ่มงบประมาณกลาโหม สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองระหว่างประเทศกำลังเข้าสู่สภาวะ "No Peace No War" ที่ไม่มีสันติภาพที่แท้จริง แต่ก็ไม่ถึงขั้นเป็นสงครามโลกเต็มรูปแบบ

บทบาทของอิหร่านในตะวันออกกลาง: กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและผลกระทบต่อโลก

ายสุรเกียรติ์กล่าวต่อว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบทบาทของอิหร่าน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความผันผวนให้แก่โลก เนื่องจากอิหร่านใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการสร้างสถานการณ์ตึงเครียดที่กระทบกระเทือนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และอิสราเอล อิหร่านโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่มีความเชื่อมโยงกับนักธุรกิจชาวยิวในสหรัฐฯ โดยมุ่งเป้าไปที่ Data Center อย่าง Amazon หรือ Google ซึ่งปัจจุบันได้ย้ายมายังตะวันออกกลางเนื่องจากต้องการพลังงานจำนวนมาก การกระทำเหล่านี้สร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่องต่อนักธุรกิจชาวยิวผู้มีอิทธิพลในสหรัฐฯ ให้ไปกดดันประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ก็ต้องการให้สหรัฐฯ ร่วมถล่มอิหร่านเพื่อประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศของตนเองในช่วงใกล้การเลือกตั้ง อิหร่านรับรู้ถึงจุดอ่อนทางการเมืองภายในของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายกฯ อิสราเอล จึงสร้างสถานการณ์ที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก คือ:

1.ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการให้สงครามหยุดลงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน เพื่อไม่ให้กระทบต่อคะแนนนิยม

2.นายกฯ เนทันยาฮู ต้องการเร่งทำสงครามให้หนักขึ้นเพื่อชัยชนะในการเลือกตั้งภายในสองเดือนข้างหน้า

ด้วยสถานการณ์ที่ผลประโยชน์ทางการเมืองภายในแตกต่างกัน อิหร่านจึงเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อลดการโจมตี แต่ก็อาจทำให้การเจรจาล้มเหลวเป็นบางครั้งเพื่อยืดเยื้อสถานการณ์ออกไปให้ใกล้ช่วงเดือนพฤศจิกายนมากที่สุด ซึ่งจะทำให้อำนาจต่อรองของอิหร่านสูงขึ้นและอำนาจต่อรองของสหรัฐฯ ลดลง

นายสุรเกียรติ์เน้นว่า อิหร่านได้เตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งเหล่านี้มานานถึง 46 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 โดยมีการสร้างฐานทัพและที่เก็บขีปนาวุธใต้ดินลึกหลายสิบเมตรในถ้ำและภูเขา ซึ่งทำให้การโจมตีทางภาคพื้นดินเป็นไปได้ยากและเสี่ยงต่อความสูญเสียอย่างมหาศาลสำหรับกองกำลังสหรัฐฯ การเตรียมพร้อมอย่างยาวนานนี้ ทำให้อิหร่านเป็นผู้เล่นที่มองเกมขาดและใช้สถานการณ์ที่ผันผวนในตะวันออกกลางเพื่อผลประโยชน์ของตนเองได้อย่างชาญฉลาด

"ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในภูมิภาคเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบทันทีต่อโลกและประเทศไทย ราคาพลังงาน ทองคำ และหุ้นในตลาดโลกผันผวนภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง การขนส่งสินค้าและวัตถุดิบสำคัญ เช่น ปุ๋ย อลูมิเนียม ฮีเลียม ต้องหยุดชะงักหรือมีราคาสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเส้นทางการเดินเรือสำคัญผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงถูกคุกคาม นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงต่อระบบอินเทอร์เน็ตใต้ทะเล ซึ่ง 70% เชื่อมต่อกับเอเชีย และกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวที่จำนวนนักท่องเที่ยวอาจลดลงและสายการบินเพิ่มราคาค่าโดยสาร" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าว

จุดยืนของประเทศไทย: ความจำเป็นในการวางยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด

ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและสถานการณ์ "Longer Lasting Crisis New Normal" นี้ นายสุรเกียรติ์ย้ำว่าประเทศไทยจำเป็นต้องวางจุดยืนทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างชาญฉลาด โดยไม่เอนเอียงเข้ากับฝ่ายใดมากเกินไป สิ่งสำคัญคือการเป็นประเทศที่ไม่ใช่ "คู่ขัดแย้ง" (Not a party to conflicts) มากกว่าการใช้คำว่า "เป็นกลาง" เพราะคำว่า "เป็นกลาง" ในบางบริบทอาจถูกตีความได้ว่าไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศหรือหลักการที่ถูกต้อง

ไทยควรใช้เวทีพหุภาคีเพื่อถ่วงดุลแนวคิดเอกนิย มของบางประเทศ และควรทำตัวเป็น "Trusted Connector" หรือคนเชื่อมสัมพันธ์ที่ไว้ใจได้ โดยใช้ความเป็นไทยที่สามารถเข้าได้กับทุกมหาอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จีน ยุโรป หรือรัสเซีย เพื่อเชื่อมโยงจุดต่าง ๆ ที่ห่างกันให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการคิดเกี่ยวกับระเบียบโลกใหม่

6 แนวทางสำหรับไทยรับมือโลกผันผวน

นายสุรเกียรติ์ยังเสนอแนวทางปฏิบัติสำหรับประเทศไทยดังนี้:

  1. ทำความเข้าใจการเมืองภายในของสหรัฐฯ: ไทยต้องเข้าใจว่าการตัดสินใจของสหรัฐฯ มักมาจากกลไกการประชุมระหว่างหน่วยงาน (inter-agency meeting) ที่มีผู้แทนจากกระทรวงต่าง ๆ การผูกพันความสัมพันธ์กับกระทรวงต่างประเทศและสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับที่ไทยเคยทำในอดีตกับประเด็นกัมพูชา จะช่วยให้ไทยมีเสียงในเวทีเหล่านี้และป้องกันการถูกตอบโต้ทางการค้าจากสหรัฐฯ

  2. บทบาทตัวกลางในประเด็นภูมิภาค: ไทยควรใช้ประโยชน์จากความสนใจของสหรัฐฯ ในประเด็นอย่างเมียนมา ด้วยการเสนอตัวเป็นตัวกลางในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมากับกลุ่มคู่ขัดแย้งต่าง ๆ ในประเทศไทย ซึ่งหากทำสำเร็จ จะเป็นการสร้างบทบาทที่สำคัญบนเวทีโลก และทำให้ไทยมี “แตรวง” นำทางในการเจรจากับมหาอำนาจ

  3. การส่งผู้แทนพิเศษ (Special Envoy): ไทยควรแต่งตั้งผู้แทนพิเศษที่ไม่ใช่ข้าราชการหรือนักการเมือง เพื่อเดินทางไปพบปะกับกรรมาธิการในสภาคองเกรส วุฒิสมาชิก รวมถึงนักวิชาการผู้ทรงอิทธิพลในสหรัฐฯ เพื่ออธิบายสถานการณ์และมุมมองของไทยในประเด็นต่าง ๆ ผู้แทนพิเศษเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องไปแค่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แต่อาจไปตามรัฐต่าง ๆ ที่บริษัทไทยไปลงทุน เพื่อให้ผู้ว่าการรัฐเหล่านั้นเป็นผู้สื่อสารความสำคัญของไทยไปยังประธานาธิบดีสหรัฐฯ

  4. การใช้ Lobbyist อย่างโปร่งใส: การใช้บริษัท Lobbyist ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายของสหรัฐฯ เพื่อช่วยให้ไทยได้รับข้อมูล "ใครคือใคร" ในแวดวงการเมืองและธุรกิจของสหรัฐฯ และช่วย "เปิดประตู" ให้ผู้แทนไทยได้เข้าพบปะกับบุคคลสำคัญที่อาจเข้าถึงได้ยาก

  5. การเรียนรู้จากบทเรียน: ประเทศไทยต้องไม่ละเลยสัญญาณเตือนภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และต้องกล้าที่จะปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์และกฎหมายให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม

  6. เป็นศูนย์กลางความคิด: ไทยควรจัดเวทีหารือระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อระดมสมองเกี่ยวกับการกำหนดระเบียบโลกใหม่ในด้านการค้า การเงิน การลงทุน และความมั่นคง โดยใช้จุดแข็งของไทยที่ "ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป" และ "ไม่สร้างความไม่ไว้วางใจ" ให้แก่ประเทศใด

นายสุรเกียรติ์กล่าวสรุปว่า ทุกภาคส่วนของไทย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จำเป็นต้องทบทวนและวางยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับระเบียบโลกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการตระหนักรู้และการปรับตัวนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติในอนาคต

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สถานการณ์โลก



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศาลยุติธรรม' เพิ่มความยืดหยุ่นคดีอาญา ชูผ่อน-ทำงานเพื่อสังคมแทนกักขัง
'ศาลยุติธรรม' เพิ่มความยืดหยุ่นคดีอาญา ชูผ่อน-ทำงานเพื่อสังคมแทนกักขัง