News Logo
หน้าแรก
‘Zero Corruption’ นัดถก 23 ก.ค.ลุยขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์ต้านทุจริต

‘Zero Corruption’ นัดถก 23 ก.ค.ลุยขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์ต้านทุจริต

17 ก.ค. 2569 16:44
ผู้ชม 10 คน

‘พจน์’ เผยคณะทำงาน “Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน” นัดถก 23 ก.ค. วางโรดแมป 6 ยุทธศาสตร์ต้านทุจริตครึ่งปีหลัง จ่อจัดเวทีส่องจุดอ่อนปัญหาคอร์รัปชัน เร่งแก้กฎหมายอุปสรรคธุรกิจ ตั้งเป้าเสร็จ 2 เดือนลดต้นทุนแฝง พร้อมหนุนไทยร่วม OECD

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะทำงาน “Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน” เปิดเผยว่า ภายหลังจากการวางกรอบการขับเคลื่อนการป้องกันและต่อต้านการทุจริตของภาคเอกชนใน 6 ยุทธศาสตร์หลัก คณะทำงานกำลังเข้าสู่ระยะของการผลักดันเชิงปฏิบัติ โดยเตรียมประชุมคณะกรรมการประสานงานต่อต้านการทุจริต ครั้งที่ 1 ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังอย่างเป็นรูปธรรม

“สิ่งที่เราต้องการในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการสะท้อนปัญหาคอร์รัปชัน แต่ต้องเปลี่ยนข้อเสนอให้กลายเป็นแนวทางปฏิบัติที่จับต้องได้ และเกิดผลจริงต่อภาคธุรกิจและประเทศ”นายพจน์กล่าว

นายพจน์กล่าวว่า คณะทำงานมุ่งเดินหน้าต่อยอดจาก 6 แนวทางสำคัญ ทั้งการสร้างจิตสำนึก การยกระดับนโยบายต่อต้านการทุจริต การบริหารความเสี่ยง การใช้เทคโนโลยี การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ และการคุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูล โดยจะเชื่อมโยงทุกประเด็นเข้าสู่การดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ

นายพจน์กล่าวว่า หนึ่งในกิจกรรมสำคัญ คือการจัด Closed-Door Dialogue ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ซึ่งจะเชิญผู้แทนภาคธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกภายใต้บรรยากาศปิด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถสะท้อนปัญหาได้อย่างตรงไปตรงมา เวทีดังกล่าวจะมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การระบุ Pain Points และจุดเสี่ยงของการทุจริตในแต่ละกระบวนการ การถอดบทเรียนจากหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จในการลดช่องว่างการทุจริต (Good Cases) และการกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบาย (Commitments & Next Steps) เพื่อผลักดันให้เกิดต้นแบบองค์กรโปร่งใสในภาครัฐและภาคเอกชน เราอยากสร้างพื้นที่ ที่ทุกฝ่ายสามารถพูดปัญหาได้จริง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขเชิงระบบ ไม่ใช่การกล่าวโทษ แต่เป็นการร่วมกันออกแบบวิธีป้องกัน

นายพจน์กล่าวว่า อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือการทำงานคู่ขนานกับคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยคณะทำงานกำลังผลักดันการปรับปรุงกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ภายใต้กลุ่มงาน Reinvent Thailand เป้าหมายคือการเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน เพื่อช่วยลดต้นทุนแฝง ลดการใช้ดุลพินิจ และเพิ่มความโปร่งใสในการให้บริการของภาครัฐ

“การลดคอร์รัปชันไม่ได้หมายถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว แต่ต้องลดขั้นตอน ลดความซ้ำซ้อน และลดโอกาสในการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น รวมถึงจะใช้โอกาสในการสื่อสาร พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกภาครัฐร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) ให้ทั้งหน่วยงานธุรกิจและประชาชนเข้าใจในกฎหมายฉบับนี้และใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และต่อยอดจากพ.ร.บ.ฉบับนี้เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารภาครัฐเพื่อลดความซับซ้อนของการทำงานอีกด้วย”นายพจน์กล่าว

นายพจน์กล่าวว่า วันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้จะครบรอบ 1 ปีของการขยายความร่วมมือของ Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ไปสู่ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ ตลอดปีที่ผ่านมา คณะทำงานได้ดำเนินการสำรวจปัญหาคอร์รัปชัน ผลักดันการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดช่องว่างการทุจริต และจัดทำข้อเสนอเพื่อปรับปรุงกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสครบรอบดังกล่าว คณะทำงานมีแผนจัด Dinner Talk เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้นำภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคม พร้อมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถผลักดันได้จริง

นายพจน์กล่าวว่า ภาคเอกชนให้ความสำคัญกับเป้าหมายของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) ภายในปี 2571 เนื่องจากมาตรฐานด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ภาคเอกชนพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพราะการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล ไม่ใช่เพียงเพื่อผ่านเกณฑ์ OECD แต่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ลดต้นทุนของภาคธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

“เครือข่ายของ Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากหลายภาคส่วน โดยล่าสุด มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เข้าร่วมสนับสนุนการดำเนินงานในด้านวิชาการ การวิจัย และการพัฒนาเครือข่าย เพื่อร่วมผลักดันการสร้างสังคมโปร่งใสอย่างยั่งยืน”นายพจน์กล่าวและว่า การแก้ปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และประชาชน ที่ต้องร่วมกันสร้างระบบซึ่งทำให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ยาก และการทำความดีเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น ตัดชื่อคนโกง 5,924 ราย เตรียมประกาศผลใหม่
มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น ตัดชื่อคนโกง 5,924 ราย เตรียมประกาศผลใหม่