'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' รมว.แรงงานเข้ากระทรวงวันแรก-เครือข่ายผู้ประกันตนมาตรา 39 ยื่นหนังสือร้องสปส.คำนวณบำนาญไม่เป็นธรรม-เสนอ 4 ข้อเรียกร้อง 'ใช้ค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้ายคำนวณบำนาญ-คัดค้านสูตร CARE-คืนเงินส่วนต่าง-ตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาบำนาญไม่เป็นธรรม'
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 ที่กระทรววแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ ศาลพ่อปู่สุชินพรหมมา เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
ภายหลังนายจุลพันธ์สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสร็จสิ้นตัวแทนกลุ่มเครือข่ายผู้ประกันตนมาตรา 39 เข้ายื่นหนังสือถึงนายจุลพันธ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรียกร้องกรณีสำนักงานประกันสังคม (สปส.) คำนวณเงินบำนาญชราภาพไม่เป็นธรรม พร้อมแนบรายชื่อผู้เดือดร้อนชุดแรกจำนวน 149 ราย โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญ 4 ประการ
1.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการให้ สปส. ยึดแนวทางตาม คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567 ที่วินิจฉัยให้กลับไปใช้ฐานค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้ายของ ม.33 ในการคำนวณบำนาญ เพื่อความเป็นธรรมสูงสุด
2.ประกาศจุดยืน "คัดค้านสูตร CARE" เนื่องจากทางกลุ่มฯ ไม่สนับสนุนและขอคัดค้านการแก้ปัญหาด้วยสูตรคำนวณบำนาญแบบใหม่ หรือสูตร CARE ที่ สปส.กำลังผลักดัน เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
3.ขอให้ทบทวนและคืนเงินส่วนต่างให้แก่ผู้ประกันตน ม.39 ทุกรายที่เสียสิทธิไปก่อนหน้านี้
4.ขอให้ตั้งคณะทำงางานแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567 สำนักข่าว Next News ได้รายงานไปแล้วว่าเป็นคำพิพากษาคดีแรงงาน กรณีผู้ประกันตน (โจทก์) ฟ้องสำนักงานประกันสังคม (จำเลย) เนื่องจากโจทก์เปลี่ยนสถานะผู้ประกันตนจากมาตรา 33 เป็นมาตรา 39 แต่เมื่อมายื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ ทางสำนักงานประกันสังคมกลับไม่คำนวณเงินทดแทนโดยใช้ฐานเงินสมทบตามมาตรา 33 ในการคำนวณ ทั้งที่ส่งเงินสมทบมาแล้ว 181 งวด แต่กลับใช้ฐานเงินสมทบตามมาตรา 39 ในการคำนวณเงินทดแทนฯ โดยศาลแรงงานภาค 1 พิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำนาญชราภาพให้แก่โจทก์จำนวน 2,644.40 บาท ต่อเดือน นับแต่เดือนมกราคม 2557 เป็นต้นไป ต่อมาจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงาน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงินบำนาญชราภาพประจำเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ 2557 เดือนละ 2,644.40 บาท และจ่ายเงินบำนาญชราภาพตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นไปเดือนละ 3,636.05 บาท แก่โจทก์ และสุดท้ายจำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาพิพากษายืน
นอกจากข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมระบุว่าในปี 2568 (เดือนม.ค.-พ.ย.) มีจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 เป็นผู้รับบำนาญจำนวน 927,698 คน เป็นผู้รับบำเหน็จจำนวน 332,355 คน
อ่านประกอบ
เปิดคำพิพากษาฎีกาให้สปส.จ่ายบำนาญผู้ประกันตนต้องใช้ฐาน ม.33+ม.39




