ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นำ อ.ก.พ.สธ.ฝ่ายลงมติปลด "หมอสุภัทร" ออกจากราชการ ชี้แจงว่าทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่มีใบสั่งทางการเมือง ขณะนี้รอแค่ลงนามในคำสั่งตามมติ อ.ก.พ.กระทรวงซึ่งได้พิจาณราตามผลการสอบวินัยร้ายแรง แนะ นพ.สุภัทร สามารถร้องอุทธรณ์ไปยัง ก.พ.ค.ได้
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้นำคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) ทั้ง 2 คน รวมถึงตัวเอง พร้อมฝ่ายกฎหมาย แถลงเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569 โดยระบุว่า การเชิญ อ.ก.พ.กระทรวงที่เห็นชอบให้ปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 2 จ.สงขลา มายืนยันไม่ได้รับคำสั่งมาให้เร่งดำเนินการ แต่เป็นการทำหน้าที่ตามขั้นตอนราชการปกติ
ปลัด สธ.กล่าวว่า เมื่อ อ.ก.พ.สธ.มีมติแล้ว ขั้นตอนจากนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารเพื่อลงนามในคำสั่งตามมติซึ่งเป็นไปตามผลการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงที่เสนอให้ปลด นพ.สุภัทรออกจากราชการ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดมติ อ.ก.พ.สธ.ครั้งที่ผ่านมาได้
“ผมทำตามไทม์ไลน์หรือขั้นตอน มันไม่ทำก็ไม่ได้ จริงๆ ถ้ากระทรวงไม่มีคณะกรรมการกลั่นกรองมันออกไปตั้งแต่คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงไปแล้ว ตั้งแต่เดือนสองเดือนที่แล้ว ไทม์ไลน์เป็นไปตามนี้ ถ้าเราไม่ทำก็เป็นการยืดออกไป ผมก็ไม่อยากใช้ 157 อยู่เรื่อยๆ แต่ก็เหมือนเราตั้งใจดึงเรื่องออกไป”
ปลัด สธ.กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเอกสารให้ครบถ้วน โดยมีรองปลัดกระทรวงที่ดูเรื่องกฎหมาย เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะดำเนินการโดยเร็ว แต่ทราบว่า นพ.สุภัทรเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งอยู่ จึงต้องดูความเหมาะสม อย่างไรก็ดี หาก นพ.สุภัทรไม่เห็นด้วยกับมติก็สามารถร้องไปยังคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ได้
ขณะเดียวกัน ตัวแทนจาก ก.พ.ที่อยู่ในอนุฯ ของกระทรวงสามารถนำเข้า ก.พ.ใหญ่ได้อยู่แล้ว หากทาง ก.พ.ค. หรือ ก.พ.มีคำสั่งหรือความเห็นอย่างใด ทาง อ.ก.พ.สธ.ก็พร้อมรับ และหาก ก.พ.มีความเห็นสวนมติมีก็เท่ากับคำสั่งของ อ.ก.พ.สธ.ยังไม่มีผล หรือต้องหยุดรอเพื่อรอการพิจารณาของ ก.พ.ค.
นพ.สมฤกษ์ อธิบายการแบ่งซื้อแบ่งในภาวะวิกฤตสามารถนำ ว 115 มาใช้จัดซื้อได้ โดยกรมบัญชีกลางออกมาเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ ลดขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่จะต้องทำรายงานขออนุมัติก่อนแล้วไปดำเนินการตามขั้นตอนซึ่งสามารถนำของมาใช้ก่อนได้ และเมื่อนำของมาใช้ก่อนแล้วต้องรายงานผู้บังคับบัญชา เมื่อรายงานแล้วก็ไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
นอกจากนี้ ปลัด สธ.ได้อ่านคำสั่งการสอบสวน นพ.สุภัทร โดยระบุว่า “กรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องที่ นพ.สุภัทร ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะได้ดำเนินการจัดซื้อและสั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในแต่ละครั้งไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 5 ครั้ง เป็นการแบ่งซื้อเวชภัณฑ์ ชุดตรวจ ATK อันเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและวัสดุภาครัฐ ปี 2560
“เป็นการปฏิบัติราชการเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้สำหรับบริษัทผู้ขายหรือผู้อื่นและทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ได้ดำเนินการสั่งซื้อไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานรัฐ เมื่อได้จัดซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK ไปแล้วทำให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง นี่คือคำสั่ง และผลการสอบที่เสร็จเมื่อเดือน ก.ย. และคณะกรรมการสอบสวนสรุปว่า ผิดวินัยอย่างร้ายแรง เสนอลงโทษปลดออกจากราชการ”
ด้าน นายเกตุแก้ว แก้วใส ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบายขั้นตอนหลังจากนี้ว่า ที่ผ่านมากระทรวงได้ดำเนินการตามขั้นกฎหมายทุกประการ การประชุม อ.ก.พ.สธ.ที่ผ่านมามีองค์คณะครบถ้วน ขณะนี้อยู่ระหว่างกระทรวงทำคำสั่งลงนาม เมื่อปลัดกระทรวงลงนามแล้ว กฎหมายกำหนดให้ต้องแจ้งทาง ก.พ. ภายใน 15 วัน
เมื่อทาง ก.พ.ได้รับมติ อ.ก.พ.สธ. แล้ว ตัวแทน ก.พ. ที่ร่วมเป็น อ.ก.พ.สธ.เห็นว่าคำสั่งนี้ไม่เหมาะสมก็มีอำนาจในการหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาใน ก.พ.ใหญ่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้อง หาก ก.พ.ชุดใหญ่นำเรื่องนี้มาพิจารณาและมีมติสวนทางกับมติ อ.ก.พ.สธ.ที่ผ่านมา ตามกฎหมาย มาตรา 104 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ให้ถือว่ามติ ก.พ.เป็นเช่นไรกระทรวงก็จะต้องดำเนินการตามมติของ ก.พ.
ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ยืนยันว่า การตัดสินใจลงมติในฐานะนั่งเป็นคณะกรรมการอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ตามกฎตามระเบียบตามวินัยและตามกฎหมาย พิจารณารอบคอบอย่างถ่องแท้ที่สุด และเดินหน้าไปตามที่เห็นว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับสังคมและยืนอยู่บนหลักการที่ถูกต้อง และเป็นการทำงานด้วยความมั่นใจและเป็นตัวเองจริงๆ
ขณะที่ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ไม่มีใบสั่ง ไม่มีใครจะมาสั่ง ข้าราชการประจำมีหน้าที่ตามกฎหมาย การดำเนินการต่างๆ ชอบด้วยกฎหมาย โดยพิจารณาจากสำนวนต่างๆ จากคณะกรรมการมากกว่า 1 ชุด ทำมาต่อเนื่องเป็นระยะเวลาจะ 2 ปีเศษ โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้ความเป็นธรรมกับตัวเอง
“ยืนยันว่าเป็นไปตามขั้นตอนราชการปกติ ไม่ว่าข้าราชการคนใดก็ตามมีความผิดลักษณะใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องก็จะถูกดำเนินการตามขั้นตอน ไม่ใช่เป็นการกลั่นแกล้ง ไม่มีเหตุการณ์โกรธเคือง รู้จักทักทายกันเป็นปกติ แต่ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทางราชการ”
นพ.กิตติศักดิ์ ระบุว่า การลงโทษตามผลสอบสวนวินัยเป็นข้อยุติในชั้น อ.ก.พ.สธ.เท่านั้น นพ.สุภัทรมีโอกาสในการขอความเป็นธรรมได้ หรือยังมีองค์กรคามกฎหมายที่เหนือกว่าที่สามารถลบล้างคำสั่งที่เป็นชั้นต้นได้อีก
“ยืนยันว่า ไม่มี (ใบสั่ง) ทำโดยความสุจริต” นพ.กิตติศักดิ์ ตอบคำถาม เมื่อผู้สื่อถามว่า ทั้ง 3 ยืนได้หรือไม่ว่า การลงมติไม่มีใบสั่งทางการเมือง
สำหรับไทม์ไลน์การสอบสวน นพ.สุภัทร นายเกตุแก้ว อธิบายว่า ตั้งแต่วันที่ 13-17 ก.พ. 2566 กระทรวงสาธารณสุขโดยกลุ่มตรวจสอบภายในเข้าตรวจสอบโรงพยาบาลจะนะและให้งานผลต่อปลัด สธ. และต่อมาวันที่ 7 มี.ค. 2566 สธ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและต่อมาวันที่ 8 พ.ค. 2566 สธ.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง
ต่อมาวันที่ 21 ก.ค. 2566 ประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง รับทราบคำสั่งและได้ดำเนินการตามกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย 2556 การดำเนินสอบจึงเป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอนและได้มีการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบคำสั่ง และผู้ถูกกล่าวหาก็ได้มารับทราบคำสั่งและได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมทั้งต่อมาได้ยื่นชี้แจงด้วยหนังสือจำนวนหลายแผ่นด้วย
กระทั่งวันที่ 23 ก.ย. 2568 คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงได้เสนอรายงานการสอบสวนและความเห็นต่อปลัด สธ. และปลัด สธ.ได้เห็นชอบตามที่คณะกรรมการเสนอและให้นำเสนอต่อ อ.ก.พ.สธ.เพื่อพิจารณาโทษต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม
ก่อนจะนำเข้าที่ประชุม อ.ก.พ.สธ. ได้เสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณา เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2568 ต่อมาวันที่ 22 ม.ค. 2569 จึงมีการประชุม อ.ก.พ.สธ.โดยเร่งด่วนตามไทม์ไลน์ และขณะนั้นอยู่ในขั้นตอนการออกคำสั่งลงโทษทางวินัยตามมติ อ.ก.พ.สธ.
ทั้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าวได้มีประชาชนที่เข้าร่วมฟังการแถลง ได้ถามว่า “คำสั่งดังกล่าวไร้จริธรรมและน่าอดสู ไม่เฉพาะกับภาคประชาชนที่รู้สึก แต่ควรคำนึงถึงการเชือดไก่ให้ลิงดูของคุณในครั้งนี้ด้วยว่าจะส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยและจิตใจอย่างไรบ้าง
“ไก่ที่คุณเชือดไม่ใช่ไก่ที่อ่อนแอที่อยู่ในกรง และแสวงหาอำนาจเพื่อที่จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างเอาเปรียบผู้อื่น แต่ไก่ที่คุณกำลังเชือดเป็นไก่เถื่อนที่อดทน แข็งแรง และเข้มแข็ง และเป็นไก่เถื่อนที่ไม่ยอมแพ้ต่อความอยุติธรรมแน่นอน”
สำหรับ ฝ่ายที่คัดค้านการปลดหมอสุภัทรในที่ประชุม อ.ก.พ.สธ. เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 ประกอบด้วย 1. น.ส.วราภรณ์ ตั้งตระกูล รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) 2. นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล 3. น.ส.วชิรา ตีรกรวิเศษภักดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารและจัดการ





