News Logo
หน้าแรก
ประกาศพื้นที่ป่าทับที่ สปก. 1,519 ไร่ กระทบสิทธิทำกินประชาชนร่วม 40 ปี

ประกาศพื้นที่ป่าทับที่ สปก. 1,519 ไร่ กระทบสิทธิทำกินประชาชนร่วม 40 ปี

23 ม.ค. 2569 20:46
ผู้ชม 104 คน

กสม. ระบุชัดการสำรวจเพื่อปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ หรือ One Map เมื่อปี 2563 พบว่าแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กว่า 40 ปี กระทบสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน 

นายวสันต์  ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนประชาชนบ้านเนินกระถิน หมู่ที่ 1 ต.ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กรณีการสำรวจเพื่อปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) เมื่อปี 2563 พบว่าแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดิน 

ทั้งนี้ ทำให้ประชาชนผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนอาจถูกเพิกถอน ส.ป.ก. 4-01 และไม่สามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทั้งที่ประชาชนผู้ร้องได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขต ส.ป.ก. มาตั้งแต่ปี 2527 

อย่างไรก็ตาม กสม. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงออก 2 ประเด็น ประเด็นแรก การประกาศแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนกับเขตปฏิรูปที่ดินพบว่า เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2507 พื้นที่ อ.มวกเหล็กถูกประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ได้แก่ ป่าท่าฤทธิ์ ป่าลำทองกลาง และป่าลำพญากลาง ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2520 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน และเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2525 มีการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติบางส่วนเพื่อให้ ส.ป.ก.ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน 

สำหรับ แผนที่ท้ายกฎกระทรวงเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ลำพญากลาง ส่งผลให้พื้นที่พิพาทยังคงมีสถานะเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาในปี 2527 ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ลำพญากลาง ได้รับเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 และได้อยู่อาศัยและทำประโยชน์ในที่ดินอย่างต่อเนื่องโดยมิได้มีการบุกรุกเพิ่มเติม ปัจจุบันพบว่ามีแปลงที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ได้รับผลกระทบจากการทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 103 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 1,519 ไร่ โดยบางแปลงอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดินทั้งแปลง และบางแปลงมีพื้นที่ทับซ้อนเพียงบางส่วน

ด้วยเหตุนี้ จ.สระบุรีจึงมีคำสั่งลงวันที่ 10 มิ.ย. 2567 แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการปฏิรูปที่ดินทับซ้อนกับพื้นที่เป้าหมายที่จะดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีมติเมื่อเดือน พ.ค. 2568 มอบหมายให้ ส.ป.ก.สระบุรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) ร่วมกับกรมป่าไม้นำภาพถ่ายจากสำนักงานที่ดินจังหวัดสระบุรี ตั้งแต่ปี 2495 - 2509 มาซ้อนทับกับพื้นที่ที่มีการออก ส.ป.ก. 4-01 เพื่อแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ เอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ของประชาชนยังไม่ถูกเพิกถอน และประชาชนยังสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ตามสิทธิเดิม 

กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี) ใช้มาตราส่วนแผนที่แตกต่างกัน ประกอบกับไม่ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบสภาพการทำประโยชน์ก่อนออก ส.ป.ก. 4-01 ทำให้ข้อมูลและแผนที่ไม่ตรงกัน ความผิดพลาดดังกล่าวจึงเกิดขึ้นจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ ผลของความผิดพลาดทำให้ประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ลำพญากลาง ไม่ได้รับสิทธิอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินที่ตนเคยใช้ประโยชน์มาแต่บรรพบุรุษ จึงเป็นการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน 

ประเด็นที่สอง กรณีประชาชนไม่สามารถนำที่ดิน ส.ป.ก. ไปเป็นหลักประกันสินเชื่อกับ ธ.ก.ส.ได้ กสม.พิจารณาแล้วพบว่า ผลจากการออก ส.ป.ก. 4-01 นอกเขตปฏิรูปที่ดินที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถนำที่ดินขอรับสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพจาก ธ.ก.ส. หรือจะต้องหาหลักทรัพย์อื่นมาทดแทน ถือว่าเป็นกระทำที่กระทบสิทธิของประชาชน และเป็นการลิดรอนสิทธิ ทำให้ประชาชนขาดความมั่นคงในการดำรงชีพทั้งของตนเองและครอบครัว จึงถือเป็นกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ ที่ประชุม กสม. เมื่อวันที่ 13 มค. 2569 จึงมีมติให้จังหวัดสระบุรีให้เร่งรัดคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนฯ ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศพื้นที่ที่ออก ส.ป.ก. 4-01 นอกเขตพระราชกฤษฎีกา และเสนอกรมป่าไม้เพื่อเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติบริเวณพิพาท เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว 

Author Avatar

ผู้เขียน

ลินลิสา เจือไทย
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
กสม.
ป่า



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ไอติม’ ซัด ‘ศุภชัย’ แถลงเท็จปมฮั้ว สว. จี้ กกต.ฟัน 229 ราย
‘ไอติม’ ซัด ‘ศุภชัย’ แถลงเท็จปมฮั้ว สว. จี้ กกต.ฟัน 229 ราย