News Logo
หน้าแรก
ปชน.เสนอ 5 มาตรการรื้อระบบจัดซื้อภาครัฐ แก้ต้นตออุบัติเหตุงานก่อสร้าง

ปชน.เสนอ 5 มาตรการรื้อระบบจัดซื้อภาครัฐ แก้ต้นตออุบัติเหตุงานก่อสร้าง

15 ม.ค. 2569 15:10
ผู้ชม 29 คน

พรรคประชาชน เสนอ 5 มาตรการรื้อระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 'เปลี่ยนวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง-ทบทวนหลักประกันยื่นซอง-เปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างทุกโครงการ-โครงการเกิน 100 ล. บังคับให้มีผู้เชี่ยวชาญภายนอกร่วมสังเกตุการณ์ตั้งแต่เขียน TOR-ใช้ ai เพื่อตรวจจับความผิดปกติ' แก้ต้นตออุบัติเหตุงานก่อสร้าง ชี้ใช้สถิติความปลอดภัย-การทิ้งงาน เป็นเกณฑ์พิจารณา

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 นายวิสุทธิ ตันตินันท์ หนึ่งในทีมบริหารพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างรถไฟรางคู่ถล่มทับรถไฟและแนวทางการยกระดับ การปฎิรูประบบการก่อสร้างภาครัฐตามแนวทางสากล โดยพิจารณาเกณฑ์คุณภาพ ทั้งสถิติความปลอดภัยในอดีต และแผนดำเนินงาน  

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการก่อสร้างภาครัฐ คือ มักเน้นไปที่ราคาต่ำสุด  แล้วก็พบว่ามีปัญหาด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ผลกระทบต่อชุมชน มิหนำซ้ำ ได้มาในราคาต่ำที่สุดก็จริง แต่มักตามมาด้วยข้อครหา การแก้ไขสัญญาภายหลัง ที่ท้ายที่สุดราคาสุดท้ายที่ได้มา เราไม่รู้ว่าคุ้มค่าหรือไม่

หลายปีที่ผ่านมาจึงเห็นโครงการก่อสร้างของรัฐมากมาย ที่พังรายวัน ถล่มซ้ำซาก แล็วก็ข่าวแก้สัญญาเพิ่มงบประมาณ  ซึ่งสิ่งนี้ไม่เรียกว่าความคุ้มค่า และไม่ใช่การใช้ภาษีประชาชนอย่างรับผิดชอบ

นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ประเทศพัฒนาแล้ว เปลี่ยนผ่านจากการจัดซื้อจัดจ้างแบบ “ถูกที่สุด” ไปสู่ระบบ Price–Performance หรือ คุ้มค่าที่สุด มานานแล้ว โดยประเมินทั้งราคาและคุณภาพ อาทิ ทีมผู้เชี่ยวชาญ ผลงานในอดีต ความปลอดภัย ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โครงการที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว

“ ของถูกไม่เท่ากับของคุ้ม การก่อสร้างก็เช่นกัน ถ้าเลือกผู้รับเหมาที่ตัดราคา แต่ตัดคุณภาพ สุดท้ายคนที่จ่ายแพงที่สุดคือประชาชน” นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า อุบัติเหตุจากไซต์ก่อสร้างไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรถูกมองเป็นต้นทุนที่ยอมรับได้ หนึ่งเกณฑ์พิจารณา เรื่องความปลอดภัย และผลกระทบของประชาชน ซึ่งอาจใช้เป็นทั้งเกณฑ์คะแนน หรือเกณฑ์ขั้นต่ำ  ข้อเสนอที่ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจะตกรอบทันที แม้เสนอราคาต่ำที่สุด ส่วนข้อมูลอุบัติเหตุและสถิติความปลอดภัยย้อนหลังจะนำมาพิจารณาด้วย 

ทั้งนี้หนึ่งในนโยบายของพรรคประชาชน คือ การรื้อระบบจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านการเปิดเผยและผูกข้อมูลทั้งหมดโดยเฉพาะหลังเซ็นสัญญา ที่ประชาชนไม่สามารถรู้ได้เลยว่า มีการแก้ไขสัญญาอย่างไร มีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบเป็นใคร มีความคืบหน้าไปแล้วแค่ไหน จ่ายเงินไปแล้วเท่าไหร่ และความปลอดภัยของโครงการเป็นอย่างไร

ไม่เท่านั้น พรรคประชาชนยังเสนอผูกข้อมูลผู้ที่เข้าแข่งขัน ทั้งผู้ถือหุ้น หรือข้อมูลอื่นด้วย ถ้าเราผู้ข้อมูลทั้งระบบ เราก็จะสามารถใช้ AI ตรวจสอบความผิดปกติ การฮั้วประมูล หรือความผิดปกติอื่นๆ ได้ รวมถึงนำข้อมูลมาใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณาอย่างจริงจัง เมื่อรื้อระบบ เช่นนี้ ผู้รับเหมาที่เคยทำงานพัง ทิ้งงาน หรือเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก ไม่ควรชนะงานรัฐได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ระบบต้องจำ และต้องเอาข้อมูลนั้นมาใช้

“แต่น่าเสียดายรัฐบาลกลับทำสิ่งที่ตรงกันข้าม คือ การปิดข้อมูลให้มากไปกว่าเดิมอีกเสียอีก โดยมีการขอความร่วมมือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลบชื่อผู้ประกอบการที่ทิ้งงานจากระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีปัญหาในอดีตกลับมารับงานของรัฐได้ แทนที่โครงการก่อสร้างของรัฐจะปลอดภัยขึ้น กลับต้องเผชิญปัญหาเดิมวนไปเสียอย่างนั้น” นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ กล่าวถึงนโยบายจัดซื้อจัดจ้างของพรรคประชาชน ที่ประเมินว่าจะช่วยประหยัดภาษีประชาชนได้ปีละราว  1 แสนล้านบาท  ประกอบด้วย

1. เปลี่ยนวิธีการเลือกแบบเฉพาะเจาะจงที่มีอยู่ราว 400,000 ล้าน ให้มาใช้วิธีแข่งขัน คาดว่าประหยัดได้ 40,000 ล้านบาท

2. ทบทวนหลักประกันยื่นซอง ซึ่งนอกจากกลายเป็นต้นทุนจมไม่เกิดผลงอกเงยแล้ว ยังเป็นอุปสรรคสำคัญให้ SME ไม่สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้  คาดประหยัดได้ราว 5,700 ล้านบาท

3. การขยายการเปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างทุกโครงการมูลค่า 2-100 ล้านบาท เพื่อตรวจสอบการแก้ไขสัญญา และจ่ายเงินไม่สอดคล้องกับความคืบหน้า มีโครงการรวมกันอยู่ราว 300,000 ล้านบาท คาดประหยัดได้ราว 23,000 ล้านบาท

4. หากโครงการมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท ก็บังคับให้มีผู้เชี่ยวชาญภายนอกหรือองค์กรภาคประชาสังคม รวมสังเกตุการณ์ตั้งแต่ตั้งเรื่อง เขียน TOR จนจ่ายเงิน โครงการที่เข้าข่ายมีมูลค่าราว 320,000 ล้านบาท คาดประหยัดได้ ราว 27,000 ล้านบาท

5. การใช้ ai เพื่อตรวจจับความผิดปกติของโครงการ ผู้เข้าประมูล และความสัมพันธ์ต่างๆ

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า  มาตรการทั้ง 5 อย่างในด้านการปฎิรูปจัดซื้อจัดจ้างนี้ รวมถึงการกำหนดเกณฑ์สถิติความปลอดภัยนี้ สามารถทำได้ง่าย เพราะไม่ต้องแก้กฎหมายใด เพียงแต่แก่กฎกระทรวงซึ่งรัฐมนตรีมีอำนาจดำเนินการได้เลย ขณะที่บางเรื่องเป็นเพียงการออกคำสั่งได้โดยตรง

 

Author Avatar

ผู้เขียน

ฉัตรลดา ตั้งใจ
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
จัดซื้อจัดจ้าง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย