News Logo
หน้าแรก
‘โรม’บี้‘ไชยชนก’ปมสินบน 40 ล. ลามปะทะ‘สส.สุชาดา’ก่อนถูกเชิญออกจากห้อง

‘โรม’บี้‘ไชยชนก’ปมสินบน 40 ล. ลามปะทะ‘สส.สุชาดา’ก่อนถูกเชิญออกจากห้อง

1 ต.ค. 2569 18:36
ผู้ชม 37 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

‘รังสิมันต์ โรม’ ตั้งกระทู้สดบี้ ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ รมว.ดีอี ปมสินบน 40 ล้าน เอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์-คอลเซ็นเตอร์ ลามพาดพิง 'สส.หญิงชัยภูมิ' ก่อนถูกประธานเชิงออกจากห้องประชุม

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีที่มีบุคคลเสนอเงินสินบน 40 ล้านบาทต่อเดือนแก่นายไชยชนก ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อขอให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์

นายรังสิมันต์ระบุว่า ผู้เสนอสินบนคือนายคิว โดยเสนอผ่านการพูดคุยกับนายฉัตรมงคล ซึ่งเป็นผู้ช่วยดำเนินการของ สส. พรรคภูมิใจไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ได้ตั้งคำถามว่า ผู้ถูกกล่าวหาใช้วิธีการและช่องทางใดในการเข้าถึงทีมงานของนายไชยชนกเพื่อเสนอสินบนดังกล่าว และการเข้าถึงในลักษณะนี้ ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ว่านายคิวกับนายฉัตรมงคลรู้จักกันได้อย่างไร 

นายไชยชนกชี้แจงตอบว่า กระบวนการเสนอสินบนเป็นไปตามที่นายรังสิมันต์กล่าว ส่วนประเด็นเรื่องการตรวจสอบ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในกระทรวง ซึ่งไม่พบว่ามีบุคลากรภายในรับสินบนแต่อย่างใด จากนั้นจึงได้ส่งมอบข้อมูลต่อไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อดำเนินการขยายผลต่อไป

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ได้ถามย้ำว่า สรุปแล้วได้มีการตรวจสอบนายคิวและนายฉัตรมงคลหรือไม่ว่า นายฉัตรมงคลได้ทำหน้าที่เป็นนายหน้าให้กับเครือข่ายเว็บพนันจริงหรือไม่ รวมถึงได้ตรวจสอบ นายวรสิทธิ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลกับนายไชยชนกด้วยหรือไม่ และเหตุใดจึงยังไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลเหล่านั้น 

นายไชยชนก ได้ชี้แจงว่า เหตุผลที่ไม่มีการเรียกสอบบุคคลเหล่านั้น เพราะวันนั้นไม่ทราบ การร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจและไม่ได้ระบุตัวตนเพราะไม่ทราบว่าใคร จึงขอให้เขาสอบสวน พร้อมทั้งแจ้งประสงค์ว่าในการเอาผิดอย่างชัดเจน ทั้งยังมีการรวบรวมหลักฐานทุกอย่างส่งให้ ป.ป.ช. 

นายไชยชนกย้ำว่า พวกตนอยู่ในฐานะผู้เสียหาย แต่ขณะนี้ สส. กำลังพูดให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการ ทั้งนี้ หากพูดถึงผลงานของรัฐบาลในการจัดการสแกมเมอร์และเว็บพนัน ได้มีการดำเนินการไปแล้วกว่า 52 ราย ยึดทรัพย์ได้กว่า 1.7 หมื่นล้านบาท และยังได้ต่อยอดขยายผลในอีกหลายคดี ทั้งคดีในพื้นที่สมุทรปราการที่มีความเชื่อมโยงกับ สส. ในพรรคประชาชน ในข้อหาฟอกเงิน รวมถึงคดีนอมินีและคดีฟอเร็กซ์ฟอกเงิน ทั้งนี้ หากนายรังสิมันต์จริงใจต่อการปราบปราม ไม่จำเป็นต้องป้ายสีรัฐบาล แต่ควรส่งข้อมูลเบาะแส ไม่ว่าจะเป็นคนภายในพรรคหรือนอกพรรคก็ตาม ซึ่งตนพร้อมที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่สุดความสามารถ 

นายรังสิมันต์ได้ถามย้ำว่า สส. พรรคประชาชน จังหวัดสมุทรปราการ ที่ถูกดำเนินคดีนั้นคือใคร พร้อมกล่าวตอบโต้ว่า หากต้องการตรวจสอบอย่างจริงจัง ก็ควรตรวจสอบ สส.หญิง จังหวัดชัยภูมิด้วย เพราะอาจมีสามีเป็นเครือข่ายสแกมเมอร์ ดังนั้น หากจะใช้กฎหมายก็ควรกำหนดมาตรฐานให้ครอบคลุม ไม่ใช่เลือกปฏิบัติเพียงแค่พรรคส้ม แต่ปล่อยให้ฝั่งสีน้ำเงินรอดพ้น ส่วนเรื่องการอ้างผลงานของตำรวจนั้น ตนไม่ได้ติดใจ แต่สิ่งที่ต้องการทราบคือ ตัวการใหญ่เบื้องหลังเครือข่ายเว็บพนันอย่าง ‘นายคิว’ เหตุใดจึงยังไม่มีการจัดการ พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่า หรือเป็นเพราะนายคิวเป็นผู้มีพระคุณต่อพรรคภูมิใจไทยจึงไม่สามารถใช้กฎหมายดำเนินการได้

ด้านนายไชยชนกได้กล่าวขอโทษ พร้อมอธิบายว่า กรณีที่กล่าวถึง สส. สมุทรปราการ ตนอ่านข้อมูลผิดพลาด ซึ่งแท้จริงแล้วคือ นักการเมืองท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า ที่คาดว่าเป็นบุคคลในเครือข่ายของพรรคประชาชน ทั้งนี้ การดำเนินคดีดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องพรรคการเมือง แต่ดำเนินการไปตามหลักฐานที่มี ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหา สส. หญิง จังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทยนั้น ขอให้นำส่งหลักฐานมา ซึ่งตนยืนยันว่าจะไม่มีการยกเว้น และพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่หากมีพยานหลักฐานชัดเจน สำหรับกรณีนายคิวนั้น ตนได้ทำเต็มที่แล้ว และพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบ รวมถึงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังตามที่กฎหมายกำหนด โดยยืนยันถึงความจริงจังและจริงใจในการแก้ปัญหา 

ขณะที่ น.ส.สุชาดา ซางแทนทรัพย์ สส. จังหวัดชัยภูมิ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงพร้อมชี้แจงว่า กรณีที่นายรังสิมันต์พาดพิงถึง สส. หญิง จังหวัดชัยภูมินั้น ในพื้นที่ดังกล่าวมีตนเพียงคนเดียว ซึ่งการกล่าวอ้างดังกล่าวทำให้ตนได้รับความเสียหาย จึงขอให้นายรังสิมันต์ถอนคำพูด พร้อมย้ำว่าการอภิปรายใดๆ ควรจะต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน และไม่ควรพูดจาเลื่อนลอย 

ทางด้าน น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ซึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุม ได้ขอให้นายรังสิมันต์ถอนคำพูด แต่นายรังสิมันต์ปฏิเสธ จนในที่สุด น.ส.มัลลิกา จึงได้สั่งให้นายรังสิมันต์ออกจากห้องประชุม ซึ่งนายรังสิมันต์น้อมรับและเดินออกจากห้องประชุมไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' พร้อมแขวนนวม หากปราบทุจริตสำเร็จ เพราะตอบโจทย์ตัวเองได้แล้ว
'อนุทิน' พร้อมแขวนนวม หากปราบทุจริตสำเร็จ เพราะตอบโจทย์ตัวเองได้แล้ว