"...ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดความผิดเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะ ส่งผลให้การป้องกัน ปราบปราม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดยังไม่ครอบคลุมและมีข้อจำกัด คตท. เห็นสมควรกำหนดมาตรการและจัดทำกฎหมายเฉพาะ เพื่อกำหนดฐานความผิด อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบทลงโทษที่เหมาะสม จึงมีมติเห็นชอบข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ..."
สืบเนื่องสำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 รัฐบาลเห็นชอบข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ ตามที่คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเสนอ พร้อมให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อนำหลักการและข้อเสนอที่เกี่ยวข้องไปประกอบการจัดทำร่างกฎหมายต่อไป

ครม.เห็นชอบมาตรการป้องกัน 'โกงสอบ' คนทำผิดอาญา-ตัดสิทธิเข้าทำงานราชการ
ผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับข้อเสนอมาตรการข้างต้นเพิ่มเติม พบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้
@ เหตุผลความจำเป็นที่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี
คตท. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะแนวทางและมาตรการในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตต่อคณะรัฐมนตรี โดยในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 คตท. มีมติเห็นชอบข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณามอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการยกร่างกฎหมายตามขั้นตอนต่อไป
@ สาระสำคัญและข้อเท็จจริง
การประชุม คตท. ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ได้พิจารณามาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงาน โดยเห็นว่าจากกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ ทั้งการเรียกรับผลประโยชน์และการแก้ไขกระดาษคำตอบนับเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่สามารถยอมรับได้ เพราะไม่เพียงเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและหลักคุณธรรมเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการและทำลายโอกาสของผู้มีความรู้ความสามารถซึ่งเข้าสู่การแข่งขันอย่างสุจริต ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรภาครัฐ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 มีอำนาจและหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมทั้งให้เสนอมาตรการที่จำเป็นและการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว
อย่างไรก็ตาม โดยที่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดความผิดเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะ ส่งผลให้การป้องกัน ปราบปราม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดยังไม่ครอบคลุมและมีข้อจำกัด
@ 7 ข้อเสนอ 'โกงสอบผิดอาญา-สั่งยุติสอบชั่วคราว-ตัดสิทธิ์รับราชการตลอดชีวิต'
คตท. เห็นสมควรกำหนดมาตรการและจัดทำกฎหมายเฉพาะ เพื่อกำหนดฐานความผิด อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบทลงโทษที่เหมาะสม จึงมีมติเห็นชอบข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ ดังนี้
3.1 กำหนดให้การทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือการเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเป็นความผิดอาญา
3.2 ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งหน่วยงานที่มีอำนาจในการจับกุม มีหน้าที่และอำนาจสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
3.3 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ 3.2 ให้สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
3.4 ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจสืบสวนสอบสวน แล้วแต่กรณี ดำเนินการสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว
3.5 เมื่อมีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามข้อ 3.4 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการให้มีการสอบบรรจุมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินการสอบบรรจุไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจสืบสวนสอบสวน แล้วแต่กรณี จะมีหนังสือแจ้งผลการสืบสวนสอบสวน
3.6 ผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นผู้เคยกระทำทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ และให้ตัดสิทธิเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง
3.7 ในกรณีผู้กระทำความผิดหรือผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ให้ไล่ออกจากราชการ และต้องรับโทษหนักขึ้นอีกเท่าหนึ่ง
เหล่านี้เป็นข้อมูลก่อนที่ครม.จะเห็นชอบข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐตามที่ คตท. เสนอ เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา
ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://resolution.soc.go.th/PDF_UPLOAD/2569/P_416385_10.pdf




