News Logo
หน้าแรก
ประชุม ครม.เงา ปชน.ซัด รบ.ปัดตก 4 กฎหมาย-ล้มเหลวเยียวยา ศก.

ประชุม ครม.เงา ปชน.ซัด รบ.ปัดตก 4 กฎหมาย-ล้มเหลวเยียวยา ศก.

21 ก.ย. 2569 14:18
ผู้ชม 22 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ปชน.จัดประชุม ครม.เงาซัด รบ.รอบด้าน! 'ณัฐพงษ์' จี้ 'อนุทิน' แจงปัดตก 4 ร่าง กม.สำคัญ ตัดโอกาสพัฒนา ปชช.- 'ศิริกัญญา' ชำแหละ 'ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2' ล้มเหลวทุกมิติ แค่หวังเรียกคะแนนนิยม -'พิศาล' เตือนจับตาเจรจาค้าสหรัฐฯ หากภาษีพุ่งเกิน 12.5% ถือว่ารัฐบาลสอบตก

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 13 ในหลายประเด็นทั้งเรื่อง การปัดตก 4 ร่างกฎหมายสำคัญที่อาจช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และการวิจารณ์โครงการช่วยเหลือเศรษฐกิจรัฐบาลในเฟส 2 ที่ถูกมองว่าไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร โดยมีแกนนำคนสำคัญ อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และ นายพิศาล มาณวพัฒน์ ร่วมแถลง.

'ณัฐพงษ์' จี้ 'อนุทิน' แจงเหตุผลปัดตก 4 ร่างกฎหมายสำคัญ ชี้ตัดโอกาสสภาฯ พัฒนาชีวิตประชาชน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่รับรองร่างพระราชบัญญัติที่วินิจฉัยว่าเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงินอย่างน้อย 4 ฉบับ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ โดยเขาเชื่อว่าร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมาก.

สำหรับร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน ซึ่งเสนอโดย นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี มีสาระสำคัญคือการปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์และบิลเลียดออกจากบัญชีการพนันเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนสู่นักกีฬามืออาชีพ นอกจากนี้ยังมี ร่างแก้ไข พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอโดย เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มอำนาจท้องถิ่นในการจัดทำบริการสาธารณะและสร้างรายได้ผ่านการกู้เงินและการจัดเก็บค่าธรรมเนียม.

อีกสองฉบับได้แก่ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เสนอโดย เซีย จาปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อปรับการคำนวณสูตรค่าจ้างขั้นต่ำและการดูแลแรงงานภาครัฐ และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (พ.ร.บ.THACCA) เสนอโดย นายจิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย.

นายณัฐพงษ์แสดงข้อสงสัยต่อพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีที่ตอบคำถามเรื่องการปัดตกร่าง พ.ร.บ.การพนัน ว่า “เรื่องยังมาไม่ถึง” ทั้งที่มีหนังสือวินิจฉัยลงนามออกมาแล้ว และกรมการปกครองเองก็ไม่ขัดข้องกับการปลดล็อกดังกล่าว จึงก่อให้เกิดคำถามว่านายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบเนื้อหาอย่างถี่ถ้วนก่อนลงนาม “ไม่รับรอง” หรือไม่ เขาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชนให้ชัดเจน เพราะการไม่รับรองร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการลดทอนโอกาสของสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณากฎหมายที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและปลดล็อกศักยภาพของประชาชนอย่างน่าเสียดาย.

'ศิริกัญญา' ชำแหละ "ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2" ล้มเหลวทุกมิติ แค่หวังดึงคะแนนนิยม

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวถึงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” ของรัฐบาลว่า โครงการดังกล่าวล้มเหลวในทุกมิติ ทั้งในแง่การเยียวยาประชาชนและการกระตุ้นเศรษฐกิจ และตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเพียงต้องการออกมาตรการนี้เพื่อเรียกคะแนนนิยมทางการเมืองที่กำลังตกต่ำเท่านั้น.

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ที่จะเป็นการแจกเงิน 1,000 บาท ในระยะเวลา 2 เดือน หรือตกเพียงเดือนละ 500 บาทนั้น สอดคล้องกับข้อสงสัยที่ตนเคยตั้งคำถามไว้ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องโยกเงินก้อนซึ่งควรใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานมาใช้เพื่อการเยียวยาประชาชนแทน เมื่อขนาดของโครงการถูกปรับให้เล็กลง จึงมีเม็ดเงินเหลือจากรอบแรกเพียงพอที่จะนำมาใช้ต่อในเฟส 2 แต่ปัญหาคือโครงการนี้ยังคงยึดติดกับการเยียวยาในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งบทเรียนที่ผ่านมาก็สะท้อนให้เห็นชัดเจนแล้วว่าล้มเหลวในทุกมิติ.

ในมุมของมาตรการเยียวยา น.ส.ศิริกัญญามีข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องกำหนดเงื่อนไขให้ประชาชนร่วมจ่าย (Co-pay) อีก 40% เพราะหากตั้งใจจะเยียวยาจริงก็ควรจ่ายเงินเต็มจำนวน แต่ท้ายที่สุดโครงการนี้ก็ไม่ได้ช่วยลดค่าครองชีพอย่างแท้จริง เพราะราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซ้ำเติมภาระค่าครองชีพในระยะต่อไป ส่วนในมุมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด เธอจึงมองว่าเป้าหมายที่แท้จริงของรัฐบาลคือการกระตุ้นคะแนนนิยม เพื่อลดทอนกระแสวิพากษ์วิจารณ์และซื้อความสบายใจจากประชาชน.

น.ส.ศิริกัญญาย้ำว่าการแจกเงินเพิ่มเพียงเดือนละ 500 บาท ไม่เพียงพอที่จะกอบกู้คะแนนนิยมที่กำลังตกต่ำได้ และเงินกู้ 2 แสนล้านบาทก้อนนี้ต้องใช้เพื่อเยียวยาประชาชนอย่างตรงจุด ซึ่งยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่ตกหล่นและไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเฉพาะเจาะจง เช่น เกษตรกร ชาวประมง หรือภาคขนส่ง เธอย้ำเตือนรัฐบาลว่าเงินกู้คือเงินสำรองฉุกเฉินของประเทศที่มีไว้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามวิกฤต ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับใช้กระตุ้นคะแนนนิยมของรัฐบาล.

'พิศาล' ชวนจับตาการเจรจาความตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ชี้หากถูกเก็บภาษีสูงกว่า 12.5% ถือว่ารัฐบาลสอบตก

นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ได้แถลงเกี่ยวกับความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐอเมริกา (ART) โดยระบุว่าปัจจุบันสหรัฐฯ อยู่ระหว่างดำเนินมาตรการภายใต้มาตรา 301 ที่เกี่ยวข้องกับไทยใน 2 ประเด็น ได้แก่ การนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ และปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง

นายพิศาลเน้นย้ำว่า หากผลการเจรจาทำให้สินค้าส่งออกของไทยเผชิญภาษีสูงกว่าร้อยละ 12.5 ครม.เงาจะถือว่ารัฐบาลสอบตกในการเจรจาครั้งนี้ เนื่องจากจะทำให้สินค้าไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาค พร้อมเสนอแนวทางต่อรัฐบาล 3 ประการ หากนายกรัฐมนตรีมีโอกาสหารือกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แก่.

ประการแรก นายกรัฐมนตรีควรอธิบายกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยตรงว่า ไทยต้องการเวลาในการปรับโครงสร้างการค้า โดยรัฐบาลไทยควรตรวจสอบรายการสินค้าและบังคับใช้กฎหมายกับธุรกิจสีเทา โรงงานสีเทา และการสวมสิทธิสินค้าที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ รวมถึงจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ เพื่อสร้างหลักประกันว่าสินค้าที่ส่งออกจากไทยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยตอบโจทย์ข้อกังวลของสหรัฐฯ โดยตรง โดยเฉพาะการสอบสวนตามมาตรา 301 เรื่องสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ.

ประการที่สอง ไทยควรยืนยันว่าจะสนับสนุนการลงทุนของบริษัทไทยที่สร้างการจ้างงานในสหรัฐฯ ต่อไป พร้อมขอให้ประธานาธิบดีทรัมป์สนับสนุนให้บริษัทสหรัฐฯ พิจารณาย้ายการลงทุนจากประเทศอื่นในภูมิภาคมายังประเทศไทย โดยใช้สถานะความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและการเป็นพันธมิตรระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา จุดนี้เป็นไพ่ที่ไทยควรนำมาใช้ เนื่องจากการเจรจาไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงตัวเลขดุลการค้าและอัตราภาษี แต่ควรเชื่อมโยงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศด้วย

การสร้างความสัมพันธ์ระดับผู้นำ

“นายกรัฐมนตรีควรหาโอกาสเชิญประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางเยือนไทยเมื่อมีการเดินทางมายังภูมิภาค พร้อมสร้างช่องทางความสัมพันธ์กับบุคคลที่สามารถเข้าถึงฝ่ายบริหารสหรัฐฯ และใช้การทูตในระดับผู้นำเพื่อสนับสนุนการเจรจา” นายพิศาลกล่าวและต่อไปว่า นอกจากนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ควรใช้โอกาสการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่กรุงเทพฯ สร้างความสัมพันธ์กับ สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพราะความสัมพันธ์ในระดับบุคคลสามารถเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการรักษาผลประโยชน์ของไทยในการติดต่อกับรัฐบาลสหรัฐฯ ในระยะต่อไปได้

“รัฐบาลจำเป็นต้องรู้ว่าไทยมีเครื่องมือต่อรองอะไร และควรใช้เครื่องมือเหล่านั้นกับใคร เพราะผลของการเจรจาครั้งนี้จะกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ รวมถึงการจ้างงานในภาคการผลิต อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม” นายพิศาลกล่าวทิ้งท้าย

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ครม.เงา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อบจ.ชลบุรี คะแนนสูงสุด! ประเมินวินัยการเงินคลังท้องถิ่น ปี 69–70
อบจ.ชลบุรี คะแนนสูงสุด! ประเมินวินัยการเงินคลังท้องถิ่น ปี 69–70