News Logo
หน้าแรก
ก.ย.ร้อนๆ ม็อบขยับรับคดีใหญ่ ‘อนุรักษนิยม’ 2 ขั้ว หนุน-หัก ‘น้ำเงิน’

ก.ย.ร้อนๆ ม็อบขยับรับคดีใหญ่ ‘อนุรักษนิยม’ 2 ขั้ว หนุน-หัก ‘น้ำเงิน’

10 ก.ย. 2569 09:10
ผู้ชม 25 คน

“...ผมรู้จักกับท่านประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปี 2560 ผมขอไม่เอ่ยชื่อท่าน ท่านบอกผมว่า ท่านเสียใจมากที่สุดกับเรื่องหนึ่งที่ว่า ท่านไม่รู้จะทำอย่างไร เป็นความผิดพลาดที่สุดของกรรมการยกร่างฯ คือการยกร่างเรื่องระบบการเลือก สว. เราทำมาแบบนี้ ก็ต้องรับชะตากรรมแบบนี้ แต่ปัญหาคือเราจะยอมรับต่อไปหรือจะปรับปรุงแก้ไข แต่ผมขอตอบง่าย ๆ ว่ารัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นของสีใดสีหนึ่ง เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของทุกคน...”

ท่ามกลางความวุ่นวายในสภาผู้แทนราษฏร ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 2570 วาระที่ 2-3 ที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ

มีการชู ‘ตัวเลขปริศนา’ ขึ้นมาระหว่างการอภิปราย จากทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นเลข 229 เลข 143 เลข 44 รวมถึงเลข 7-157 ตัวเลขทั้งหมดล้วนเกี่ยวพันกับสถานการณ์ร้อนทางการเมืองอยู่ในตอนนี้

โดยเฉพาะเดือน ก.ย.ที่เข้าสู่จุดไคลแม็กซ์ ทั้งคดีโกง สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดหมาย 14 ก.ย.นี้ ชี้ชะตา 229 บุคคล ถูกกล่าวหาพัวพันในขบวนการโกง สว.เมื่อปี 2567 เช่นเดียวกับ ‘คดีบัตรบาร์โค้ด’ ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยชี้ขาดในวันที่ 28 ก.ย.นี้ว่า ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยลับหรือไม่

ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวจากภาคประชาชน โดยเฉพาะฝ่าย ‘พันธมิตรฯเดิม’ ซึ่งนำโดย ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ ประกาศพร้อมลงสู่ถนน ชูม็อตโต้ ‘เอาประเทศไทยของเราคืนมา’ ดีเดย์ 10 ก.ย.นี้ ระดมมวลชนจากทั่วทุกสารทิศ ปักหลังรอดูผลการชี้ขาด ‘คดีโกง สว.’ ในวันที่ 14 ก.ย. ว่าจะออกมาหน้าไหน

ประเด็นที่น่าสนใจ ในสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองนั้น เมื่อ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ หล่นคำพูดไว้น่าสนใจ ในการบรรยายพิเศษหัวข้อ ‘การเมืองและสังคมไทยสำหรับอนาคต’ กิจกรรมเสวนาวิชาการ NDC’68 Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด Resilient Thailand ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68

‘นครินทร์’ กล่าวตอนหนึ่งว่า “ผมรู้จักกับท่านประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปี 2560 ผมขอไม่เอ่ยชื่อท่าน ท่านบอกผมว่า ท่านเสียใจมากที่สุดกับเรื่องหนึ่งที่ว่า ท่านไม่รู้จะทำอย่างไร เป็นความผิดพลาดที่สุดของกรรมการยกร่างฯ คือการยกร่างเรื่องระบบการเลือก สว. เราทำมาแบบนี้ ก็ต้องรับชะตากรรมแบบนี้ แต่ปัญหาคือเราจะยอมรับต่อไปหรือจะปรับปรุงแก้ไข แต่ผมขอตอบง่าย ๆ ว่ารัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นของสีใดสีหนึ่ง เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของทุกคน”

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์

เพียงแค่โควตเดียว สร้างแรงกระเพื่อมไปทุกองคาพยพทางการเมือง ต่างฝ่ายต่างประเมินวิเคราะห์กันว่า เหตุใดจึงทำให้คนระดับอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญปี 2560 ต้นตอทำให้ ‘ฝ่ายอนุรักษนิยม’ เถลิงอำนาจอยู่ในตอนนี้

ทว่าเพียงข้ามคืน ‘มีชัย ฤชุพันธุ์’ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ตอบไลน์ผ่านสื่อมวลชน ‘ทีมข่าวการเมืองครอบครัวข่าว 3’ ระบุว่า “ไม่เคยบอก ไม่เคยเจอเขาเลยด้วยซ้ำไป” แถมหากย้อนกลับไปค้นบันทึกหนังสือชื่อ ‘ความในใจของ กรธ.ปี 2560’ พบว่า ‘มีชัย’ เคยการันตีสูตร ‘เลือกไขว้ สว.’ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นระดับ ‘ฮ้อแร่ด’ หรือสมบูรณ์ และยอดเยี่ยมที่สุด แต่เคยยอมรับว่า การป้องกันไม่ให้มีขบวนการฮั้วเกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย

มีชัย ฤชุพันธุ์

มีชัย ฤชุพันธุ์

เรื่องนี้สร้างความฉงนงุนงงแก่บุคคลทั่วไปอย่างมากว่า ตกลงฝ่ายไหน ใครกันแน่ที่พูดข้อเท็จจริงเรื่องนี้ หรืออาจเป็นความเข้าใจผิดส่วนตัว คงต้องรอฟังคำชี้แจงกันต่อไป

ทว่าประเด็นที่ต้องวิเคราะห์ต่อไปคือ ทำไมอยู่ ๆ ระดับ ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ถึงต้องพูดถึงระบบการเลือก สว.ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอยู่ในตอนนี้ แถมยังเอาชื่อ ‘พญาครุฑกฎหมาย’ มีชัย ฤชุพันธุ์ มาพัวพันในเรื่องนี้อีก

ว่ากันว่านับตั้งแต่ ‘ค่ายน้ำเงิน’ ได้รับ ‘ไฟเขียว’ จาก ‘รัฐพันลึก’ เข้ามาบริหารประเทศ ปฏิเสธไม่ได้ว่า จุดเริ่มต้นคือการที่ ‘พรรคส้ม’ สมยอมยกมือโหวตให้ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ เป็นนายกฯสมัยแรก เมื่อปลายปี 2568 ผ่านการทำ MOA ซึ่งไม่ประสบผลสำเร็จ และล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะ ‘ดีลลับ’ ล่มไม่เป็นท่า จนกลายเป็นเรื่อง ‘ต้มส้ม’ ขึ้นมา

นับตั้งแต่นั้น ดูเหมือนว่า ‘ฝ่ายอนุรักษนิยม’ เหมือนจะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย 1.ฝ่ายอนุรักษนิยมเดิม ที่อยู่มาเนิ่นนาน และเป็นแบ็กอัพในการรัฐประหารหลายครั้ง 2.ฝ่ายอนุรักษนิยมใหม่ ที่เพิ่งเริ่มก่อตัวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ‘กลุ่มทุนใหม่’ ไปร่วมสนับสนุน ‘ค่ายน้ำเงิน’ เถลิงอำนาจ

ต้องไม่ลืมว่า ‘ค่ายน้ำเงิน’ เดิมคือพรรคการเมืองขนาดกลาง กุมอำนาจโดย ‘เครือข่ายบ้านใหญ่’ พูดให้ถึงที่สุดคือ ‘พรรคการเมืองภูธร’ ไม่เป็นที่นิยมจาก ‘ชนชั้นกลาง-ชนชั้นนำเดิม’ อยู่แล้ว ดังนั้นภาพที่ ‘ค่ายน้ำเงิน’ เข้ามาเถลิงอำนาจบริหารรัฐ ในฐานะพรรคแกนนำหลักของรัฐบาล จึงอาจไม่เป็นที่ชอบใจของ ‘ฝ่ายอนุรักษนิยมเดิม’ บางส่วนมากนัก

ที่สำคัญมีความตะขิดตะขวงใจในประเด็น ‘โกง สว.’ ปรากฏข้อมูล ข้อเท็จจริง ภาพข่าว ดิจิทัลฟุตปริ้นท์ ออกมาจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า มีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นจริงในการเลือก สว.ปี 2567 ขณะเดียวกันการทำหน้าที่ขององค์กรตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น กกต. หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดูท่าจะยังไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มากนัก แต่เน้น ‘เล่นเกมการเมือง’ กันเสียส่วนใหญ่

ว่ากันว่าหากคดีโกง สว.ไปถึงชั้นศาล เรื่องอาจแตกต่างออกไปจากตอนนี้ เพราะมีการพูดกันมาหนาหูได้สักระยะแล้วว่า ‘ฝ่ายตราชั่ง’ ดูเหมือนจะไม่ชอบใจนักกับขบวนการโกง สว.ที่เกิดขึ้นอย่าง ‘โจ๋งครึ่ม’ ในตอนนี้ เพราะเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

จึงไม่แปลกที่จะเห็นความพยายามจาก ‘ค่ายน้ำเงิน’ ที่ต้องการ ‘ยื้อ’ เรื่องนี้ซื้อเวลาเพื่อต่อรองกับ ‘ฝ่ายอนุรักษนิยมใหม่’ หวังได้แบ็คอัพจาก ‘รัฐพันลึก’ ให้พ้นบ่วงคดีความต่าง ๆ เหล่านี้

ที่น่าสนใจปรากฎการณ์ ‘ฝ่ายอนุรักษนิยมเดิม’ เริ่มขยับ ทั้งผ่านตัวแทนพูดผ่านสื่อ ผ่านการเคลื่อนไหวภาคประชาชนรุ่นเก๋า ที่กำลังจะเกิดขึ้น สะท้อนถึงความ ‘ร้าวลึก’ ของ ‘ชนชั้นนำ’ เข้าทาง ‘ฝ่ายค้าน-พรรคส้ม’ และภาคประชาชนรุ่นใหม่นอกสภา ที่กำลังออกมาแฉรายวัน เกี่ยวกับคดีโกง สว.อยู่ในตอนนี้

ดังนั้นบทสรุปสุดท้าย 2 คดีร้อนทางการเมืองจะออกมาหน้าไหน โดยเฉพาะความขัดแย้งของ ‘ชนชั้นนำ’ จะมีบทสรุปออกมาอย่างไร ผลคดีโกง สว.-บัตรบาร์โค้ด น่าจะเป็นคำตอบได้ไม่มากก็น้อย

เรื่องโดย......ทีมข่าวการเมืองพิเศษ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
อนุทิน ชาญวีรกูล
การเมืองไทย
คดีใหญ่
อนุรักษนิยม



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ณัฐชา' ชี้คดีปลาหมอคางดำ ชัยชนะชาวบ้าน จี้ประกาศภัยพิบัติ 19 จังหวัด
'ณัฐชา' ชี้คดีปลาหมอคางดำ ชัยชนะชาวบ้าน จี้ประกาศภัยพิบัติ 19 จังหวัด