News Logo
หน้าแรก
‘ยิ่งชีพ’ เปิดความสัมพันธ์ สว.สีน้ำเงิน โยงเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย

‘ยิ่งชีพ’ เปิดความสัมพันธ์ สว.สีน้ำเงิน โยงเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย

24 ส.ค. 2569 06:43
ผู้ชม 40 คน

'ยิ่งชีพ' เปิดหลักฐานแฉความสัมพันธ์กลุ่ม สว. ชุดปัจจุบัน โยงเครือข่ายพรรคสีน้ำเงิน ทั้งญาติพี่น้อง อดีตผู้สมัคร สส. และอดีตที่ปรึกษา พร้อมขู่ กกต. ไม่ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ทั้ง 229 ราย พร้อมเปิดทุกหลักฐาน

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหารและผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดเผยในเสวนา ‘เปิดโปงโกง สว. ตอน ชนกำแพงให้จบๆ’ ระบุว่า สว.ชุดปัจจุบันมีอย่างน้อย 4 คนที่เป็นพี่น้องกับ สส. พรรคภูมิใจไทย อาทิ นายประเทือง มนตรี สว.กลุ่ม 15 จ.พัทลุง เป็นพี่ชายของนางนาที รัชกิจประการ ซึ่งเป็นภรรยาของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายพรเพิ่ม ทองศรี สว.กลุ่ม 13 จ.บุรีรัมย์ เป็นพี่ชายของนายทรงศักดิ์ ทองศรี สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นอกจากนี้ ยังมีนายอภิชาติ งามกมล สว.กลุ่ม 1 การบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง จ.บุรีรัมย์ พี่ชายของนายไตรเทพ งามกมล สส.เขต 8 จ.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว. กลุ่ม 6 ทำสวน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นพี่น้องกับนายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส. จ.ประจวบคีรีขันธ์เขต 3 ซึ่งประพันธ์สมรสกับ น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค หลานสาวชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานีเขต 2 

นายยิ่งชีพ ระบุด้วยว่า นอกจากนี้ยังกลุ่ม สว. ที่ในอดีตผู้สมัคร สส.สังกัดพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายสมชาย เล่งหลัก สว. กลุ่ม 19 ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ จ.สงขลา โดยเมื่อปี 2566 สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสส. เขต 9 จ.สงขลา ในนามพรรคภูมิใจไทย, นายสมบูรณ์ หนูนวล สว. กลุ่ม 4 สาธารณสุข ชุมพร เคยลงสมัครรับเลือกตั้งสส.เขต 2 ชุมพร เบอร์ 2 พรรคภูมิใจไทย, นายประเทือง มนตรี สว. กลุ่ม 15 ผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2566 สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสส.เขต 3 จ.พัทลุง ในนามพรรคภูมิใจไทย

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สว.กลุ่ม 6 ทำสวน ประมง เลี้ยงสัตว์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี 2566 สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในนามพรรคภูมิใจไทย, นายนิพนธ์ เอกวานิช กลุ่ม 9 ผู้ประกอบการ SMEs จากจ.ภูเก็ต เมื่อปี 2566 สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสส. เขต 1 จ.ภูเก็ต ในนามพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐกิตติ์ หนูรอด กลุ่ม 20 อื่นๆ จากจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2566 สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสส. เขต 4 จ.นครศรีธรรมราช ในนามพรรคภูมิใจไทย 

“ภาพที่ท่านสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทยเหล่านี้ไม่ได้เป็นภาพลับอะไร อยู่บนเฟซบุ๊กของท่าน วันที่ท่านได้รับเลือกเป็น สว.ปี 67 ผมก็สงสัยว่าท่านเป็นใคร ผมก็ค้นหาชื่อของท่าน หลายท่านยังใส่โลโก้ภูมิใจไทยอยู่เลยวันที่ได้เป็น สว.” นายยิ่งชีพกล่าว 

นายยิ่งชีพ ระบุด้วยว่า นอกเหนือจากทั้ง 2 กลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว ยังมีอีก 1 กลุ่มซึ่งเป็นอดีตที่ปรึกษาของสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สว. กลุ่ม 4 สาธารณสุข จากจ.บุรีรัมย์ อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในยุคสมัยที่อนุทิน ชาญวีรกูลเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ สว. กลุ่ม 16 กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม จ.สงขลา เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระหว่างปี 2562-2566 ซึ่งก็คือที่ปรึกษาของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และ พลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ สว. กลุ่ม 1 ข้าราชการ จ.สุราษฎร์ธานี อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เป็นประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

751111520_800007983134653_1328441162064454733_n

ที่มากราฟิก : ไอลอว์

ทั้งนี้ นายยิ่งชีพได้กล่าวอธิบายความสัมพันธ์ที่ดูใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างกลุ่ม สว.และผู้ช่วย สว. จ.อำนาจเจริญกับนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ สังกัดพรรคภูมิใจไทย รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ช่วย สว.จ.สตูล กับนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ พ่อของนายวรสิทธิ์ เลียงประสิทธิ รัฐมนตรีช่วยกว่าการกระทรวงมหาดไทย 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายนายยิ่งชีพได้เรียกร้องให้ กกต. ส่งฟ้องศาลในคดีฮั้ว สว. พร้อมกับกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีข้อมูลในคดีดังกล่าวมากกว่า 90,000 หน้า ซึ่งหากในสัปดาห์หน้า กกต. มีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกร้องทั้ง 229 ราย ข้อมูลทั้งหมดจะไม่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ดังนั้น จึงจะมีการเปิดเผยหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมด และหากมีกรณีสั่งฟ้องเพียงบางราย ข้อมูลในส่วนของผู้ที่ไม่ถูกสั่งฟ้องจะถูกนำมาเปิดเผยด้วยเช่นกัน 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่องไส้ในภาษีเงินได้มนุษย์เงินเดือน-นิติบุคคล เสี่ยงคลัง ‘ถังแตก’
ส่องไส้ในภาษีเงินได้มนุษย์เงินเดือน-นิติบุคคล เสี่ยงคลัง ‘ถังแตก’