News Logo
หน้าแรก
ส.ค.ร้อนคดี ‘บัตรบาร์โค้ด-ฮั้ว สว.’ เดิมพันวิกฤติศรัทธา กกต.

ส.ค.ร้อนคดี ‘บัตรบาร์โค้ด-ฮั้ว สว.’ เดิมพันวิกฤติศรัทธา กกต.

21 ส.ค. 2569 13:26
ผู้ชม 24 คน

"...ทั้งคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ดในศาลรัฐธรรมนูญ และคดีโกง สว.ในมือ กกต.ชุดใหญ่ ช่วงโค้งสุดท้ายปลายเดือน ส.ค.นี้ จะเป็นจุดชี้วัด ‘วิกฤติศรัทธา’ ของ กกต.อีกครั้งว่าจะ ‘อิสระ’ สมชื่อจริงหรือไม่?..."

สารพัดเรื่องรุมเร้า ‘รัฐนาวาสีน้ำเงิน’ ท่ามกลางการจับตาจากสาธารณชน ไล่เรียงมาตั้งแต่โครงการ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท เสี่ยงไม่คุ้มค่า-ส่อเอื้อสเปกกับเอกชนบางรายหรือไม่ จนมาถึงขบวนการ ‘โกงสอบท้องถิ่น’ ที่อื้อฉาว พัวพันตั้งแต่ระดับต้นน้ำ ‘บิ๊กเนม’ ในกระทรวงมหาดไทย จนถึง ‘ปลายน้ำ’ ในระดับท้องถิ่นจังหวัดต่าง ๆ รวมมีผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้จำนวนมาก และเพิกถอนชื่อบุคคลที่เข้าข่ายทุจริตเฉียด 6 พันคน

ไม่ใช่แค่เรื่องใหญ่ข้างต้น ขมวดภาพให้เล็กลง โฟกัสเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระอย่าง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอย่างน้อย 2 คดีสำคัญ กำลังเข้าสู่ ‘จุดไคลแม็กซ์’ ภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำนักงาน กกต.คือหนึ่งในองค์กรอิสระที่กลายเป็น ‘ตำบลกระสุนตก’ มากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะบทบาทการทำหน้าที่ ‘จัดเลือกตั้ง’ เอาแค่การเลือกตั้ง 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ถูกตั้งคำถามอย่างมากถึง ‘ความโปร่งใส’ ในหลายพื้นที่ถูกร้องเรียน และถูกมวลชนเข้าไปจับตาการนับคะแนน รวมถึงการขนย้ายหีบบัตรลงคะแนน จนเกิดการปะทะกับประชาชน คาราคาซังจนกลายเป็นคดีความอย่างในทุกวันนี้

โดยในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ปรากฏ ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’ ในมือศาลรัฐธรรมนูญ นัด 26 ส.ค.นี้ ไต่สวนพยานสำคัญ 5 ปาก หนึ่งในนั้นคือ ‘แสวง บุญมี’ เลขาธิการ กกต. ที่จะต้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน ก่อนนำไปสู่การชี้ขาดของศาลต่อไป

สำนักงาน กกต.

สำนักงาน กกต.

สำหรับกรณีดังกล่าว ถูกอดีต กกต.รวมถึงนักวิชาการ และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายคน ออกมาเปิดโปงว่า บัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ.นั้น สามารถสแกน ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’ ไล่เรียงขึ้นไปจนสามารถทราบบุคคลที่ ‘ลงคะแนน’ ได้ ส่อทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ตามรัฐธรรมนูญ

แม้ว่าสำนักงาน กกต.จะแถลงข่าวหลายครั้ง และยืนยันข้อเท็จจริง เรื่องบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด เป็นมาตรการความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้เกิด ‘บัตรเขย่ง’ รวมถึงมีการแยกเก็บ ‘ต้นขั้วบัตร-ตัวบัตร’ ไว้อย่างมิดชิด ไม่มีใคร รวมถึง กกต.เอง จะเข้าไปดูได้ เว้นแต่มีคำสั่งศาลให้เปิด

แต่ด้วยท่าทีหลายกรณีที่ผ่านมาของ กกต.ไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นดังกล่าวได้เลย กระทั่งภาคประชาชนไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และผู้ตรวจฯมองว่ากรณีดังกล่าว ‘มีมูล’ จึงมีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าว โดยคดีนี้เดินทางมากว่า 6 เดือน ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ คือการนัดไต่สวนพยาน 5 ปาก ในวันที่ 26 ส.ค.นี้

สำหรับพยานทั้ง 5 ปาก ได้แก่ นิตรีญา รัตนทัศนีย์ วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ภาคภูมิ ภูอุดม กัญญาณัฐ พิกุลทอง ส่วนคนสุดท้ายน่าจับตาที่สุดคือ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ซึ่งถือเป็น ‘คีย์แมนสำคัญ’ ที่จะไขความกระจ่างของเรื่องนี้ได้

เพราะนับตั้งแต่เกิดวิกฤติศรัทธาในการเลือกตั้ง 8 ก.พ.เป็นต้นมา ‘แสวง’ แทบไม่ปรากฏตัวให้ ‘สื่อ-สังคม’ เห็นเลย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมานับเดือน เขาถึงปรากฏตัวต่อสาธารณะ ชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ อีกครั้ง ดังนั้นในการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ 26 ส.ค.นี้ สังคมจะได้ทราบข้อเท็จจริงว่า เรื่องราวของ ‘บัตรบาร์โค้ด’ เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีกลไกในการทำงานอย่างไรกันแน่

แม้ว่าคดีบัตรบาร์โค้ดดังกล่าว ฝ่ายการเมืองบางขั้ว มองว่าถึงที่สุดแล้ว มีแนวโน้มทำให้ ‘เลือกตั้งโมฆะ’ ค่อนข้างยากก็ตาม เพราะปัจจุบันมีการจัดตั้งรัฐบาล และดำเนินนโยบาย ผ่านร่างงบประมาณต่าง ๆ มากว่า 4 เดือนแล้ว แถมพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ กกต.นำออกมาแก้ต่างก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่เป็นความลับทางราชการ ดังนั้นหากปล่อยให้การเลือกตั้ง 8 ก.พ.โมฆะ อาจสุ่มเสี่ยงทำลายเสถียรภาพ ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล และในอนาคตคงยากที่จะมีการใช้ ‘มาตรการป้องกัน’ ในการเลือกตั้งอีก

แต่ยังมีอีกคดีหนึ่งในชั้น กกต. และถูกมองว่าเป็น ‘จุดตายสำคัญ’ นั่นคือ ‘คดีฮั้ว สว.’ หรือที่พรรคประชาชน (ปชน.) เรียกแบบยกระดับขึ้นไปอีกว่าเป็น ‘ขบวนการโกง สว.’ เพราะความแตกต่างระหว่างฮั้ว ที่กระบวนการเลือก สว.นั้นเปิดช่องให้ผู้สมัคร ‘ดีล’ กันได้ แต่การ ‘โกง สว.’ นั้น ไม่ใช่แค่ดีลกัน แต่มีการจ่ายเงิน เพื่อว่าจ้างมาลงสมัคร และจ้างโหวต

คดีฮั้ว สว.หรือโกง สว.นั้น ที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ ดำเนินการไต่สวนทุกวันจันทร์ และจะเดินทางมาถึงบทสรุปในวันจันทร์สุดท้ายที่ 31 ส.ค.นี้ ก่อนจะชงผลการไต่สวนให้ที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ ลงมติชี้ขาดอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป ดังนั้นคดีที่ดำเนินการมาเกือบ 2 ปีดังกล่าว จะหมู่หรือจ่า จึงขึ้นอยู่กับการประชุมภายในเดือนนี้

ช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ปชน.โหมโรงสุมไฟแทบทุกวัน มีการเปิดโปง-โชว์พยานหลักฐานขบวนการโกง สว.ในหลายจังหวัด มีการเปิดชื่อ ‘บิ๊กเนมบ้านใหญ่-รัฐมนตรี’ เข้าไปเกี่ยวข้อง จน ‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.ปชน. ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ผู้เกาะติดเรื่องนี้ ถูกฟ้องฐานหมิ่นประมาทไปแล้วหลายคดี ในหลายจังหวัดด้วยกัน

ขณะที่สำนวนการไต่สวนของ กกต.โดยเฉพาะในชั้นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อไต่สวนเรื่องเลือก สว.นั้น คณะที่ 26 มีมติเห็นว่า บุคคลอย่างน้อย 229 คน แบ่งเป็น 138 สว. และ 91 คนการเมือง-เครือข่ายบ้านใหญ่ เข้าไปพัวพันเกี่ยวข้องกับการโกง สว. มีหลายสิบคน ตอนนี้เป็นรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดปัจจุบันด้วย

พฤติการณ์กล่าวหาว่า บรรดา ‘ลูกท่านหลานเธอ’ ของ ‘บ้านใหญ่’ บางพรรค ดำเนินการจัดตั้งขบวนการโกง สว. โดยมีการใช้การคำนวณทางคณิตศาสตร์แบบซับซ้อน ในการโหวตเลือก สว. และมีการจ่ายเงินออกเป็นทอด ๆ เพื่อกระจายออกไปแทบทุกจังหวัด จนกระทั่งเกิดเป็นขบวนการโกง สว.ในปัจจุบัน

ในอีกฟากหนึ่ง ดีเอสไอดำเนินการสืบสวนเรื่องนี้ โดยตั้งเป็นคดีพิเศษ ‘อั้งยี่-ฟอกเงิน’ จากการโกง สว. ซึ่งไล่บี้เครือข่ายเส้นทางเงิน จนพบแล้วกว่า 45 จังหวัดเบื้องต้น มีคนเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก และเส้นเงินหลายพันล้านบาท

แสวง บุญมี

แสวง บุญมี

โดยในห้วง ‘รัฐบาลสีแดง’ เรืองอำนาจนั้น คดีนี้แทบจะรูดม่านปิดฉากอยู่แล้ว กระทั่งเกิดปรากฎการณ์ MOA ‘ส้ม-น้ำเงิน’ พลิกขั้วรัฐบาล ทำให้คดีโกง สว.ในทุกองค์กร แทบจะถูกแช่แข็งเอาไว้ กระทั่ง กกต.ชุดเดิม มีการตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ คณะที่ 36 ดำเนินการกลั่นกรองสำนวนจากคณะกรรมการสืบสวนฯ คณะที่ 26 และมีกระแสข่าวสะพัดก่อนหน้านี้ว่า มีมติ 5:2 ว่า ไม่มีใครผิดในเรื่องนี้ ก่อนจะชงที่ประชุม กกต.ชุดปัจจุบัน เพื่อพิจารณาอยู่ในตอนนี้

ตัวเลข 5:2 น่าสนใจ เพราะว่า ล่าสุดที่ประชุม กกต.มีมติ 5:2 เช่นกัน ‘ไฟเขียว’ ประเมินการทำงานของ ‘แสวง บุญมี’ ในฐานะเลขาธิการ กกต.ประจำปี 2568 ผ่านฉลุย โดยก่อนหน้านี้มีมติ 5:2 เช่นกัน ยกเลิกมติของ กกต.ชุดเดิม ที่ไม่ให้ ‘แสวง’ ผ่านการประเมิน เนื่องจากคะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60

ทำให้ ‘แสวง’ กลับมาเฉิดฉายอยู่ ‘หน้าม่าน’ ในสำนักงาน กกต.อีกครั้ง ท่ามกลางการพิจารณาคดีโกง สว.ที่งวดเข้ามาทุกขณะในตอนนี้

ดังนั้น ทั้งคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ดในศาลรัฐธรรมนูญ และคดีโกง สว.ในมือ กกต.ชุดใหญ่ ช่วงโค้งสุดท้ายปลายเดือน ส.ค.นี้ จะเป็นจุดชี้วัด ‘วิกฤติศรัทธา’ ของ กกต.อีกครั้งว่าจะ ‘อิสระ’ สมชื่อจริงหรือไม่?

เรื่องโดย......ทีมข่าวการเมืองพิเศษ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวการเมือง
กกต.
แสวง บุญมี



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ปลัดดีอี’ แจงทุกปม TH-AI Passport ยันข้อมูลไม่รั่ว!
‘ปลัดดีอี’ แจงทุกปม TH-AI Passport ยันข้อมูลไม่รั่ว!