News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.ถอดบทเรียนวัดป่าชนะใจ สละสิทธิ ส.ป.ก. ย้ำต้องบูรณาการแก้ปัญหา

ป.ป.ช.ถอดบทเรียนวัดป่าชนะใจ สละสิทธิ ส.ป.ก. ย้ำต้องบูรณาการแก้ปัญหา

14 ส.ค. 2569 15:44
ผู้ชม 18 คน

ป.ป.ช. ถอดบทเรียนป่าชนะใจ ชี้กรณี "สละสิทธิ์" ส.ป.ก. อาจแฝงธุรกรรมซื้อขาย จี้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่เอี่ยวรุกป่า -ส.ป.ก. ยอมรับข้อจำกัดบุคลากรและกฎหมาย ทำให้ตรวจสอบล่าช้า ย้ำบูรณาการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ให้เกิดซ้ำรอยกรณีวัดป่า

สำนักข่าว Next News รายงานในการจัดโครงการสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ครั้งที่ 2 ณ สำนักงาน ป.ป.ช. นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธ์ ได้จัดเสวนาเกี่ยวกับการถอดบทเรียนและแนวทางแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าและที่ดิน ส.ป.ก. (สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีศึกษาที่วัดป่าชนะใจและพุทธสถานรักษาใจนานาชาติ ในอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งนับเป็นกรณีตัวอย่างที่สะท้อนถึงปัญหาเชิงระบบของการจัดการที่ดินและทรัพยากรของประเทศ ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม

ในการเสวนาครั้งนี้ ในช่วงถามตอบได้มีการซักถามข้อสงสัยและปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับบทบาทของเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. และการขยายพื้นที่บุกรุก รวมไปถึงความผิดปกติการจัดสรรที่ ซึ่งอาจเริ่มต้นจาก ส.ป.ก. เองหรือไม่ เมื่อพบว่าพื้นที่บุกรุกที่วัดป่าชนะใจขยายตัวอย่างรวดเร็วจาก 13 ไร่ กลายเป็น 1,200 ไร่ ภายในระยะเวลาเพียงสองปี โดยมีการกล่าวถึงว่าเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อาจรับทราบการบุกรุกตั้งแต่ปี 2561 นอกจากนี้ยังสอบถามถึงแผนการตรวจสอบสำนักสงฆ์หรือวัดอื่นๆ ที่มีลักษณะการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. ผิดวัตถุประสงค์

ทาง ป.ป.ช. ชี้แจงว่าเรื่องการทุจริตของเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบผ่านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2567 และกำลังตรวจสอบผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดทุกคน) โดยจะนำข้อมูลที่ได้รับจากสื่อเสนอต่อผู้บริหารเพื่อพิจารณาตรวจสอบเพิ่มเติม

ส่วนกรณีสำนักสงฆ์และวัดอื่นๆ ที่ถูกร้องเรียนลักษณะเดียวกันนั้น ทั้งตัวแทน ส.ป.ก. ยืนยันว่ามีอยู่จริงและอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบเช่นกัน โดย ส.ป.ก. ได้แจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินทำเรื่องขออนุญาตให้ถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหา และมีการส่งเรื่องให้ชุมชนในพื้นที่ช่วยกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ ส.ป.ก. ยังพยายามปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์และการถือครองที่ดินให้มีความยืดหยุ่นและเป็นธรรมมากขึ้น โดยนำข้อมูลจากกรมสรรพากรมาประกอบการพิจารณา

ในประเด็นการ "สละสิทธิ์" ที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อวัตถุประสงค์ทางศาสนา มีการตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจเป็นการซื้อขายที่ดินแฝงหรือไม่ เนื่องจากมีข้อมูลว่ามีกลุ่มนายทุน เข้ามาเกี่ยวข้องกับการซื้อขาย

ทาง ส.ป.ก. ชี้แจงว่า หากมีการซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะผ่านรูปแบบ "สละสิทธิ์" หรือวิธีการอื่น ถือเป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์และอาจเข้าข่ายการทำธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง โดยระบุว่ามูลนิธิที่ขอใช้พื้นที่ต้องมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดและต้องเป็นมูลนิธิทางศาสนาพุทธเท่านั้น หากตรวจสอบพบว่าคำขอไม่ถูกต้องหรือมีการใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเพิกถอนสิทธิ์ และนำที่ดินกลับมาจัดสรรให้เกษตรกรที่มีคุณสมบัติต่อไป

สำหรับการประเมินค่าเสียหายจากกรณีการบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ทาง ส.ป.ก. ชี้แจงว่าเป็นเรื่องซับซ้อน โดยมีความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินที่ดินที่ไม่ตรงกัน ซึ่งทำให้กระบวนการเรียกค่าเสียหายล่าช้าออกไปอีก และคดีอยู่ในกระบวนการทางอาญา

นอกจากนี้ ยังมีการถามถึงความล่าช้าในการดำเนินการเมื่อมีการบุกรุกขยายตัว และการบูรณาการการทำงานระหว่าง ส.ป.ก. กับกรมป่าไม้ รวมถึงบทบาทของกรมป่าไม้ในการระบุพื้นที่ป่าที่ไม่เหมาะสมกับการปฏิรูปที่ดิน

ทาง ส.ป.ก. ยอมรับปัญหาบุคลากรจำกัดและกฎหมายที่ยังขาดมาตรการเด็ดขาด เช่น ไม่สามารถออกคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้โดยตรง ทำให้ต้องฟ้องร้องทางแพ่งซึ่งใช้เวลานานถึง 10 ปี ในส่วนของพื้นที่ป่าที่เป็นที่ลาดชันและไม่เหมาะสมกับการปฏิรูปที่ดิน ด้านกรมป่าไม้ระบุว่ามีแนวคิดที่จะกันพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชุมชน โดยอาจกันพื้นที่ 20% ทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะต้องมีการหารือและบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยมีการนำเสนอเรื่องนี้ต่อผู้บริหารตั้งแต่การเสวนาครั้งแรกของ ป.ป.ช. แล้ว และทาง ป.ป.ช. เองก็ได้มอบหมายให้สำนักงานที่รับผิดชอบเรื่องไปพิจารณาแล้ว

นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธ์ ได้ย้ำในตอนท้ายว่า ป.ป.ช. ไม่ได้นิ่งนอนใจในปัญหาเหล่านี้ และจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่องและติดตามความคืบหน้าการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การจัดการที่ดินและทรัพยากรของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ไม่ให้เกิดกรณีบุกรุกซ้ำรอยอย่างวัดป่าชนะใจอีกในอนาคต โดยมองว่านี่เป็นโอกาสในการถอดบทเรียนเพื่อการปฏิรูปการจัดการที่ดินของชาติอย่างแท้จริง การเสวนาในวันนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอข้อมูลและมุมมองที่น่าสนใจในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งทาง ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปใช้ในการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่องต่อไป.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
วัดป่าชนะใจรุกป่า



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บีโอไอ'โชว์ไล่บี้เงินลงทุนจริงไตรมาสสองปี 69 ทะลุ2.5แสนล้าน พุ่ง 31%
'บีโอไอ'โชว์ไล่บี้เงินลงทุนจริงไตรมาสสองปี 69 ทะลุ2.5แสนล้าน พุ่ง 31%