นายกฯสั่งหารือแนวทางจัดตั้ง ‘เชียงใหม่มหานคร- ภูเก็ตมหานคร’ ให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ว่าฯและสภา พร้อมสรรหาตัวแทนกลุ่มอาชีพเป็นสภาพลเมือง รัฐบาลกลางแบ่งภาษีที่จัดเก็บใน 2 จังหวัดคืนให้ 50%
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดรูปแบบละ 1 ท่าน (องค์การบริหารส่วนจังหวัด, เทศบาลนคร, เทศบาลเมือง, เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล) เข้าร่วมประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลและประชุมทางออนไลน์ เพื่อพิจารณาเรื่อง การจัดตั้งเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ
รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีหนังสือ ที่ นร 0503/ว(ล)14278 ลงวันที่ 29 มิถุนายน 2569 แจ้งว่า นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักรับรายงานและข้อเสนอแนะของวุฒิสภา ตามรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การจัดตั้งเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษด้านการท่องเที่ยว ของคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น วุฒิสภา ไปพิจารณาร่วมกันกับกระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของรายงานและข้อเสนอแนะดังกล่าว และสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.)ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมจะมีการพิจารณาศึกษา เรื่อง การจัดตั้งเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษด้านการท่องเที่ยว ของคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น วุฒิสภา โดยมีข้อเสนอแนะ จัดทำร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร พ.ศ. ... และร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร พ.ศ.... มีประเด็นสำคัญดังนี้
1. รูปแบบและโครงสร้าง
จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า รูปแบบและโครงสร้าง ที่เหมาะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษในจังหวัดเชียงใหม่ และภูเก็ต ควรเป็นรูปแบบ “เชียงใหม่มหานคร” และ “ภูเก็ตมหานคร”
(1) แบ่งพื้นที่การบริหารเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร เป็น 2 ระดับ ประกอบด้วย ระดับบนเป็นเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร ส่วนระดับล่างเป็นเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล และมีสภาพลเมืองเพื่อร่วมในการบริหารกิจการเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร
(2) ระดับบนเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร มีผู้ว่าราชการเชียงใหม่มหานคร และผู้ว่าภูเก็ตมหานคร มีสภาเชียงใหม่มหานคร และสภาภูเก็ตมหานคร มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ระดับล่างเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล มีนายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล สภาเทศบาล และสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน สำหรับสภาพลเมือง มาจากการสรรหาในตัวแทนกลุ่มอาชีพต่าง ๆ
2.อำนาจหน้าที่
เชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร ควรมีอำนาจหน้าที่ดูแลและจัดทำบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ ของประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้สามารถแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนและหลากหลาย และพัฒนาเชียงใหม่มหานครและภูเก็ตมหานคร ให้เหมาะสมกับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ดังนั้น ควรกำหนดอำนาจหน้าที่ของเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร ให้สามารถดำเนินภารกิจการได้ในทุกเรื่อง ยกเว้นกิจการด้านการป้องกันประเทศ ด้านการคลังของรัฐและระบบเงินตรา ด้านกระบวนการ พิจารณาคดีทางศาล และด้านการต่างประเทศ สำหรับเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเดิมที่กำหนดไว้ และได้รับมอบอำนาจจากเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร
3.ระบบการคลังและแหล่งรายได้
เชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร ควรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นและเพียงพอต่อการพัฒนาพื้นที่ และจัดทำบริการสาธารณะให้ได้คุณภาพมาตรฐานให้เหมาะสมกับอำนาจหน้าที่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรายได้เดิมที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงให้เชียงใหม่มหานครและภูเก็ตมหานคร ได้รับเช่นเดิม และให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากที่รัฐบาลจัดเก็บในเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยแบ่งให้เชียงใหม่มหานครและภูเก็ตมหานคร ร้อยละ 50 ของรายได้ที่จัดเก็บได้ และมีรายได้ประเภทใหม่ที่เชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร ออกข้อบัญญัติจัดเก็บเพิ่ม เช่น ค่าธรรมเนียมสนามบิน ค่าธรรมเนียมคนต่างด้าว รวมทั้งรัฐบาลจำเป็นต้องจัดสรรเงินงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนให้เชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร อย่างน้อยไม่ต่ำกว่างบประมาณที่ส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ต ได้รับจัดสรร
4.ความสัมพันธ์ระหว่างเชียงใหม่มหานครและภูเก็ตมหานคร กับรัฐบาล เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล
เชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร ควรมีความสัมพันธ์ที่เหมาะสมกับหน่วยงานอื่น เพื่อให้การบริหารจัดการพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบูรณาการ โดยเฉพาะการถ่ายโอนภารกิจจากราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค การบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่ยังคงมีหน้าที่ในพื้นที่ โดยจัดให้มีคณะกรรมการเชียงใหม่มหานคร และคณะกรรมการภูเก็ตมหานคร ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจของส่วนราชการที่ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ไปยังเชียงใหม่มหานคร และจังหวัดภูเก็ตไปยังภูเก็ตมหานคร และจัดให้มีคณะกรรมการประสานแผนการพัฒนาเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร ที่มีผู้ว่าราชการเชียงใหม่มหานคร และผู้ว่าราชการภูเก็ตมหานคร เป็นประธาน เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นกรรมการ เพื่อประสานแผนบูรณาการการทำงาน และร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่
5.การมีส่วนร่วมของประชาชน
การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการเชียงใหม่มหานครและภูเก็ตมหานคร จึงให้มีสภาพลเมือง ซึ่งเป็นกลไกการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรม ในการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย การจัดทำแผนพัฒนา การจัดทำงบประมาณ การประชุมสภาการตรวจสอบและติดตาม และการพัฒนาชุมชน เพื่อให้การพัฒนาการท่องเที่ยว และการพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนท้องถิ่น
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1.ศึกษา วิเคราะห์ ศักยภาพของจังหวัดที่มีความพร้อมและเหมาะสมต่อการพัฒนาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษทั้งจังหวัด โดยพิจารณาการจัดทำยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และทิศทางการบริหารงานเชิงพื้นที่ที่จะทำให้ประเทศมีการพัฒนาที่ยั่งยืนและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน มีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รับผิดชอบ
2.พิจารณารูปแบบโครงสร้างการบริหารองค์กรภาครัฐ เพื่อยกระดับการบริหารภาครัฐที่สอดคล้องกับการกระจายอำนาจในรูปแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษทั้งจังหวัด
มีสำนักงาน ก.พ.ร.รับผิดชอบ
3.จัดทำแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีรูปแบบและแนวทางการพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมและศักยภาพ ให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษทั้งจังหวัด มีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) รับผิดชอบ
รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการ
1.การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ โดย
1.1 พิจารณาจัดทำร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเชียงใหม่มหานคร พ.ศ. .... โดยยึดเนื้อหาตามร่างกฎหมายฉบับของคณะกรรมาธิการฯ หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงาน ก.พ.ร. กระทรวงการคลัง
ส่วนร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการภูเก็ตมหานคร พ.ศ. .... หน่วยงานที่รับผิดชอบคือกระทรวงมหาดไทย ประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงาน ก.พ.ร. กระทรวงการคลัง
1.2 จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ต
1.3 เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติของรัฐบาลต่อรัฐสภา ควบคู่กับร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยภาคประชาชนต่อไป
2.การเตรียมความพร้อมก่อนการจัดตั้งฯ ทั้งด้านกฎหมาย การถ่ายโอนภารกิจ บุคลากร งบประมาณ และทรัพย์สิน รวมทั้งสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3. การพัฒนาระบบการบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ โดยนำแนวคิดองค์กรบริหารจัดการจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวมาประยุกต์ใช้ รวมทั้งพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการท่องเที่ยวและระบบการบริหารจัดการนักท่องเที่ยว โดยมีเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร รับผิดชอบ
4.การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการบริหารจัดการเมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาเมือง และเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งเน้นการบริการประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมีเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร รับผิดชอบ
5.การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ กับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญในต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการบริหารจัดการเมืองท่องเที่ยว โดยมีเชียงใหม่มหานคร และภูเก็ตมหานคร รับผิดชอบ




