พรรคประชาชน ตั้ง 'ครม.เงา' ตรวจสอบการทำงานรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล โดยแนวคิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากระบบรัฐสภาของอังกฤษ ซึ่งในประเทศไทยเริ่มตั้ง ครม.เงาอย่างเป็นทางการครั้งแรกในยุคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ประกาศเตรียมจัดตั้ง ‘คณะรัฐมนตรีเงา’ (Shadow Cabinet) หรือ ครม.เงา ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเป็นระบบ และจะมีการนำเสนอข้อเสนอแนะในเชิงนโยบาย โดยคาดว่าจะมีการเลือกบุคคลที่อยู่เคยในแคนดิเดตตำแหน่งต่างๆ ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มาทำหน้าที่ ครม.เงา
ทั้งนี้ สำนักข่าว Next News ค้นข้อมูลแล้วพบว่า แนวคิดเรื่อง ครม.เงา มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศอังกฤษ โดยในประเทศไทยเคยมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเงาอย่างเป็นทางการมาแล้วถึง 2 ครั้ง ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
ที่มาของแนวคิด ครม.เงา
ครม. เงา คือคณะทำงานของ สส. ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่จัดตั้งขึ้นโดยเลียนแบบโครงสร้างของคณะรัฐมนตรีจริง เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลอย่างเป็นระบบ ซึ่งแนวคิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากระบบ 'รัฐสภาแบบเวสต์มินสเตอร์' (Westminster System) ของอังกฤษ โดยคำนี้ปรากฏบนหน้าสื่อครั้งแรกในปี 1910 และได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้นในช่วงทศวรรษ 1920 โดยในปี 1922 เมื่อพรรคแรงงานก้าวขึ้นมาเป็นฝ่ายค้านหลักในสภา แนวคิด ครม. เงาจึงค่อยๆ พัฒนาจนเป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น
ต่อมาในปี 1959 ซึ่งเป็นปีที่มีการเลือกตั้งผ่านโทรทัศน์ครั้งแรก พรรคการเมืองต่างๆ จึงเริ่มนำเสนอทีมงานให้ประชาชนได้รู้จักผ่านหน้าจอโทรทัศน์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการบริหารประเทศ ซึ่งแนวทางนี้ประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดในปี 1964 เมื่อพรรคแรงงานชนะการเลือกตั้ง และรัฐมนตรีเงาเกือบทั้งหมดได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีจริงในเวลาต่อมา
ครม.เงาในประเทศไทย
สำหรับบริบทในประเทศไทย แนวคิด ครม.เงา เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในช่วงปี 2539 ในยุครัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งในขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายชวน หลีกภัย ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภาฯ
ต่อมาในยุครัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลสมชาย วงสวัสดิ์ พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จัดตั้ง ครม.เงา ขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น
ปี 2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จัดตั้ง ครม.เงา ขึ้นอีกครั้ง เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเน้นคัดเลือกบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลรายกระทรวงอย่างใกล้ชิด
ยกตัวอย่างเช่น นายอภิสิทธิ์ได้รับบทบาทเป็นนายกรัฐมนตรีเงา เพื่อตรวจสอบการทำงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควบคู่ไปกับการติดตามภารกิจของกระทรวงกลาโหม, นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับหน้าที่ติดตามงานด้านเศรษฐกิจ และนายกษิต ภิรมย์ ดูแลรับผิดชอบงานด้านการต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นบทบาทของพรรคฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเป็นระบบ มีการติดตามมติ ครม. ในทุกกระทรวงเพื่อให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาล

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ดังนั้น การเตรียมจัดตั้ง ครม.เงาของพรรคประชาชนครั้งนี้ ถือเป็น ครม.เงาชุดที่ 3 ของการเมืองไทยต่อจากยุคของนายอภิสิทธิ์ โดยมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน หากเปรียบเทียบแล้วในยุคของนายอภิสิทธิ์จะเน้นความเชี่ยวชาญรายกระทรวงเป็นหลัก โดยมอบหมายให้ผู้ที่มีประสบการณ์ติดตามการทำงานในแต่ละส่วนโดยเฉพาะ ในขณะที่พรรคประชาชนเลือกใช้รูปแบบการแบ่งงานเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ด้านคุณภาพชีวิต และด้านการปฏิรูปรัฐและกฎหมาย
เหตุผลสำคัญที่พรรคประชาชนหรือพรรคส้มเลือกใช้โครงสร้างนี้เพราะเชื่อว่าโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินของไทยในปัจจุบันมีความซับซ้อนเกินกว่าจะตรวจสอบแยกรายกระทรวงเพียงอย่างเดียว การแบ่งงานลักษณะนี้จึงช่วยให้เกิดการบูรณาการการทำงานที่เชื่อมโยงกันระหว่าง สส. และแกนนำพรรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นกว่า โดยไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบการตรวจสอบรายกระทรวงแบบตายตัวเหมือนในอดีต

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน
อย่างไรก็ตาม คาดว่าพรรคประชาชนจะเลือกบุคคลที่อยู่ในแคนดิเดตในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มาทำหน้าที่ ครม.เงา ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรีเงา นายวีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รัฐมนตรีเงาด้านเศรษฐกิจ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค รัฐมนตรีเงาด้านประชาธิปไตยและความมั่นคง นายเดชรัต สุขกำเนิด รัฐมนตรีเงาด้านคุณภาพชีวิต และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รัฐมนตรีเงาด้านการปฏิรูปรัฐและกฎหมาย
ทั้งนี้ เป็นที่น่าจับตาว่า ครม. เงา ของพรรคประชาชนชุดนี้ จะสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างเข้มข้นเพียงใด และจะนำเสนอแนวทางนโยบายทางเลือกที่เป็นรูปธรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางไหน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญในการทำหน้าที่ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน
อ้างอิง




