รายที่ 5 สส.ติดคดีความ! ลงสู้ศึกเลือกตั้งปี 69 ถึงคิว 'พี่เต้' หรือ 'มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์' โดน ป.ป.ช.ชี้มูลผิดจริยธรรม โพสต์ใส่ร้าย 'ศักดิ์สยาม' แพร่โควิด เจ้าตัวสอบตก แต่พาหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ได้เก้าอี้ สส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้าผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2569 ในส่วนของ สส.ที่มีคดีความติดตัว ล่าสุด คือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (สส.) พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีโพสต์รูปภาพและข้อความโดยเจตนาใสร้ายผู้กล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวและเป็นหญิงให้ความบันเทิงแก่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ในการเลือกตั้ง สส.ครั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ลงสมัครในนาม สส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 3 พรรคทางเลือกใหม่ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับ 3
อย่างไรก็ดี ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 07.13 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคทางเลือกใหม่ ได้ 156,054 คะแนน เป็นอันดับ 18 ได้จำนวน สส.บัญชีรายชื่อ 1 คน คือ นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่และผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1
ส่วน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ซึ่งอยู่ในอันดับ 3 สอบตก ไม่ได้รับการเลือกตั้ง
สำหรับคดีความของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์นั้น ปรากฏเป็นข่าว เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 7 เสียง ชี้มูลความผิด นายมงคลกิตติ์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรรมอย่างร้ายแรง กรณีใช้เฟซบุ๊ก ชื่อบัญชี "มงคลกิดดิ์ สุขสินธารานนท์" โพสต์รูปภาพและข้อความโดยเจตนาใสร้ายผู้กล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวและเป็นหญิงให้ความบันเทิงแก่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อให้บุคคลทั่วไปเชื่อว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อและเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2009 (COVID-19) ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้ผู้กล่าวหาและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้รับความเสียหาย
เห็นชอบให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน ไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และให้เสนอเรื่องฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อศาลฎีกาฯ เพื่อวินิจฉัยตามฐานความผิดดังกล่าวต่อไป
ขณะที่ นายมงคลกิตติ์ ยืนยันต่อสื่อมวลชน ถ้าหาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดคดีนี้จริง หลังจากนี้ก็จะเดินหน้าสู้คดีในชั้นศาลฎีกาต่อไป
อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
อ่านข่าวกลุ่มสส.ติดคดีความสู้ศึกเลือกตั้งปี 69 :




