News Logo
หน้าแรก
เปิดเบื้องหลัง “Board of Peace” สันติภาพสไตล์ทรัมป์ คาน UN อินโด-เวียดนามร่วมวง

เปิดเบื้องหลัง “Board of Peace” สันติภาพสไตล์ทรัมป์ คาน UN อินโด-เวียดนามร่วมวง

23 ม.ค. 2569 15:53
ผู้ชม 62 คน

เจาะเบื้องหลัง “Board of Peace” สันติภาพสไตล์ทรัมป์ องค์กรกู้โลกหรือ UN ฉบับแปรรูป? “อินโดฯ-เวียดนาม” ยอมจ่ายใบเบิกทางแลกดีลภาษี

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดตัว "Board of Peace" อย่างเป็นทางการกลางเวทีดาวอส โดยอ้างว่าเพื่อดูแลการฟื้นฟูฉนวนกาซาและสร้างสันติภาพโลก แต่เบื้องลึกถูกวิเคราะห์ว่าเป็น ความพยายามสร้างระเบียบโลกใหม่ที่ผูกขาดอำนาจไว้ที่ตัวเองเพียงผู้เดียว พร้อมเงื่อนไขการเข้าเป็นสมาชิกถาวรด้วยราคามหาศาลถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท)

คณะกรรมการชุดนี้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อทำหน้าที่ดูแลการบริหารจัดการและฟื้นฟูในฉนวนกาซา ทว่าในร่างกฎบัตรขององค์กรกลับไม่ได้ระบุถึงฉนวนกาซาแม้แต่คำเดียว แต่กลับมอบอำนาจให้ ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานอย่างไม่มีกำหนด โดยมีอำนาจเด็ดขาดในการเลือกสมาชิก กำหนดวาระการประชุม และเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งด้วยตนเอง

นักวิเคราะห์มองว่า Board of Peace เปรียบเสมือน "UN ฉบับแปรรูป" ที่มีโดนัลด์ ทรัมป์เป็นผู้ถืออำนาจหลักเพียงผู้เดียว แม้ในฉากหน้าจะประกาศเป้าหมายแสวงหาสันติภาพในพื้นที่ขัดแย้งทั่วโลก แต่ในฉากหลังกลับถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเวทีขับเน้นบทบาทส่วนบุคคล และการก้าวขึ้นเป็น “ตัวกลางสันติภาพโลก” เพื่อเป้าหมายรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ รวมถึงการใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือกดดันให้ประเทศต่างๆ เข้าร่วม เช่น การขู่เก็บภาษีนำเข้าไวน์จากฝรั่งเศสสูงถึง 200% หากไม่ตอบรับคำเชิญ

ล่าสุดมี 19 ประเทศจาก 60 ประเทศที่ได้รับเชิญได้ร่วมลงนามแล้ว เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย, ฮังการี, ตุรกี, ปากีสถาน และอาร์เจนตินา ขณะที่นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ยืนยันเข้าร่วมแม้จะมีข้อขัดแย้งกับสมาชิกบางประเทศก็ตาม ด้านรัสเซียและจีนยังคงสงวนท่าที โดย วลาดิเมียร์ ปูติน กำลังพิจารณาข้อเสนอและอาจใช้สินทรัพย์ของรัสเซียที่ถูกอายัดในสหรัฐฯ มาจ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกถาวร

ในทางกลับกัน ชาติมหาอำนาจตะวันตกส่วนใหญ่อย่าง สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และอิตาลี ต่างปฏิเสธการเข้าร่วมในทันที โดยให้เหตุผลเรื่องความกังวลที่ทรัมป์เชิญปูตินเข้าร่วมทั้งที่สงครามในยูเครนยังไม่สงบ รวมถึงความกังวลว่าองค์กรนี้จะเข้ามาทำลายบทบาทของสหประชาชาติ (UN) และระเบียบโลกที่ยึดถือกันมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเปลี่ยนจากการใช้กฎหมายระหว่างประเทศเป็นการใช้ "กฎแห่งอำนาจ" แทนฃ

เวียดนาม และ อินโดนีเซีย สองชาติของอาเซียนกลายเป็นกลุ่มประเทศแรกๆ ของเอเชียที่กระโดดเข้าร่วม Board of Peace อย่างเป็นทางการในฐานะ "สมาชิกก่อตั้ง" โดยได้ร่วมลงนามในกฎบัตรที่เมืองดาโวสเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2026 เวียดนามนำโดยรองนายกรัฐมนตรี บุย แทง เซิน ขณะที่อินโดนีเซียนำโดยประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม 19 ชาติชุดแรกที่ตอบรับคำเชิญของโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางการปฏิเสธของชาติมหาอำนาจในยุโรปหลายประเทศ

การขยับตัวที่รวดเร็วครั้งนี้ถูกวิเคราะห์ว่ามีแรงจูงใจสำคัญมาจาก "ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ" และการเจรจาเรื่องกำแพงภาษีกับสหรัฐฯ เป็นหลัก โดยคณะผู้แทนเวียดนามได้ใช้เวทีนี้เข้าพบรัฐมนตรีคลังและพาณิชย์ของสหรัฐฯ เพื่อผลักดันข้อตกลง "ภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทน" เช่นเดียวกับอินโดนีเซียที่ถูกนักวิชาการตั้งข้อสังเกตว่า การตัดสินใจเข้าร่วมอย่างเร่งรีบอาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เอาใจทรัมป์เพื่อหาข้อสรุปในข้อตกลงการค้าภาษี 19% ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน

ในเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ เวียดนามได้เสนอตัวนำประสบการณ์จากการเป็นประเทศที่เคยผ่านสงครามและประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูชาติมาใช้เป็นบทเรียนในการจัดการพื้นที่ขัดแย้งอย่างฉนวนกาซา ขณะที่อินโดนีเซียยืนยันว่าการเข้าร่วมเป็นไปเพื่อสนับสนุนสิทธิของชาวปาเลสไตน์และการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามมติ UNSC ทว่าในอินโดนีเซียเองกลับมีความกังวลว่า การตัดสินใจครั้งนี้อาจเปิดช่องให้ประเทศถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเกมการเมืองระหว่างประเทศ หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างกลไกคู่ขนานที่บั่นทอนบทบาทของสหประชาชาติ (UN) ในอนาคต

สำหรับประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่า ไทยได้รับหนังสือเชิญจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้เข้าร่วมข้อริเริ่มจัดตั้ง Board of Peace และ Comprehensive Plan to End the Gaza Conflict โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด ทั้งนี้ ไทยยืนยันในหลักการว่าพร้อมสนับสนุนสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลางและความพยายามด้านมนุษยธรรม พร้อมย้ำจุดยืนสนับสนุนแนวทาง สองรัฐ ให้รัฐอิสราเอลและรัฐปาเลสไตน์อยู่เคียงคู่กันอย่างสันติและมั่นคง ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและข้อมติสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง

สำหรับแผนงานในกาซา จาเร็ด คุชเนอร์ หนึ่งในคณะกรรมการบริหาร ระบุว่าจะเน้นไปที่การลดอาวุธของกลุ่มฮามาสและการระดมทุนฟื้นฟูเมืองที่พังทลาย อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์มองว่าสิทธิของชาวปาเลสไตน์ถูกลดทอนความสำคัญลงเป็นเพียงเรื่องทางเทคนิคในคณะกรรมการระดับล่างเท่านั้น ขณะที่สถานการณ์จริงในพื้นที่ยังคงมีการสูญเสียอย่างต่อเนื่องแม้จะมีการลงนามจัดตั้งสภาสันติภาพบนเวทีโลกก็ตาม

บทสรุปของ "Board of Peace" จึงยังคงเป็นประเด็นถกเถียงระดับโลกระหว่าง "นวัตกรรมแห่งสันติภาพ" ที่เน้นความเด็ดขาด กับ "เครื่องมือขยายอำนาจส่วนบุคคล" ที่ใช้เงินและอิทธิพลอยู่เหนือหลักการทูตสากล ซึ่งการที่นานาชาติจะยอมรับโมเดลสันติภาพแบบ "มีราคาสมาชิก" นี้หรือไม่ คือบททดสอบสำคัญของระเบียบโลกยุคใหม่ที่ทรัมป์พยายามหยิบยื่นให้

อ้างอิง: White House, CNBC, The Conversation, BBC, Reuters, The Guardian, Lang Son News, Asia News, The Guardian

Author Avatar

ผู้เขียน

ลินลิสา เจือไทย
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
สหรัฐฯ
สหรัฐอเมริกา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย
เครือข่ายอากาศสะอาดหักล้าง ‘ศุภชัย’ รายประเด็น ยันผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย