News Logo
หน้าแรก
กรมลดโลกร้อนครบรอบ 3 ปี เปิดศูนย์ข้อมูลภูมิอากาศ ดัน 4 นโยบายเด่นรับมือโลกเดือด

กรมลดโลกร้อนครบรอบ 3 ปี เปิดศูนย์ข้อมูลภูมิอากาศ ดัน 4 นโยบายเด่นรับมือโลกเดือด

19 ส.ค. 2569 15:09
ผู้ชม 10 คน

รมว.ทส. มอบ ปลัดรวีวรรณ เปิดงานครบรอบ 3 ปี 'กรมลดโลกร้อน' มอบ 4 นโยบายเด่นรับมือโลกเดือด พร้อมเปิดศูนย์ข้อมูลภูมิอากาศ (CCIC) ดึง Big Data ขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero 2050

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เปิดศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCIC) อย่างเป็นทางการ ณ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ในโอกาสครบรอบวันสถาปนากรมฯ ปีที่ 3 โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงานและมอบนโยบายสำคัญสำหรับการดำเนินงานระยะต่อไป

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อมนุษยชาติ และเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยระยะเวลาและความร่วมมือในการจัดการปัญหาระดับโลก โดยการดำเนินงานยึดโยงกับนโยบายของรัฐบาล ทั้งการกำหนดเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ให้เร็วขึ้น 15 ปี และการเสนอพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจของประเทศ ตลอดจนวางรากฐานการพัฒนาระบบเตือนภัยและการจัดการผลกระทบจากภัยพิบัติด้านสภาพอากาศ ซึ่งต้องเร่งดำเนินการเพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ภารกิจเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน โดยตลอดสามปีแรกถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และจากนี้จำเป็นต้องเร่งสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อรองรับระบบเศรษฐกิจโลก กติกาทางการค้าที่เปลี่ยนแปลง รูปแบบการลงทุน การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี และกระบวนการผลิตที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

⠀

ดร.รวีวรรณ ระบุว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนจาก “จุดเริ่มต้น” สู่ “การเดินทาง” ที่มีจุดหมายร่วมกันในการนำประเทศไทยไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ การสร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชนไทย และการสร้างความพร้อมของประเทศในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ดร.รวีวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญของการดำเนินงานจากนี้ คือ “การทำให้เป้าหมายเกิดผลในทางปฏิบัติขึ้นจริง” ผ่าน 4 นโยบายสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ การเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงในทุกด้าน การเร่งสร้างเครื่องมือเปลี่ยนผ่านการพัฒนาประเทศ และการยกระดับความร่วมมือร่วมใจกับทุกภาคส่วน

พร้อมกันนี้ ยังกล่าวชื่นชมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ผ่าน ศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ CCIC ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคารกรมฯ เพื่อเป็นคลังข้อมูลดิจิทัลขนาดใหญ่ด้านภูมิอากาศของประเทศ (Climate Big Data Hub) ทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลเชิงพื้นที่ด้วยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศความละเอียดสูง เพื่อคาดการณ์ภัยพิบัติล่วงหน้า และสนับสนุนศูนย์ประสานงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.รวีวรรณ ยังกล่าวชื่นชมอธิบดี ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ร่วมกันสร้างกรมฯ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่อย่างมุ่งมั่น ทุ่มเท และเสียสละตั้งแต่วันแรก จนก้าวขึ้นมาเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และประชาชน โดยเฉพาะเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ ทสม. ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงจากระดับพื้นที่สู่ระดับประเทศ

⠀

ด้าน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ประเทศไทยได้ยกระดับการจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการจัดตั้ง “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” หรือ “กรมลดโลกร้อน” เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2566 เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน

สำหรับการจัดงานในวันนี้ มีกิจกรรมสำคัญทั้งการจัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนากรมฯ ปีที่ 3 และการเปิดศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ CCIC โดย ดร.พิรุณ กล่าวขอบคุณปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานพร้อมมอบนโยบายขับเคลื่อนการดำเนินงาน รวมถึงแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ร่วมเป็นสักขีพยานในวาระสำคัญครั้งนี้

ดร.พิรุณ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา กรมฯ มุ่งมั่นพัฒนาหน่วยงานให้เป็นศูนย์กลางของประเทศในการยกระดับการบริหารจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขับเคลื่อนการดำเนินงานของประเทศอย่างเป็นเอกภาพและมีความคล่องตัว โดยต้องสามารถบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่มีความรุนแรงและความถี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

⠀

การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติด้านสภาพอากาศ โดยคำนึงถึงสถานการณ์และทิศทางการดำเนินงานที่เชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี การลงทุน และการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (LT-LEDS) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ขณะเดียวกัน กรมฯ อยู่ระหว่างจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรายสาขา (Thailand's Action Plan on Adaptation) เพื่อแปลงกรอบนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในระดับพื้นที่และรายสาขา ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน รวมทั้งการเตรียมความพร้อมรองรับการบังคับใช้พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเร่งจัดทำกฎหมายลำดับรอง รวมถึงระเบียบ หลักเกณฑ์ และกลไกที่จำเป็น เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงการดำเนินงานของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

ดร.พิรุณ ย้ำว่า ความสำเร็จเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการทำงานของกรมฯ หรือหน่วยงานภาครัฐเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน พร้อมความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย อาทิ เครือข่ายเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน เครือข่ายเมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา เครือข่าย G Green ภาคธุรกิจ และเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ควบคู่กับการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการเสริมพลังการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ (Action for Climate Empowerment: ACE) เพื่อส่งเสริมความรู้และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับประเทศไทย

⠀

⠀

⠀

⠀

⠀

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภจี'ผนึก2กุนซือเร่งเชื่อมเศรษฐกิจ'ท่องเที่ยว-เกษตร-เอสเอ็มอี-ชุมชน'
'ศุภจี'ผนึก2กุนซือเร่งเชื่อมเศรษฐกิจ'ท่องเที่ยว-เกษตร-เอสเอ็มอี-ชุมชน'