ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ขยับทิศทางขับเคลื่อนการแก้ปัญหามลพิษอากาศในกรุงเทพฯ จาก PM2.5 ไปยังฝุ่น PM1 ที่มีขนาดเล็กกว่าและอันตรายมากกว่า ซึ่งเป็นประเภทฝุ่นที่มีแหล่งกำเนิดจากไอเสียรถยนต์หรือจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิล แนะหยุดขบวนการเผ่าป่าล่าสัตว์ในภาคเหนือ ทำสัตว์ตายร่วม 50 ล้านตัว
นายเจน ชาญณรงค์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพมหานคร เปิดเผยกับ Next News ว่า คณะกรรมการสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ได้เห็นชอบเลือกให้ตนเองในฐานะรองประธานฯ ขึ้นมาทำหน้าที่ประธานฯ ด้วยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคนก่อนหน้านี้มีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น จึงกำหนดนโยบายการทำงานโดยแต่งตั้งรองประธานฯ มาขับเคลื่อนการทำงาน 3 ด้าน ประกอบด้วย งานอำนวยการ งานวิชาการ และงานมลพิษภาคเมือง
นายเจน กล่าวว่า นโยบายหลักหลังจากนี้สภาลมหายใจกรุงเทพฯ จะขยับการทำงานจากฝุ่น PM2.5 ไปให้ความสำคัญกับฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 1 ไมครอน หรือ PM1 ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า PM2.5 ถึง 2.5 เท่า ทำให้สามารถทะลุทะลวงเข้าสู่ปอด กระแสเลือด และอวัยวะภายในได้ลึกที่สุดซึ่งอันตรายมาก โดย PM1 เป็นฝุ่นที่มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่มาจากยานยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ดีเซล ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีปริมาณรถยนต์มากที่สุด จึงมีฝุ่นพิษที่มาจากภาคจราจรจำนวนมาก
"มลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลจะไปทำปฏิกริกาในบรรยากาศ หรือที่เรียกว่าฝุ่นทุติยภูมิ กลายเป็นไนเตรต และโอโซน การวัดค่าฝุ่น PM1 จะวัดจากโอโซนและสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งปัจจุบันที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีเครื่องวัด PM1 แบบเรียลไทม์ สามารถแยกได้ว่าฝุ่น PM มาจากการเผาไหม้ประเภทไหน มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงหรือมาจากการเผาชีวมวล" นายเจน กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายเจน ระบุด้วยว่า นอกจากสภาลมหายใจกรุงเทพฯ จะให้ความสำคัญในการอธิบายและสื่อสารทำความเข้าใจเกี่ยวอันตรายของฝุ่น PM1 แล้วยังจะใช้ประสบการณ์และความรู้ที่มีไปร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่นควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือด้วย เนื่องจากปีนี้เกิดการเผาป่าจนเกิดกองไฟจำนวนมากและไม่สามารถควบคุมได้ โดยที่รัฐต้องใช้งบประมาณในการดับไฟปีละ 500 ล้านบาท
นายเจน เสนอว่า การแก้ปัญหาไฟป่าภาคเหนือควรให้ความสนใจไฟที่เกิดจากการล่าสัตว์ให้มากขึ้น เนื่องจากเป็นไฟไม่จำเป็น แต่เป็นการเผาของขบวนการล่าสัตว์โดยมีใบสั่งของผู้มีอิทธิพลที่ว่าจ้างพรานป่าออกล่าสัตว์ในฤดูไฟ ซึ่งการประเมินจากพื้นที่ป่าที่ถูกเผา 14 ล้านไร่ หากคำนวณจากจำนวนสัตว์ที่ตายไร่ละ 3 ตัว จะมีสัตว์ทุกชนิดต้องตายมากถึง 42 ล้านตัวหรือมากถึง 50 ล้านตัว
"แนวทางก็คือจะต้องหยุดอุตสาหกรรมการค้าสัตว์ป่าและหาให้ได้ว่าห่วงโซ่ของการค้าสัตว์ป่าเป็นอย่างไรจากไฟกองไหนไปไหนต่อ จำแนกไฟแต่ละกองให้ออกเพราะชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่าใครเผา การเผาป่าล่าสัตว์สร้างความเสียหายมาก เนื่องจากเป็นการจุดในพื้นที่สูงและห่างไกล ยากต่อการเข้าไปดับ นอกจากนั้นควรต้องไปติดตามว่าคดีที่ทางกรมอุทยานฯ สั่งฟ้องไป 150-200 คดีต่อปี คดีไปถึงไหน ยกฟ้องกี่คดี รอลงอาญากี่คดี อย่าลืมว่าคดีเหล่านี้เกี่ยวโยงกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล มีการวิ่งเต้นคดี ล่าสุดคดีล่าเลียงผาที่แม่น้ำปิงที่ถูกจับได้ทางรัฐมนตรีบอกจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด แต่ก็มีข่าวการวิ่งเต้นคดี" นายเจนกล่าว
อนึ่ง สภาลมหายใจกรุงเทพฯ (Breathe Bangkok) เป็นการรวมกลุ่มของภาคประชาสังคม จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2566 ปัจจุบันมีคณะกรรมการ 15 คน มีทีมงานมูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย เป็นฝ่ายเลขานุการ โดยทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลวิชาการ และองค์ความรู้จากแหล่งอื่นๆ มาเผยแพร่ สื่อสารให้ประชาชน และสังคมมีความรู้ ความเข้าใจ เกิดความตระหนัก บนพื้นฐานข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เพื่อที่ภาคนโยบาย ภาครัฐ สามารถนำไปประกอบในการกำหนดนโยบาย อีกทั้งเป็นสะพานเชื่อมหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาคนโยบาย นิติบัญญัติ ราชการ วิชาการ ประชาสังคม และประชาชนให้เกิดการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ
เครดิตภาพ: เพจสภาลมหายใจกรุงเทพฯ




