News Logo
หน้าแรก
เปิดงบ 2 บ.ยักษ์ 'Data Center' ทุนพันล้านจากอังกฤษ-สิงคโปร์

เปิดงบ 2 บ.ยักษ์ 'Data Center' ทุนพันล้านจากอังกฤษ-สิงคโปร์

4 ก.ย. 2569 15:19
ผู้ชม 36 คน

เปิดงบการเงิน 2 ยักษ์ Data Center กลางกรุงเทพฯ ทุนจดทะเบียนพันล้าน บริษัทแม่อยู่ที่อังกฤษ-สิงคโปร์ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านกฎหมายและสิ่งแวดล้อม

โครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center) กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญ หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการก่อสร้างใกล้ชิดชุมชนโดยขาดมาตรการกำกับดูแลที่รัดกุม ทั้งยังไร้การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากบางแห่งเลือกจดทะเบียนในรูปแบบ ‘คลังสินค้า’ ซึ่งขณะนี้มี 2 โครงการหลักที่ถูกจับตามองอย่างหนัก คือ โครงการย่านพระราม 9 ที่ถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องตำแหน่งตั้งใกล้ชุมชนและโรงพยาบาล และโครงการย่านรามคำแหง 28 ที่สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยจากการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสูงถึงหลายแสนลิตร 

สำนักข่าว Next News ตรวจสอบข้อมูลพบว่า โครงการย่านพระราม 9 ดำเนินงานโดย บริษัท ดาเรีย ดาต้า เซ็นเตอร์ แอนด์ คลาวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 2,074,600,000 บาท มีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศอังกฤษ

ในช่วงแรก บริษัทฯ ได้แจ้งดำเนินธุรกิจประเภทกิจกรรมการโทรคมนาคมด้านอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการโทรคมนาคม การสื่อสารข้อมูล และระบบสื่อสารโทรคมนาคมทุกประเภท ก่อนจะแจ้งเปลี่ยนประเภทธุรกิจในปี 2568 เป็นกิจกรรมการสร้างแม่ข่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั้งนี้ ปรากฏรายชื่อกรรมการบริษัท 2 ราย ได้แก่ นายเอียน เวลดอน และนายวิแซม นูริ ซัททาร์ อัล-ดับบัค

สำหรับงบการเงินระหว่างปี 2566 - 2568 มีรายละเอียดดังนี้

  • ปี 2566 รายได้รวม 0 บาท ขาดทุนรวม 345,634.95 บาท 

  • ปี 2567 รายได้รวม 18,167,026.43 บาท ขาดทุนรวม 3,860,353 บาท

  • ปี 2568 รายได้รวม 52,867 บาท ขาดทุนรวม 76,539,145 บาท

อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการ Data Center ที่ย่านพระราม 9 ได้ถูกแจ้งความเนื่องจากมีการจัดเก็บน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินสูงถึงกว่า 200,000 ลิตร โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย กรมธุรกิจพลังงานจึงเตรียมแจ้งความดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 มาตรา 65   

สำหรับประเด็นเรื่องการก่อสร้างอาคารและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ด้านนายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ชี้แจงถึงการก่อสร้างอาคารดังกล่าวว่า บริษัทผู้พัฒนาโครงการได้รับใบรับแจ้งการก่อสร้างอาคาร (แบบ ยผ.4) เลขที่ 130/2567 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 เพื่อสร้างอาคารสูง 4 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จำนวน 1 หลัง มีพื้นที่อาคารรวม 12,249 ตารางเมตร ความสูงถึงดาดฟ้า 23.70 เมตร โดยระบุประเภทการใช้ประโยชน์เป็น ‘คลังสินค้า’ (ศูนย์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์) และสำนักงาน ซึ่งจัดเป็นอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า การก่อสร้างดังกล่าวถูกต้องตามกฎกระทรวงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 และไม่อยู่ในเงื่อนไขที่ต้องจัด EIA ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากลักษณะอาคารไม่ตรงตามประเภทที่กฎหมายบังคับไว้

สำหรับโครงการย่านรามคำแหง 28 ดำเนินงานโดย บริษัท เอสทีที จีดีซี (ประเทศไทย) จำกัด (ชื่อเดิม บริษัท เทคโนโลยี แอสเซ็ทส์ จำกัด) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2564 ด้วยทุนจดทะเบียน 9,663,000,000 บาท มีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์

ในช่วงแรก บริษัทฯ ได้แจ้งดำเนินธุรกิจประเภทกิจกรรมการสร้างแม่ข่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการศูนย์บริการข้อมูลและให้บริการเช่าพื้นที่สำหรับวางเซิร์ฟเวอร์ ก่อนจะปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์เป็นประกอบกิจการศูนย์บริการข้อมูลและให้บริการเช่าพื้นที่สำหรับวางเซิร์ฟเวอร์โดยตรง ทั้งนี้ ปรากฏรายชื่อกรรมการบริษัท 5 ราย ได้แก่ นายลู ชู เหลียง, นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล, นายบรูโน่ โลเปซ, นายโจนาธาน อัลเลน คิง และนายโฆษิต สุขสิงห์ 

สำหรับงบการเงินระหว่างปี 2564 - 2568 มีรายละเอียดดังนี้

  • ปี 2564 รายได้รวม 35,537,303 บาท ขาดทุนรวม 216,292,667 บาท

  • ปี 2565 รายได้รวม 127,601,260 บาท ขาดทุนรวม 331,565,932 บาท

  • ปี 2566 รายได้รวม 206,854,407 บาท ขาดทุนรวม 325,506,120 บาท

  • ปี 2567 รายได้รวม 334,181,950 บาท ขาดทุนรวม 462,326,935 บาท

  • ปี 2568 รายได้รวม 645,543,681 บาท ขาดทุนรวม 283,074,343 บาท 

สำหรับโครงการย่านรามคำแหง ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเสี่ยงจากการกักเก็บน้ำมันดีเซลในปริมาณสูงถึง 429,000 ลิตร ซึ่งสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ อย่างไรก็ตาม ปริมาณดังกล่าวยังไม่เกินเพดาน 500,000 ลิตร ตามที่พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงกำหนด จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้านความปลอดภัยขั้นเข้มงวด แต่ในขณะนี้ทางกรมธุรกิจพลังงานได้เตรียมปูพรมเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและการกักเก็บน้ำมันดีเซลที่อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 

ขณะเดียวกัน กทม. ได้สั่งชะลอการออกใบอนุญาตก่อสร้างโครงการ Data Center ไว้เป็นการชั่วคราว เพื่อรอความชัดเจนด้านข้อกฎหมายที่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งเรื่องผังเมือง ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ระบบสาธารณูปโภค (น้ำ-ไฟฟ้า) ตลอดจนมาตรการกำกับดูแลความปลอดภัย

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า Data Center ไม่ใช่ ‘ตัวร้าย’ หากแต่เป็นเพราะกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลที่ตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดการก่อสร้างโครงการตั้งอยู่ใกล้ชิดชุมชน จึงถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

อ้างอิง

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โพลเผยเกินครึ่งไม่รู้ไทยกำลังเข้าเป็นสมาชิก OECD อีกอื้อเข้าใจบทบาทผิด
โพลเผยเกินครึ่งไม่รู้ไทยกำลังเข้าเป็นสมาชิก OECD อีกอื้อเข้าใจบทบาทผิด