News Logo
หน้าแรก
ส่องไส้ในภาษีเงินได้มนุษย์เงินเดือน-นิติบุคคล เสี่ยงคลัง ‘ถังแตก’

ส่องไส้ในภาษีเงินได้มนุษย์เงินเดือน-นิติบุคคล เสี่ยงคลัง ‘ถังแตก’

24 ส.ค. 2569 07:38
ผู้ชม 22 คน

“นอกจากจะมีผู้เสียภาษีจริงแค่ 5.14 ล้านคนแล้ว ภาษีส่วนใหญ่กลับมาจากคนที่มีรายได้เกิน 1 ล้านบาทแค่ 4.4 แสนคน โดยเป็นคนที่รวยสุดแค่ 3 หมื่นคนเท่านั้น...ฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล ของไทยพึ่งพาผู้เสียภาษีเพียงกลุ่มน้อย หากเกิดความผันผวนต่อบริษัทใหญ่เพียงไม่กี่ราย ภาษีของประเทศจะได้รับผลกระทบทันที”

ไทยติดกับดักขาดดุลงบประมาณ

 การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต้องขาดดุลติดต่อกันมานานหลายปี เนื่องจากรายได้ที่ภาครัฐจัดเก็บไม่เพียงต่อการใช้จ่าย  ต้องกู้มาโปะ ทำให้การจัดทำงบประมาณในปีต่อๆ ไป มีภาระในการจัดงบเพื่อชำระหนี้เงินกู้และดอกเบี้ย

 อย่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท (รายได้รวมประมาณ 3 ล้านล้านบาท) ขาดดุลงบประมาณ 7.88 แสนล้านบาทหรือ 3.8-3.9% ของจีดีพี

 รายจ่ายสำคัญคือรายจ่ายประจำ 2.78 ล้านล้านบาท หรือ 73.6 % รายจ่ายลงทุน 7.89 แสนล้านบาท 20.8% ชำระคืนต้นเงินกู้ 1.51 แสนล้านบาท ประมาณ 4% และชดใช้เงินคงคลัง 7.1 หมื่นล้านบาท ประมาณ 1.9%

 เมื่อรายได้รัฐน้อยกว่ารายจ่าย ทางเลือกมีแค่จะรัดเข็มขัด หรือต้องกู้มาเพิ่มเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ แต่การกู้ก็มีเพดานหนี้สาธารณะ ปัจจุบันกำหนดไม่เกิน 70% ตอนนี้ปาเข้าไป 66-67% แล้ว ช่องหายใจในการกู้เหลือไม่มาก

 ดังนั้น ที่ผ่านมา ทำให้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องติดกับดักการขาดดุลงบประมาณ

การเมืองปิดตายขึ้นภาษี-เพิ่มรายได้

  สำหรับรายได้ของรัฐ โดยเฉพาะจากภาษีต่างๆ ซึ่งจัดเก็บโดยกรมสรรพากร ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดเก็บภาษีปีละประมาณ 2-2.2 ล้านล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2567 จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) ประมาณ 9.4 แสนล้านบาท ภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 7-8 แสนล้านบาท ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 4 แสนล้านบาท นอกนั้นเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ภาษีอื่นๆ เช่น ปิโตรเลียม  และภาษีมรดก ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท และ

อากรแสตมป์ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท

 การจะเพิ่มภาษีเพื่อหารายได้เพิ่มขึ้นในทางการเมืองแทบเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะภาษีแวต ที่แม้จะกำหนดไว้ที่ 10%  แต่ก็ลดเหลือ 7% และมีการต่ออายุกันทุกปี ขณะที่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคลหากจะขยับขึ้นก็จะถูกต่อต้านแน่นอน

 อย่างไรก็ตามหากไม่เพิ่มภาษี ก็จะต้องขยายฐานการจัดเก็บให้มากขึ้น สำหรับภาษีแวต ก็ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ หากจีดีพีโต คนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ก็จะเก็บภาษีแวตได้มากขึ้น ส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีฐานการจัดเก็บในปัจจุบันแคบมาก

  5ล้านคนแบกภาษีรายได้บุคคลธรรมดา

  จากข้อมูลการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับปีภาษี 2567 (ชำระภาษีปีงบประมาณ 2568) พบว่า มีผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป (ภ.ง.ด.90) และแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีเงินเดือนประเภทเดียว (ภ.ง.ด.91) รวม 12.57 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 6 เมษายน 2569) แบ่งเป็นผู้ยื่นแบบแสดงรายการที่มีภาษีต้องชำระ 5.14 ล้านคน หรือ 40.9% ของผู้ที่ยื่นแบบภาษี โดยภาษีที่คำนวณได้รวม 278,177 ล้านบาท และมีภาษีที่จ่ายคืนจากการชำระไว้เกิน 46,989 ล้านบาท หรือ 16.9% ของภาษีที่คำนวณได้

 ส่วนอีก 7.43 ล้านคน 59.1% ของผู้ที่ยื่นแบบภาษี ได้รับการยกเว้นภาษี เนื่องจากมีรายได้สุทธิไม่เกิน 1.5 แสนบาท  (หลังหักค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว) ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้

 ผู้ยื่นแบบภาษี 12.57 ล้านคน จากคนที่ทำงานและมีรายได้ประมาณ 40 ล้านคน  เท่ากับว่าอีก 27.43 ล้านคน ที่มีรายได้แต่ไม่มายื่นแบบภาษี

 เท่ากับว่า ผู้ที่ภาษีให้กับรัฐมีแค่ 5.14 ล้านคน หรือประมาณ 7-8% ของประชากรไทยทั้งประเทศประมาณ 66 ล้านคน ต้องแบกรับภาระภาษีเงินได้ส่วนนี้

 จำนวนผู้ที่เสียภาษี 5.14 ล้านคนแบ่งเป็น

1.ผู้มีเงินได้สุทธิ 150,001-300,000 บาท จำนวน 2.51 ล้านคน หรือ 20% ของผู้ที่มายื่นแบบภาษี แต่จ่ายภาษีเงินได้ 7,627 ล้านบาท หรือ 2.7% ของภาษีเงินได้ที่จัดเก็บ

 2.ผู้มีเงินได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท จำนวน 1.31 ล้านคน หรือ 10.4% ของจำนวนผู้ยื่นแบบภาษี จ่ายภาษี 21,016 ล้านบาท หรือ 7.6% ของภาษีเงินได้ที่จัดเก็บ

3.ผู้มีเงินได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท จำนวน 6.4 แสนคน หรือ 5.1% ของจำนวนผู้ยื่นแบบภาษี จ่ายภาษี 27,521 ล้านบาท หรือ 9.9% ของภาษีเงินได้ที่จัดเก็บ

4.ผู้มีมีเงินได้สุทธิ 750,001-1,000,000 บาท จำนวน 2.5 แสนคน หรือ 2% ของจำนวนผู้ยื่นแบบภาษี จ่ายภาษี 21,907 ล้านบาท หรือ 7.9% ของภาษีเงินได้ที่จัดเก็บ

5.ผู้มีเงินได้สุทธิ 1,000,001-2,000,000 บาท จำนวน 3 แสนคน หรือ 2.4% ของผู้ยื่นแบบภาษี จ่ายภาษี 60,591 ล้านบาท หรือ 21.8%

 6.ผู้มีเงินได้สุทธิ 2,000,001-5,000,000 บาท มีจำนวน 1.1 แสนคน หรือ 0.8% ของผู้ยื่นแบบภาษี จ่ายภาษี 67,999 ล้านบาท หรือ 24.4% ของภาษีเงินได้ที่จัดเก็บ

 7.ผู้มีเงินได้สุทธิตั้งแต่ 5,000,001 บาท ขึ้นไป จำนวน 3 หมื่นคน หรือ 0.2% ของผู้ยื่นแบบภาษี จ่ายภาษี 71,516 ล้านบาท หรือ 25.7% ของภาษีเงินได้ที่จัดเก็บ

ภาษีคนธรรมดา1

ภาษีคนธรรมดา1

พึ่งเศรษฐีแค่ 3 หมื่นคนจ่ายภาษีมากสุด

 จะเห็นว่า ผู้มีเงินได้สุทธิ 1.5-3 แสนบาท มีจำนวนผู้เสียภาษีมากสุดถึง 2.51 ล้านคน หรือ 20% ของผู้ยื่นแบบภาษี แต่จ่ายภาษีเงินได้เพียง 7,627 ล้านบาท หรือ 2.7% ของภาษีเงินได้ที่จัดเก็บ

 ขณะที่ผู้มีเงินได้สุทธิตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปมีแค่ 3 หมื่นคน หรือ 0.2% ของผู้ยื่นแบบภาษี จ่ายภาษีมากสุด 71,516 ล้านบาท หรือ 25.7% ของภาษีเงินได้ที่จัดเก็บ

  หรือหากจะรวมกลุ่มผู้มีรายได้สุทธิ 150,001–1,000,000 บาท มีจำนวนรวมกันถึง 4.71 ล้านคน หรือ 91.6% ของผู้เสียภาษีจริง  แต่กลับจ่ายภาษีให้รัฐเพียง 78,071 ล้านบาทหรือ 28.1%  

ส่วนกลุ่มผู้มีเงินได้สุทธิเกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีเพียง 4.4  แสนคน หรือแค่ 3.4% ต้องจ่ายภาษีรวม 71.9% หรือ 200,106 ล้านบาท

 นั่นเท่ากับว่า นอกจากจะมีผู้เสียภาษีจริงแค่ 5.14 ล้านคนแล้ว ภาษีส่วนใหญ่กลับมาจากคนที่มีรายได้เกิน 1 ล้านบาทแค่ 4.4 แสนคน โดยเป็นคนที่รวยสุดแค่ 3 หมื่นคนเท่านั้น

 จึงเป็นโจย์ใหญ่จะแก้ความเหลื่อมล้ำโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและการขยายฐานภาษีจะทำอย่างไรให้สมดุล เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับรัฐ

  ภาษีเงินได้นิติบุคคลก็น่าห่วง

  จากข้อมูลผู้เสียภาษีกลุ่มย่อยนิติบุคคล (NID) จำแนกตามประเภทกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) (ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569)

 ทั้งนี้ มีนิติบุคคล รวมทั้งสิ้น 726,487 ราย เป็นนิติบุคคลไทย 725,108 ราย (99.81%) นิติบุคคลต่างประเทศมี 1,379 ราย (0.19%) สะท้อนว่าฐานภาษีเงินได้นิติบุคคลแทบทั้งหมดเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศ

 รูปแบบนิติบุคคล พบว่าบริษัทจำกัด มีสัดส่วนสูงสุดที่ 544,182 ราย (74.9%) ตามด้วย ห้างหุ้นส่วนจำกัด 125,838 ราย (17.3%) ส่วนบริษัทมหาชนจำกัด มีเพียง 1,384 ราย (0.19%)

 เมื่อพิจารณาสัดส่วนกำไร–ขาดทุน พบว่ากลุ่มบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดที่มีข้อมูลกำไร/ขาดทุน สุทธิตามบัญชี 545,583 ราย มีบริษัทที่รายงาน กำไรสุทธิ 308,664 ราย หรือ 56.6% และขาดทุนสุทธิ 235,032 ราย หรือ 43.1% เบื้องต้นอาจดูเหมือนภาคธุรกิจส่วนใหญ่ทำกำไรได้ แต่เมื่อไล่ดูการกระจายตามช่วงรายได้รวมแล้ว ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง

ภาษีนิติบุคคล3

ภาษีนิติบุคคล3

บริษัทที่กำไรส่วนใหญ่รายได้ไม่เกิน 30 ล้าน

 ทั้งนี้ บริษัทที่มีกำไร 241,420 ราย หรือ 78.2% จากกลุ่มที่มีกำไร 308,664 ราย มีรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และมีเพียง 0.36% หรือ 1,107 รายมีรายได้รวมเกิน 5,000 ล้านบาท

  จะเห็นว่ากำไรส่วนใหญ่จึงกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก ในทางกลับกัน กลุ่มบริษัทที่ขาดทุนกลับกระจุกตัวในช่วงรายได้ต่ำ โดย 51.7% ของบริษัทขาดทุนหรือ 121,539 ราย จาก 235,032 ราย มีรายได้รวมเพียง 0–1.8 ล้านบาท และอีก 21.6% หรือ 50,735 ราย มีรายได้รวมเท่ากับศูนย์ รวมแล้วเกือบ 73.3% ของบริษัทที่ขาดทุน ทั้งหมดแทบไม่มีรายได้จากการดำเนินงานเลย เป็นข้อสังเกตสำคัญว่า ตัวเลข "ขาดทุน" จำนวนมาก อาจไม่ได้สะท้อนธุรกิจที่ล้มเหลว แต่อาจเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนไว้ แต่ไม่ได้ดำเนินกิจการจริง (dormant/shell entities) ดังนั้น ในการวิเคราะห์ควรแยกออกจากบริษัทที่ขาดทุนจากการดำเนินธุรกิจจริง

บริษัทมีกำไรกระจุกตัวธุรกิจใหญ่

 เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มบริษัทรายได้สูง มากกว่า 10,000 ล้านบาท พบว่ามีบริษัทกำไร 565 ราย ขาดทุนเพียง 55 ราย หรือคิดเป็นอัตรากำไร 91.1% ของบริษัทในกลุ่มนี้ ซึ่งสูงกว่าอัตรากำไรเฉลี่ยของนิติบุคคลที่มีกำไร 56.6% อย่างมีนัยสำคัญ

 ที่น่าสนใจคือบทบาทของบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งมีจำนวนเพียง 0.25% ของบริษัททั้งหมด แต่กลับมีสัดส่วนถึง 26.2% ของบริษัทกลุ่มกำไรสูงสุด (รายได้มากกว่า 10,000 ล้านบาท)

  ตอกย้ำว่าบริษัทมหาชนแม้มีจำนวนน้อย แต่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ และมีบทบาททางเศรษฐกิจที่ไม่สมส่วนกับจำนวนนิติบุคคล

 แต่ที่น่าสังเกตคือนิติบุคคลไม่มีรายได้ และขาดทุน 50,735 ราย มีสัดส่วนสูงถึง 21.6% ของนิติบุคคลกลุ่มขาดทุนทั้งหมด

ควรตรวจสอบว่าเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนใหม่ อยู่ระหว่างเลิกกิจการ หรือไม่ได้ดำเนินการจริง เพื่อไม่ให้เกิดภาพลวงตาในการประเมินฐานภาษี

 ขณะที่นิติบุคคล 11 รายที่รายงานกำไรสุทธิ ทั้งที่มีรายได้เป็นศูนย์ เป็นความผิดปกติที่เสี่ยงต่อพฤติการณ์หลีกเลี่ยงภาษี ต้องตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ

ภาษีนิติบุคคล4

ภาษีนิติบุคคล4

ฐานภาษีแคบ-ไม่สมดุล... เสี่ยงคลัง ‘ถังแตก’

 อย่างไรก็ตามจากข้อมูลดังกล่าว ที่มีนิติบุคคล ขาดทุนสุทธิ 235,032 ราย หรือ 43.1% อยู่ในสภาวะขาดทุน และในจำนวนนั้นกว่า 50,000 รายไม่มีรายได้แม้แต่บาทเดียว เท่ากับว่ารัฐไม่มีรายได้จากภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกลุ่มนี้ ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่าฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล ของไทยพึ่งพาผู้เสียภาษีเพียงกลุ่มน้อย หากเกิดความผันผวนต่อบริษัทใหญ่เพียงไม่กี่ราย “รายได้”ภาษีของประเทศจะได้รับผลกระทบทันที

 จากข้อมูลภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ฐานภาษีแคบและไม่สมดุล ส่งผลต่อรายได้ภาครัฐลดน้อยลง หากไม่เร่งปรับปรุงแก้ไขจะส่งให้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องขาดดุลไปเรื่อยๆ เป็นดินพอกหางหมู และจะทำให้สถานะการคลังในอนาคตเสี่ยงที่จะ “ถังแตก” ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ยิ่งชีพ’ เปิดความสัมพันธ์ สว.สีน้ำเงิน โยงเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย
‘ยิ่งชีพ’ เปิดความสัมพันธ์ สว.สีน้ำเงิน โยงเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย