News Logo
หน้าแรก
หอการค้าฯชงนายกฯ 3 ข้อฟื้นเศรษฐกิจไทย ย้ำขอให้เร่งปราบคอร์รัปชัน

หอการค้าฯชงนายกฯ 3 ข้อฟื้นเศรษฐกิจไทย ย้ำขอให้เร่งปราบคอร์รัปชัน

10 มิ.ย. 2569 21:08
ผู้ชม 15 คน

หอการค้าฯเสนอนายกฯขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยฝ่าความผันผวน ย้ำขอเร่งปราบคอร์รัปชัน จ่อชงรื้อกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ ‘อนุทิน’ หนุนตั้ง กรอ.ผนึกรัฐ-เอกชนร่วมแก้ปัญหา

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ว่า นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการฯ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรีและคณะผู้บริหารภาครัฐ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้ความผันผวนของเศรษฐกิจ พร้อมนำเสนอ 3 ประเด็นข้อเสนอภาคเอกชน เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจไทยให้แข่งขันได้ รวมทั้งเติบโตอย่างอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

นายพจน์กล่าวว่า ข้อเสนอภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแต่ละมิติ ประกอบด้วย 1.ข้อเสนอเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบด้วย การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ (Zero Corruption) โดยสนับสนุนการแต่งตั้ง “คณะกรรมการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ” โดยมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม และเตรียมรวบรวมข้อเสนอเร่งด่วนในการทบทวนกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ และกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ภายใต้โครงการReinvent Thailand โดยเตรียมเสนอต่อนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย

นายพจน์กล่าวว่า ขอให้เร่งรัดการปฏิรูปภาคการเกษตรทั้งระบบ เพื่อเพิ่มผลผลิตเพิ่มรายได้ ช่วยลดต้นทุนและสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้แก่เกษตรกรและครอบครัวกว่า 30 ล้านคน พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้เกษตรกรไทยมีรายได้ที่มั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว ขอให้สนับสนุนสินค้า Made in Thailand ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ นอกจากนี้ยังเสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) แต่ละด้านเพื่อให้ครอบคลุม เช่น กรอ.พาณิชย์ กรอ.เกษตร กรอ.ด้านท่องเที่ยว กรอ.การศึกษา กรอ.AI & Technology กรอ.พลังงาน กรอ.โลจิสติกส์ และกรอ. SMEs

นายพจน์กล่าวว่า 2. ข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย อาทิ การลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ เร่งรัดการลดค่าพลังงานทั้งน้ำมัน ค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้ม, การเสริมสภาพคล่องของ SMEs ผ่านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และ ขอให้มีโครงการค้ำประกันสินเชื่อของธนาคารของรัฐในลักษณะเดียวกับโครงการ SMEs Credit Boost ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพื่อช่วยแก้ไขปัญหา SMEs ที่ไม่สามารถขอสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์ได้ นอกจากนี้ ขอให้จัดระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลSMEs (Cleansing Data) เพื่อทราบถึงข้อมูล SMEs ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อใช้ประกอบการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและส่งเสริม SMEs แบบมุ่งเป้าได้อย่างตรงจุด

นายพจน์กล่าวว่า ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและภาระหนี้สินของประชาชน ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ และการพักชำระหนี้ , ให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวและภาคบริการ ยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมให้สะดวก, ปฏิรูประบบราชการและเสริมสร้างระบบธรรมาภิบาล โดยเน้นความโปรงใสและนำระบบดิจิทัลมาใช้เพื่อลดต้นและความโปร่งใสในการให้บริการ และพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน โดยเยียวยาฟื้นฟูจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบเช่นชายแดนไทย -กัมพูชา เป็นต้น

“นอกจากนี้ ยังขอให้รัฐบาลมีแนวทางการตรวจสอบย้อนหลังกรณีจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาของภาครัฐ (Post Audit) โดยกำหนดเงื่อนไขไว้ใน TOR เพื่อให้การลงทุนเกิดประโยชน์สูงสุด, มาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมเข้มข้น (เร่งด่วน) อาทิ การต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว การแก้ไขปัญหา e-Work Permit ตลอดจน การยกระดับศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ เช่น ปรับปรุงหลักเกณฑ์เขตปลอดอากรหอศิลป์ (Art Free Zone) เพื่อยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม”นายพจน์กล่าว

นายพจน์กล่าวว่า 3.แผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค 5 ภาค แบ่งตามกลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย ด้านเกษตรและอาหาร 3 โครงการ คือ (1) การพัฒนาและยกระดับผลไม้ประเทศไทย เพื่อมุ่งยกระดับการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานผลไม้ไทยทั้งประเทศ โดยเสนอให้มีจัดตั้ง “คณะกรรมการผลไม้แห่งชาติ” (2) ยกระดับกาแฟโรบัสต้าประเทศไทยสู่พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง (3) ยกระดับมาตรฐานเกษตรปลอดภัยสู่ระดับสากล

นายพจน์กล่าวว่า ด้านท่องเที่ยว 5 โครงการ (1) โครงการยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว (นำร่องจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา) (2) โครงการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง (3) โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวสุขภาพภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสอันดามัน (4) โครงการพัฒนาและส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งอ่าวไทยหรือ Thailand Riviera (5) ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการให้มีความยั่งยืน

นายพจน์กล่าวว่า ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม: การแก้ไขปัญหาหมอกควัน Pm 2.5 และไฟป่าภาคเหนือ ซึ่งเกิดขึ้นเกือบทุกภาคและเป็นปัญหาที่สะสมต่อเนื่องทุกปี กระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเสนอให้ตั้ง “ศูนย์ประสานงานร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน”เพื่อร่วมบริหารจัดการแนวทางเฝ้าระวัง ป้องกัน และปราบปรามปัญหาหมอกควันอย่างเป็นระบบ

ด้านายอนุทิน กล่าวว่า ข้อเสนอของภาคเอกชนมีทิศทางสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในหลายมิติ โดยรัฐบาลได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่ค้าและภูมิภาคสำคัญ การดึงดูดการลงทุน การยกระดับผู้ประกอบการ SMEs การพัฒนาและแปรรูปภาคเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ AI ตลอดจนการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และการปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐให้โปร่งใส สะดวก และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด และจะเร่งผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและ“เห็นควรให้จัดตั้ง กรอ. พร้อมคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง จะได้นำประเด็นการหารือต่างๆ มาเพื่อเดินหน้าความร่วมมือต่อไป

“รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลและกลุ่มอาชญากรรมทุกรูปแบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว นักลงทุน และประชาชนทั่วประเทศ”นายกฯกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ไชยชนก’ แจงปมดรามา "แม่-วุฒิการศึกษา" ย้ำไม่เคยปิดบัง
‘ไชยชนก’ แจงปมดรามา "แม่-วุฒิการศึกษา" ย้ำไม่เคยปิดบัง