“อรรถวิชช์” แฉกลโกงโยกกระเป๋า ส่งผลบิดเบือนโครงสร้างราคาน้ำมันทำผู้บริโภคเสียประโยชน์อย่างหนัก จี้รบ. อนุทิน เร่งตรึงราคาน้ำมันขายปลีก-ขายส่งทันทีด้วยกฎหมายพิเศษ หลังพบช่องโหว่ทางอำนาจ รองนายกฯ ศุภจี แนะควรเร่งเจรจาซื้อน้ำมันจาก "อิหร่าน" เพราะเป็นทางรอดวิกฤตขาดแคลนน้ำมันเดือนพฤษภาคม ก่อนสถานการณ์เลวร้ายลง
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ได้มีการอภิปรายถึงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้อภิปรายในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำมันแพง มีรายละเอียดดังนี้
ชี้วิกฤตน้ำมันจ่อขาดแคลน-กลโกงราคาไม่เป็นธรรม
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้เปิดประเด็นถึงปัญหาเกี่ยวกับราคาน้ำมันแพง เริ่มจากความเป็นไปได้ที่จะเกิดการขาดแคลนน้ำมันในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซปิดตัวลงหนึ่งเดือน ซึ่งน้ำมันดิบต้องใช้เวลาเดินทางกว่าจะมาถึงประเทศ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาราคาไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นจากการนำน้ำมันสต็อกเก่ามาจำหน่ายในราคาสมมุติของตลาดสิงคโปร์ปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้โรงกลั่นมีกำไรมหาศาล และปัญหาเร่งด่วนที่สุดคือการกักตุนน้ำมันที่ตรวจจับได้ยาก โดยผู้ค้ามักเก็บน้ำมันไว้ในเรือหรือรถยนต์เพื่อรอเก็งกำไรเมื่อราคาปรับขึ้น
เสนอตรึงราคาขายปลีก-ส่ง
นายอรรถวิชช์ได้เสนอให้นายกรัฐมนตรีและนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตรึงราคาขายปลีกและขายส่งน้ำมันเบนซินและดีเซลทันที ที่ราคาสุดท้ายเพื่อยับยั้งการกักตุน โดยได้ย้อนเล่าถึงความพยายามในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ตนได้ขอความกรุณาจาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ช่วยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกำหนดราคาสินค้าและบริการปี 2542 ของกระทรวงพาณิชย์ในการควบคุมราคา เนื่องจากน้ำมันเป็นสินค้าควบคุม อย่างไรก็ตาม นางศุภจี ได้แจ้งว่าไม่มีอำนาจ แม้ว่าตรจะเชื่อว่าแท้จริงแล้วมีอำนาจและมีมติ ครม. ปี 2568 รองรับ
นายอรรถวิชช์กล่าวว่าตนเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของนางศุภจี แต่การควบคุมราคากลับไม่สามารถทำได้ เนื่องจากอดีตรัฐมนตรีพลังงานที่ดำรงตำแหน่งซีอีโอเก่าของ ปตท. มีความเชื่อมั่นในการค้าเสรี จึงไม่เห็นด้วยกับการตรึงราคาสุดท้าย
จี้นายกฯ อนุทิน ไฟเขียวใช้กฎหมายพิเศษรับมือ 'กลโกงโยกกระเป๋า'
นายอรรถวิชช์กล่าวแสดงความชื่นชมการตัดสินใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ใช้อำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนปี 2516 ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะสามารถกำหนดราคาสินค้าค้าปลีกได้
โดยนายอรรถวิชช์ย้ำว่า การกำหนดราคาปลายทางจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะมิฉะนั้นจะเกิด "กลโกง" ที่เรียกว่า "โยกกระเป๋า" ดังที่เคยเกิดขึ้นแล้ว โดยยกตัวอย่างว่า เมื่อมีการสัมภาษณ์ในวันที่ 7 เมษายนว่าจะลดค่าการกลั่นลง 2 บาท และมีผลในวันที่ 9 เมษายน แต่ในวันเดียวกันนั้น ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลกลับพุ่งจาก 1.50 บาท เป็น 10.50 บาท ส่งผลให้ราคาสุทธิเพิ่มขึ้น 9 บาท สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการ "ลดค่าการกลั่นแต่ไปขึ้นค่าการตลาด" ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่ นอกจากนี้ ในวันที่ 8-9 เมษายน ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ลดลงถึง 10 บาท แต่คนไทยกลับได้รับประโยชน์ลดลงเพียง 2 บาท ซึ่งเป็นการโดน "เล่นกล"
นายอรรถวิชช์จึงเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานตรวจสอบโครงสร้างราคาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
นายอรรถวิชช์เน้นย้ำว่าการกำกับราคาปลายทางจะดีที่สุด และเสนอให้กำหนดเงื่อนไขการชดเชยแก่โรงกลั่นในพระราชกำหนดใหม่ที่จะต้องมีการกู้เงินมาชดเชย โดยให้ชดเชยเฉพาะต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่กำไร นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลเจรจาขอซื้อน้ำมันจากอิหร่านเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าขาดแคลนในระยะยาว โดยกล่าวถึงการที่อินเดียได้เริ่มเจรจาซื้อน้ำมันจากอิหร่านแล้ว และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธบดีสหรัฐอเมริกาเองก็เคยพูดถึงการให้แต่ละประเทศดูแลการผ่านช่องแคบฮอร์มุซกันเอง
ท้ายที่สุด นายอรรถวิชช์แสดงความเชื่อมั่นในจิตอาสาของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และหวังว่าข้อมูลที่นำเสนอจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจอยู่ข้างประชาชน




