“เอกนิติ” ฉายภาพฝันอยากเห็นประเทศไทยมีการใช้พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์ มีการใช้รถยนต์ไฮบริดหรือรถไฟฟ้า โดยภาครัฐจะใช้กลไกราคาคาร์บอนผ่านภาษีคาร์บอนหรือระบบซื้อขายสิทธิเพื่อจูงใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตลอดจนสนับสนุนภาคธุรกิจผ่านการเงินสีเขียว ทั้ง Green Bond และ Sustainability Linked Bond
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Thailand’s New Horizon : ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืน ท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ” ในงาน“Sustainability Spark 2026” ภายใต้แนวคิด SPARKING THE FUTURE พลังจุดประกายอนาคต ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่ม ปตท.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงภาพฝันประเทศไทยว่า อยากจะเห็นอนาคตของประเทศมีการใช้พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศ มีการเดินทางด้วยรถยนต์ไฮบริดหรือรถไฟฟ้า รับรู้ข้อมูลการปล่อยคาร์บอน มีโรงงานที่ผลิตด้วยพลังงานสะอาด การทำนาแบบเปียกสลับแห้งลดก๊าซมีเทน และชุมชนมีการแยกขยะพร้อมติดตั้งโซลาร์เซลล์และขายไฟคืนให้รัฐ
ในขณะที่ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการผลักดันความฝันเหล่านี้ผ่านเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 การผลักดัน พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้กลไกราคาคาร์บอนผ่านภาษีคาร์บอนหรือระบบซื้อขายสิทธิเพื่อจูงใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจผ่านการเงินสีเขียว อาทิ การออก Green Bond และ Sustainability Linked Bond การให้สิทธิประโยชน์ด้านดอกเบี้ยแก่ภาคเอกชนและ SMEs ที่ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตสีเขียว และการตั้งกองทุนจากรายได้ภาษีเพื่อช่วยอุตสาหกรรมทุกขนาดในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว
นายเอกนิติ กล่าวว่า กว่า 65% ของก๊าซเรือนกระจกมาจากภาคพลังงานและภาคขนส่ง จึงต้องเร่งดำเนินการโครงการ CCUS และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรักษาความเป็นผู้นำของไทยในอาเซียน นอกจากนี้ยังผลักดัน Direct PPA เพื่อให้เอกชนซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้โดยตรง และใช้ Infrastructure Fund ระดมทุนจากเอกชนมาพัฒนาระบบสายส่ง
ในระดับเมืองและชุมชน มีโครงการ Low Carbon City ร่วมกับ กทม. และ World Bank ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงเรียนและโรงพยาบาล และโครงการ Saraburi Sandbox เป็นต้นแบบความร่วมมือที่สระบุรีด้านการจัดการขยะ การเกษตรสีเขียว และอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ที่ยั่งยืน
นายเอกนิติ สรุปว่าความสำเร็จทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องยึด 5P ได้แก่ Public (ภาครัฐ) Private (ภาคเอกชน) People (ประชาชน/ชุมชน) Partnership (พันธมิตร) และ For Planet (เพื่อโลก) ถ้าเริ่มต้นที่ความร่วมมือความฝันนี้จะเป็นจริงได้
ขณะที่ นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดงานนี้มีจุดประสงค์เพื่อทำให้เห็นว่าความยั่งยืนสามารถทำได้จริง โดยต้องสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน
งาน Sustainability Spark 2026 จัดขึ้น 2 วัน ระหว่างวันที่ 16-17ม.ค. 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 และ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน โดยกลุ่ม ปตท.เพื่อมุ่งเน้นการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรจากนานาชาติ ภาคการเงิน สื่อ Influencers เยาวชนคนรุ่นใหม่ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างโมเดลใหม่ทางเศรษฐกิจที่แข่งขันได้และมีความยั่งยืน นำประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม





