News Logo
หน้าแรก
DSI รวบสมาชิกเครือข่าย VIP Group จำหน่าย-เผยแพร่สื่ออนาจาร

DSI รวบสมาชิกเครือข่าย VIP Group จำหน่าย-เผยแพร่สื่ออนาจาร

29 ต.ค. 2569 20:56
ผู้ชม 14 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

DSI รวบสมาชิกเครือข่าย VIP Group จำหน่าย-เผยแพร่สื่ออนาจาร สมาชิกเข้าชม มากกว่า 20,000 คน

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมแถลงข่าว ขยายผลคดีเครือข่ายเผยแพร่และจำหน่ายสื่อลามกอนาจารผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน Telegram ซึ่งมีสมาชิกกว่า 20,000 ราย และพบคลิปวิดีโอกว่า 100,000 คลิป หลังสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับคดีพิเศษที่ 37/2567 นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมในอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการ เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลและขยายผลถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเร่งดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของผู้เสียหาย

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งการให้ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ มอบหมายให้ นายสุทธิกร สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ 2 พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 65/2568 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศและเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงพื้นที่อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อจับกุม นายภูวนัต (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 6273/2569 และเข้าตรวจค้นบ้านพักกับร้านค้าที่เกี่ยวข้องตามหมายค้นศาลจังหวัดนางรอง การดำเนินการครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลการสืบสวนสอบสวน กรณี การเผยแพร่ภาพถ่ายและวิดีโอในลักษณะลามกอนาจารผ่านเว็บไซต์ www.asianclip.xyz และแอปพลิเคชัน Telegram ชื่อ “Asianclip” ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดีพิเศษที่ 37/2567 โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 65/2568 ได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอออกหมายจับเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ก่อนที่ศาลจังหวัดนางรองจะอนุมัติหมายค้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

จากการสืบสวนคดีพิเศษที่ 37/2567 พบว่าเว็บไซต์และกลุ่ม Telegram ดังกล่าวมีการเผยแพร่และจำหน่ายสื่อลามกอนาจาร โดยแบ่งประเภทเนื้อหาและเรียกเก็บค่าสมาชิกเดือนละ 300 - 1,000 บาท มีสมาชิกกว่า 20,000 ราย และพบคลิปวิดีโอกว่า 100,000 คลิป นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ปรากฏในภาพและคลิปโดยไม่ได้รับความยินยอม ส่งผลให้ผู้เสียหายได้รับความอับอายและถูกคุกคาม

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวจำนวน 3 ราย ในพื้นที่ 3 จังหวัด โดยเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งสำนวนต่ออัยการคดีพิเศษ และผลคำพิพากษาของศาลอาญา ดังนี้ นายธัชพล (สงวนนามสกุล) จับกุมที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้ดูแลเว็บไซต์และกลุ่ม Telegram โดยผลคดีอยู่ระหว่างรอคำพิพากษา นายทรงวุฒิ (สงวนนามสกุล) จับกุมที่จังหวัดราชบุรี ในความผิดฐานยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้ใช้เพื่อตนเองหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง ศาลมีคำพิพากษาลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ และริบของกลางทั้งหมด และนายธนากร (สงวนนามสกุล) จับกุมที่จังหวัดตรัง มีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายให้แสดงพฤติกรรมลามก ก่อนบันทึกภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ หรือจำหน่าย โดยศาลมีคำพิพากษา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ และริบของกลางทั้งหมด

ต่อมาจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องในคดีพิเศษที่ 65/2568 เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึง นายภูวนัต (สงวนนามสกุล) กับพฤติการณ์เผยแพร่ภาพและคลิปผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยคดีนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายร้องทุกข์ว่าในวันที่ 30 เมษายน 2565 มีบุคคลใช้บัญชี Instagram ติดต่อให้ถ่ายภาพและคลิปลามกอนาจาร โดยเสนอค่าตอบแทนเบื้องต้น 5,000 บาท หากได้รับเลือกให้ทำงานประจำจะได้ค่าตอบแทน 50,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อและส่งคลิปวิดีโอให้ ก่อนพบว่าบุคคลดังกล่าวได้นำคลิปไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม อีกทั้งมีพฤติการณ์ใช้ถ้อยคำคุกคามทางเพศและข่มขู่

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมนายภูวนัต (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา พร้อมตรวจค้นร้านรับซ่อมโทรศัพท์มือถือและบ้านพักในพื้นที่อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ตามหมายค้นของศาลจังหวัดนางรอง ในความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ความผิดฐานเพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไป หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบภาพที่มีลักษณะลามกอนาจารของเด็กและผู้ใหญ่จำนวนมากภายในคอมพิวเตอร์ รวมถึงโฟลเดอร์ที่จัดแยกตามชื่อผู้เสียหายมากกว่า 10 โฟลเดอร์ โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลการส่งต่อ เผยแพร่ และจำหน่ายภาพผ่านกลุ่ม VIP Group ซึ่งมีเครือข่ายเชื่อมโยงในหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นพยานหลักฐาน รวม 15 รายการ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 10 เครื่อง แท็บเล็ต จำนวน 1 เครื่อง ฮาร์ดดิสก์ภายนอก จำนวน 1 เครื่อง เมมโมรีการ์ด จำนวน 1 ชิ้น แฟลชไดรฟ์ จำนวน 1 ชิ้น โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเส้นทางการติดต่อสื่อสาร การจัดเก็บและส่งต่อไฟล์ตลอดจน พิจารณาความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือการกระทำความผิดอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นการเข้าถึงข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือของลูกค้าที่นำมาซ่อม

กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ จะขยายผลเพื่อระบุตัวเด็กและบุคคลที่อาจตกเป็นผู้เสียหาย ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐานทางดิจิทัล และสืบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องทุกระดับตามกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และคุ้มครองผู้เสียหาย โดยคำนึงถึงสิทธิ ความปลอดภัย และประโยชน์สูงสุดของเด็ก ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชน ไม่เผยแพร่ ส่งต่อ หรือจัดเก็บภาพและคลิปที่อาจเป็นสื่อลามกอนาจารเด็ก รวมถึงไม่เปิดเผยชื่อ ข้อมูลส่วนบุคคล หรือรายละเอียดที่อาจระบุตัวผู้เสียหาย เพื่อป้องกันผลกระทบซ้ำ พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากเด็กผ่านสื่อดิจิทัลอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
DSI

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

GC ผนึก SCGC ร่วมทุนธุรกิจโอเลฟินส์ ดันปิโตรเคมีไทยติด Top 10 ของโลก
GC ผนึก SCGC ร่วมทุนธุรกิจโอเลฟินส์ ดันปิโตรเคมีไทยติด Top 10 ของโลก