News Logo
หน้าแรก
เวทีถกอนาคตไทยพีฯ ตั้งข้อสังเกตเอกสาร สตง. หลุดช่วงการเมืองแก้ที่มางบ

เวทีถกอนาคตไทยพีฯ ตั้งข้อสังเกตเอกสาร สตง. หลุดช่วงการเมืองแก้ที่มางบ

12 ต.ค. 2569 21:53
ผู้ชม 16 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เวทีเสวนา 'จุดตัดสื่อไทย ไปต่อหรือพอแค่นี้?' ถกอนาคตไทยพีบีเอส เห็นพ้องต้องอิสระจากรัฐ-กลุ่มทุน 'รศ.ดร.ปริญญา' ตั้งข้อสังเกตเอกสาร สตง. หลุดช่วงการเมืองเสนอร่าง พ.ร.บ. แก้ไขงบไทยพีฯ-'รศ.เจิมศักดิ์' ชี้รายงาน สตง. เป็นเพียงคำแนะนำ-'รศ.วิไลวรรณ' จี้ ส.ส.ท. ต้องตอบคำถามสิ่งที่ Next News ตั้งคำถาม-ทำหน้าที่เป็นสื่อสาธารณะหรือยัง-รองผอ.ไทยพีบีเอส เปิดแผนปฏิรูป 4 ด้าน

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ เวทีสนทนาในหัวข้อ 'จุดตัดสื่อไทย ไปต่อหรือพอแค่นี้?' เป็นการเสวนาเกี่ยวกับอนาคตขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส (Thai PBS) หลังจากมีการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ และคำถามเกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในองค์กร

โดยมี รศ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักเศรษฐศาสตร์อิสระและอดีตประธานกรรมการนโยบายขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (กนย.) รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ด้านการบริหาร เข้าร่วมการเสวนา ดำเนินรายการโดย น.ส. ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters

รศ.ปริญญา กล่าวว่า หลักการพื้นฐานของสื่อสาธารณะทั่วโลกคือการเป็นอิสระจากรัฐบาลและกลุ่มทุน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและนำเสนอข้อมูลที่เป็นกลาง เราต้องการสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระจากรัฐบาลและจากทุน วิธีการประกันความอิสระคือแหล่งเงินต้องไม่มาจากรัฐบาลอนุมัติและไม่มาจากงบโฆษณา หากเปลี่ยนไปใช้งบแผ่นดิน การอนุมัติงบประมาณจะต้องผ่านกระบวนการของคณะรัฐมนตรีและสภา ซึ่งฝ่ายการเมืองจะมีอำนาจในการแทรกแซง

รศ.ปริญญา กล่าวถึงเรื่องธรรมาภิบาล ซึ่งประเทศไทยเน้นการทำถูกระเบียบ ที่อนุญาตให้คอร์รัปชันได้ถ้าทำถูกระเบียบ ส่วนผลงานเกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์องค์กรหรือไม่่ก็ไม่มีการตรวจสอบ

"ประเทศไทยต้องการโทรทัศน์สาธารณะต่อไป แต่ถ้ามีคำถามถึงธรรมาภิบาลก็ต้องแก้ไขไปพร้อมกัน โดยสิ่งที่จะช่วยเรื่องการบริหารและความโปร่งใส คือ สาธารณชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและประเมินผล" รศ.ปริญญา กล่าว

รศ.ปริญญา ยังตั้งข้อสังเกตตั้งข้อสังเกตในประเด็นรายงานการตรวจสอบจาก สตง.

-หนังสือ สตง. ไปอ้างระเบียบข้อ 22 ซึ่งเป็นเรื่องการจัดสัมมนา ทั้งที่ประเด็นการใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ต้องอ้างอิงข้อ 20

-ระเบียบการเงินปี 2567 ประกาศเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 โดยบทเฉพาะการระบุชัดเจนว่า ระหว่างที่ยังไม่ออกระเบียบย่อย ให้ใช้ระเบียบเดิมปี 2561 ไปก่อน ดังนั้น การใช้จ่ายเงินก่อนวันที่ 19 กันยายน 2567 ตามแผนงานที่อนุมัติแล้วจึงไม่ผิดกฎหมาย

-เอกสาร สตง. ถูกประทับตราลับและหลุดไปถึงสื่อมวลชนก่อนที่ Thai PBS จะได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ ถือเป็นเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นในจังหวะที่มีความพยายามเขย่าที่มางบประมาณจากฝ่ายการเมือง

รศ.เจิมศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นที่รศ.ปริญญา วิเคราะห์รายงานการตรวจสอบของ สตง. ว่า สิ่งที่รศ.ปริญญาน่าจะวิเคราะห์ได้ถูกต้องแต่ตนเองขอแก้ต่างให้กับ สตง. เล็กน้อย ตนเองคิดว่าหนังสือ สตง. มีลักษณะเป็นเพียงคำแนะนำ (compliance) ไม่ใช่การบังคับต้องทำ เพื่อให้องค์กรนำไปปรับปรุง ไม่ใช่คำสั่งหรือคำพิพากษาชี้ขาดความผิด แต่การที่เอกสารหลุดออกไปสู่สาธารณะทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ สตง. ซึ่งตนเองก็เห็นด้วยกับข้อสังเกตในประเด็นนี้ของรศ.ดร.ปริญญา

"อย่าไปถือสาว่าเป็นคำสั่งหรือคำพิพากษาว่าผิดแล้ว เพราะจริง ๆ แล้วเขาเป็นแค่หน่วยงานที่เข้ามาช่วยงานไทยพีบีเอสในการตรวจสอบ เมื่อเขาเจออะไรที่คิดตั้งคำถาม ก็ให้เราลองไปคิดดู และแนะนำด้วยว่าให้ไปตั้งกรรมการสอบวินัย แล้วก็การที่เขาพูดว่าทั้งหมดกี่ล้านก็เป็นสไตล์ของไทย จะถูกขู่ไว้หน่อยหนึ่ง เพื่อให้ไปชี้แจงและดูในรายละเอียด ตนเองมองในแง่ดีเช่นนี้" รศ.เจิมศักดิ์ กล่าว

รศ.เจิมศักดิ์ กล่าวว่า สื่อเอกชนหรือสื่อพาณิชย์มีข้อจำกัดหลัก คือ ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ผู้สนับสนุนหลัก (Main Sponsor) ไม่ว่าจะเป็นประเด็นปัญหาระดับประเทศอย่างเรื่องปลาหมอคางดำ หรือเรื่องกลุ่มทุนพลังงาน ช่องทีวีและสื่อในประเทศไทยส่วนใหญ่มีกลุ่มทุนใหญ่เป็นเจ้าของ ซึ่งกลุ่มทุนเหล่านี้ก็นำสินค้าและบริการในเครือข่ายของตนเองมาอุดหนุนงบโฆษณาในช่องด้วย โครงสร้างเช่นนี้ทำให้คนทำงานสื่ออึดอัด ไม่สามารถรายงานข้อเท็จจริงได้อย่างตรงไปตรงมา เช่น อยากพูด 100% อาจพูดได้เพียง 20% หรือบางประเด็นไม่สามารถพูดได้เลย และบางครั้งต้องอวยหรือพูดเชียร์สปอนเซอร์แทน

"ความเป็นอิสระของคนทำสื่อที่อยากจะให้ประชาชนได้รับความจริง ถูกบิดเบือนแน่โดยทุนและโดยรัฐ ผมไม่ได้พูดถึงคนทำไม่ดี คนทำอยากจะทำใจจะขาดแต่ข้อจำกัดจึงทำไม่ได้ ฉะนั้นที่อาจารย์ปริญญาพูดว่าเกิดเหตุ ที่ไม่ใช่แค่พฤกษภาทมิฬ แต่เมื่อดูเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 วิทยุยานเกราะปลุกระดมคนมาฆ่านักศึกษา แล้วก็ได้ผล ฉะนั้นนั่นล่ะรัฐ ทหารมีส่วนในการควบคุมวิทยุยานเกราะก็ใช้สื่อในทำนองนั้น ปัญหานี้เป็นปัญหาทั่วโลก จึงมีรูปแบบของสื่อสาธารณะ (PBS : Public Broadcasting Service ) ไม่ใช่สื่อของรัฐ แต่เป็นสื่อของสาธารณะ" รศ.เจิมศักดิ์ กล่าว

รศ.เจิมศักดิ์ กล่าวว่า สื่อเอกชนไม่สามารถทำรายการให้แก่คนชายขอบ เด็ก เยาวชน คนไร้บ้าน หรือชาวบ้านชาวเขาได้ เพราะกลุ่มนี้ไม่มีอำนาจซื้อและหาสปอนเซอร์ไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่หลักของไทยพีบีเอส ที่ต้องเข้ามาเติมเต็ม

รศ.วิไลวรรณ กล่าวว่า ประเด็นความโปร่งใส (Transparency) เป็นจุดสำคัญที่ไทยพีบีเอส ต้องเปิดเผยและตอบคำถามสาธารณะที่ Next News โยนคำถามมา นอกจากนี้ยังพบปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) บิดเบือนข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์อย่างหนัก โดยมีการสร้างความเข้าใจผิดว่าไม่มีคนดูทีวีสาธารณะ ทั้งที่ Thai PBS มีการแพร่ภาพผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และเครือข่ายสื่อพลเมือง ตลอดจนมีการโยง Thai PBS และนักข่าวที่ลงพื้นที่ภาคใต้เข้ากับขบวนการ BRN ในช่วงเวลาเดียวกับการเสนอแก้ไขกฎหมายโดยพรรคการเมือง

รศ.วิไลวรรณ กล่าวว่า ขอถามไทยพีบีเอสว่า วันนี้ไทยพีบีเอสเป็นสื่อสาธารณหรือยัง เพราะนิยามของสื่อสาธารณคือการตอบโจทย์คนทุกคน ไทยพีบีเอสเข้าถึงทุกคนหรือยังที่รวมถึงคนกลุ่มเล็กต่าง ๆ นอกจากคนเมือง และอีกสิ่งหนึ่งที่ไทยพีบีเอสต้องชี้แจง คือ ทรัพยากร 2,000 ล้านบาทของไทยพีบีเอสเข้าถึงทุกคนหรือยัง (สื่อเล็ก) เช่น The Isaan Record Lanner Wartani ที่เป็นสื่อเล็กในภูมิภาคต่าง ๆ

นายพิเศษ กล่าวว่า การรักษาความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะจำเป็นต้องมีระบบประกันแหล่งที่มาของรายได้ที่ไม่ขึ้นอยู่กับงบประมาณแผ่นดินประจำปีของรัฐบาล เนื่องจากหากขาดหลักประกันด้านแหล่งรายได้ ความเป็นอิสระในการรายงานข้อมูลข่าวสารของสื่อสาธารณะจะหายไปทันที และมีแผนการปรับตัวและปฏิรูปองค์กรเพื่อมุ่งสู่การเป็นสถาบันสื่อสาธารณะที่ได้รับความไว้วางใจผ่าน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

1.การปรับทัศนคติของบุคลากร ปรับทัศนคติของพนักงานและลูกจ้างครงการรวมประมาณ 1,400 คน ให้พร้อมเปิดรับการเรียนรู้ ปรับตัว และร่วมมือกันขับเคลื่อนองค์กร

2.การยกระดับสู่ Public Media ขยายบทบาทจากสื่อโทรทัศน์เดิม (Public Broadcasting) สู่สื่อสาธารณะทุกรูปแบบ (Public Media) ที่ยึดมั่นในจริยธรรมสื่อ และส่งเสริมจริยธรรมให้แก่สื่อพลเมือง (Citizen Journalists) เพื่อลดปัญหาข่าวปลอมและข่าวบิดเบือน

3.การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี (IP-based Infrastructure) ปรับเปลี่ยนโครงข่ายการส่งสัญญาณจากระบบทีวีเดิม (Linear TV) สู่ระบบ IP-based Infrastructure บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อมุ่งสู่การเป็น National Streaming Platform (NSP) โดยร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT

4.การพัฒนาเนื้อหาคุณภาพและ Movement Target เน้นการผลิตเนื้อหาที่คุ้มค่า มีคุณภาพ และยั่งยืน ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มเปราะบาง เด็ก สตรี ผู้พิการ และ LGBTQ+ ตลอดจนจัดวางเนื้อหาหมุนเวียนให้สอดคล้องกับจังหวะชีวิตและช่วงเวลาของผู้ฟัง/ผู้ชม (Movement Target)

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไทยพีบีเอส

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DSIผนึกฝ่ายมั่นคงยึดยาบ้า6.1ล้านเม็ดริมน้ำโขงเชียงรายเร่งล่าคนลอบขน
DSIผนึกฝ่ายมั่นคงยึดยาบ้า6.1ล้านเม็ดริมน้ำโขงเชียงรายเร่งล่าคนลอบขน