News Logo
หน้าแรก
จี้ สธ. คุมเข้มสถานฟื้นฟูยาเสพติดเอกชน หลังพบเคสล่ามโซ่-เฆี่ยนตี

จี้ สธ. คุมเข้มสถานฟื้นฟูยาเสพติดเอกชน หลังพบเคสล่ามโซ่-เฆี่ยนตี

9 ต.ค. 2569 15:31
ผู้ชม 5 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

กสม. แนะ สธ. กำกับดูแลมาตรฐานสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดเอกชน หลังมีกรณีร้องเรียนสถาบันสอนศาสนา จ.กระบี่ เปิดให้บริการโดยผิดกฎหมาย ลงโทษล่ามโซ่และเฆี่ยนตีผู้เข้ารับการบำบัด

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 นางสาวสุภัทรา  นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนมกราคม 2569 จากผู้ร้องรายหนึ่ง ระบุว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ผู้ร้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูการติดยาเสพติด ณ สถาบันสอนศาสนาแห่งหนึ่ง (ผู้ถูกร้องที่ 1) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ โดยสถาบันฯ ใช้หลักศาสนาอิสลามในการบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด มีผู้เข้ารับการบำบัดประมาณ 1,300 คน สถานที่แออัด ห้องพักผ่อนและห้องสุขาไม่ถูกสุขลักษณะ ปริมาณอาหารไม่เพียงพอและไม่เป็นไปตามหลักโภชนาการ การบำบัดไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ และหากผู้ติดยาเสพติดกระทำผิดจะใช้วิธีการลงโทษโดยการแก้ผ้า อดอาหาร ล่ามโซ่ เฆี่ยนตี และบังคับใช้แรงงาน ผู้ร้องเห็นว่า การบำบัดของสถาบันดังกล่าว เป็นวิธีการที่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ทำให้ไม่ได้รับมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ รวมทั้งเห็นว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ คณะทำงานกลั่นกรองการจัดตั้งสถานพยาบาลยาเสพติดและสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดฯ ระดับจังหวัดกระบี่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ นายอำเภอเมืองกระบี่ และสถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ (ผู้ถูกร้องที่ 2 - 6) ละเลยต่อหน้าที่ในการกำกับดูแล จึงขอให้ตรวจสอบ

จากการตรวจสอบยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ว่า สถาบันสอนศาสนา (ผู้ถูกร้องที่ 1) มีมาตรการลงโทษโดยให้แก้ผ้า หรืออดอาหาร รวมทั้งมีการบังคับใช้แรงงาน มีเพียงการฝึกทักษะอาชีพตามความสนใจและการทำงานจิตอาสาตามความสมัครใจของผู้ติดยาเสพติด แต่ประเด็นการลงโทษผู้ติดยาเสพติด ผู้ถูกร้องที่ 1 ยอมรับว่า ในอดีตหากผู้ติดยาเสพติดมีพฤติกรรมรุนแรง ดื้อรั้น หรือประทุษร้ายต่อคนรอบข้าง สถาบันฯ ใช้มาตรการลงโทษโดยพันธนาการร่างกายไว้ชั่วคราว ล่ามโซ่ หรือเฆี่ยนตีจริง เพื่อรักษาความปลอดภัยและคุ้มครองสวัสดิภาพของส่วนรวม โดยระบุว่าการใช้มาตรการดังกล่าวผู้ติดยาเสพติดหรือครอบครัวได้ให้ความยินยอมผ่านหนังสือข้อตกลงและใบมอบตัวแล้ว

กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า สถาบันสอนศาสนาแห่งดังกล่าว จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2556 โดยขณะที่เกิดเหตุตามคำร้องนี้ ยังไม่ได้รับจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลยาเสพติดเอกชนหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเอกชนหรือองค์กรการกุศล ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสถานที่ที่แออัด ห้องพักผ่อน และห้องสุขาไม่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งบุคลากรในสถาบันมีคุณลักษณะไม่เป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุขที่กฎหมายกำหนด การดำเนินการบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพของผู้ถูกร้องที่ 1 จึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจและฝ่าฝืนประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 และเป็นเหตุที่ทำให้ขาดการกำกับมาตรฐานโดยหน่วยงานของรัฐ ส่วนประเด็นการลงโทษผู้ติดยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัด แม้ไม่พบว่ามีการสั่งให้แก้ผ้า อดอาหาร หรือบังคับใช้แรงงาน แต่พบว่ามีการลงโทษด้วยการล่ามโซ่และเฆี่ยนตีซึ่งลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ กระทบต่อสิทธิในชีวิตและร่างกาย สิทธิในสุขภาพ และสิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอของประชาชนที่เข้ารับการบำบัด จึงเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตาม ต่อมาผู้ถูกร้องที่ 1 ได้ร่วมกับหน่วยงานผู้ถูกร้องทั้งห้าบูรณาการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้นจนมีการปรับปรุงสถานที่และมาตรฐานด้านสาธารณสุขของผู้ถูกร้องที่ 1 รวมทั้งปัจจุบันได้ยุติการลงโทษผู้ติดยาเสพติดด้วยการพันธนาการร่างกายและเฆี่ยนตีแล้ว จึงทำให้ได้รับการพิจารณาเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดภาคเอกชนหรือองค์กรการกุศล ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เห็นควรยุติเรื่อง

ในการนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในระยะยาว กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังผู้ถูกร้องที่ 1 ให้จัดพื้นที่เป็นสัดส่วนเพื่อแยกกลุ่มผู้ฟื้นฟูทางสังคมออกจากกลุ่มฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยให้นำพื้นที่ดังกล่าวยื่นคำขอเป็นสถานฟื้นฟูทางสังคมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และนำมาตรการลงโทษผู้ติดยาเสพติดออกจากหนังสือข้อตกลงและใบมอบตัว

นอกจากนี้ ให้กระทรวงสาธารณสุขถอดบทเรียนตามคำร้องกรณีนี้เพื่อจัดทำมาตรฐานการนำหลักศาสนามาประยุกต์ใช้ร่วมกับหลักวิชาการทางการแพทย์ และให้มุ่งเน้นการคัดกรองผู้ติดยาเสพติดโดยผ่านศูนย์คัดกรองของรัฐ เพื่อให้มีข้อมูลที่จำเป็นในระบบฐานข้อมูลของรัฐและเพื่อให้มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจัดอบรมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ศูนย์คัดกรองสถานพยาบาลยาเสพติด สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมทั้งภาครัฐและเอกชน และร่วมกับกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบศูนย์บริการเกี่ยวกับยาเสพติดของเอกชนเพื่อให้ปฏิบัติโดยถูกต้องตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กสม.

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อิ๊งค์ย่องจ่ายภาษีรับให้200ล้านหลังใช้ตั๋วP/N4.4พันล.ซื้อหุ้นแม่-พี่
อิ๊งค์ย่องจ่ายภาษีรับให้200ล้านหลังใช้ตั๋วP/N4.4พันล.ซื้อหุ้นแม่-พี่